WE LIVE BECAUSE THERE'S LOVE

movie music magic football

Archive for สิงหาคม 2010

เรื่องเล่าเช้าโน้น

with 15 comments

   ข้างบ้านผมประกอบอาชีพเป็นตำรวจครับ วันหนึ่งผมออกไปธุระกับพี่ตอนเที่ยง ๆ กลับมาถึงบ้านประมาณบ่ายสองโมง ผมเห็นรถคุณตำรวจจอดหน้าบ้านผมเพื่ออาศัยร่มเงาต้นมะม่วงที่แม่ผมปลูกไว้ (หน้าบ้านตัวเองให้จอดก็มี แต่คงร้อนแดด)

   ผมถอยรถเข้าบ้านไม่ได้ครับ..

   ไม่เป็นไร นิดหน่อย หยวน ๆ ไปละกัน

   ผมลงจากรถเพื่อจะไปเข็นรถคุณตำรวจให้พ้นหน้าบ้านผม แต่.. คุณตำรวจดึงเบรคมือไว้ครับ..

   ผมพยายามสงบจิตใจเดินไปกดออดหน้าบ้านคุณตำรวจ คุณตำรวจจะได้กรุณาออกมาเลื่อนรถให้ผม กดอยู่นานมาก ถ้าผมปวดขี้อยู่คงอั้นไม่ไหว ขี้ใส่รถคุณตำรวจไปแน่ ๆ

   รอประมาณ 10 นาที คุณตำรวจก็ออกมาจากบ้านในสภาพกางเกงขาสั้นเสื้อกล้ามสีขาว หน้าตางัวเงียเหมือนคนไม่เคยนอนมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ
คุณตำรวจเปิดประตูบ้านเสียงดัง เดินลงส้น กระชากประตูรถออก และเลื่อนรถออกไปจากจุดเดิมประมาณ 5 เมตร ปิดประตูรถดังปัง และเดินลงส้นกลับเข้าบ้านโดยไม่พูดไม่จาอะไร ไม่มีคำว่าขอโทษ ไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าผม แถมถอนหายใจอย่างไม่พอใจที่ผมไปรบกวนเวลานอนอันแสนมีค่า

   วินาทีนั้นผมอยากกระทืบคนมากเลยครับ ถ้าคุณตำรวจไม่ได้มีอาชีพเป็นตำรวจและมีปืนกระบอกโตในบ้าน เราคงได้มีการถึงเนื้อถึงตัวกันไปเรียบร้อย

   สุดท้ายนี้ผมไม่มีอะไรจะพูดแล้วครับ ขอให้คุณตำรวจเจริญในหน้าที่การงานนะครับ

   ส่วนผมจะเป็นพลเมืองดีต่อไป เพราะมีตัวอย่างผู้รักษาสันติราษฎร์ที่แสนดีให้ดูถึงริมรั้วบ้านเลยทีเดียว

Written by ljungdurst

สิงหาคม 25, 2010 at 23:53

จงดู จงดู จงดูหนังสยองขวัญ

with 13 comments

ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนเบือนหน้าหนีหนังสยองขวัญ ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม 

 ขี้ตกใจบ้าง กลัวผีบ้าง คิดไปเองบ้างว่าหนังสยองขวัญก็เหมือน ๆ กันหมด 

 ในฐานะคอหนังสยองขวัญ วันนี้ผมจะมาแนะนำหนังสยองขวัญหลากประเภทที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพราะมันน่ากลัวสุดขีด แต่เพราะในหนังสยองขวัญก็มีสิ่งดี ๆ คลุกเคล้าอยู่ไม่แพ้หนังประเภทอื่นเลยครับ 

 เราเริ่มกันที่ หนังสยองขวัญประเภทแรก (ตั้งชื่อเอง ไม่ใช่ชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ) 

 1.แนวผู้ติดเชื้อ (ไม่จำกัดว่าต้องเป็นซอมบี้) 

  

มักมีแนวคิดในหนังประเภทนี้คล้ายคลึงกัน คือ จู่ ๆ ก็มีเชื้อไวรัสหรือเชื้ออะไรสักอย่างระบาดอย่างรวดเร็ว มักเป็นเชื้อที่รุนแรงถึงขั้นตายในเวลาอันสั้น และมีความสามารถในการแพร่ระบาดจากคนสู่คนได้ง่ายยิ่งกว่าเอาขี้มูกป้ายหน้า ผู้ที่ยังรอดจากเชื้อมรณะจำเป็นต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชีวิตรอดจากนรกบนดินขุมนี้ 

 ฟังดูง่ายและซ้ำซากใช่มั้ยครับ 

 ผมตอบได้เลยว่า “ใช่ครับ” 

 แต่หนังแนวผู้ติดเชื้อมักสนุกเสมอ ด้วยองค์ประกอบไม่ซับซ้อนดังนี้ 

 -       การสร้างกลุ่มตัวละครที่ผู้ชมสามารถหลงรักได้ ไม่ใช่อุดมไปด้วยตัวละครโง่ ๆ ที่เรารู้สึกดีใจทุกครั้งที่เห็นมันตาย ไอ้ประเภทสาวนมบึ้ม ใส่ชุดโชว์ร่องนม วิ่งกรี๊ดกร๊าดไปมา เลิกซะ! 

 -       ใส่บทสนทนาที่ดูฉลาดในสถานการณ์ที่เหมาะสม ไม่ใช่ว่า ซอมบี้กำลังจะพังประตูเข้ามา แต่มีไอ้ตัวประกอบสักตัวตะโกนว่า “ซอมบี้หนึ่งตัวมีแรงกระทำต่อวัตถุได้สูงสุด 2 เท่าของน้ำหนักตัว ประตูบานนี้หนัก 200 กิโลกรัม รับแรงซอมบี้ตัวอ้วนได้แค่ตัวเดียว โอ้ว เราต้องแย่แน่” นี่ก็เลิกซะ! 

 -       และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องสร้างสถานการณ์ให้ตัวละครถูกบีบให้ต้องเอาตัวรอดในสถานที่หรือในเวลาที่จำกัด เพราะการต้องดิ้นรนภายใต้อุปสรรคมาก ๆ จะทำให้ผู้สร้างสามารถโยนความกดดันใส่ผู้ชมได้อย่างอยู่หมัด โดยบางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องใส่ฉากชวนสะดุ้งลงไปกระชากผู้ชมจากเก้าอี้เลยก็ยังทำได้ หนังสยองขวัญหลายเรื่องตกม้าตายเพราะเน้นกับฉากสะดุ้งจนเกินไป จนผู้ชมรู้สึกรำคาญ เริ่มไม่สนใจเนื้อเรื่อง เปลี่ยนมาจ้องจับผิดแทนว่าฉากไหนจะมีอะไรโผล่ออกมาให้สะดุ้งมั้ย 

 *ตัวอย่างหนังแนวผู้ติดเชื้อที่ห้ามพลาด 

 1) Dawn of the Dead / 2004 (Zack Snyder) 

 เป็นหนึ่งในหนังรีเม้คไม่กี่เรื่องของฮอลลีวู้ดที่เข้าท่า บางคนยกย่องว่าดีกว่าต้นฉบับเสียอีก (ตัวต้นฉบับปี 1978 ถูกยกย่องว่าเป็นหนังสยองขวัญที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของโลก) หนังดำเนินเรื่องตามสูตรเป๊ะ แต่คลุกเคล้าด้วยสามองค์ประกอบข้างต้นที่ลงตัว ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังสร้างชื่อของผู้กำกับแซ็ค สไนเดอร์ทันที ก่อนจะไปดังเป็นพลุแตกกับ 300 และ Watchmen 

 *intro ก่อนเข้าหนัง บวกเพลงประกอบเพราะ ๆ ของ Johnny Cash ทำให้นี่คือฉาก intro ที่ดีที่สุดฉากนึงในวงการภาพยนตร์ 

 

 2) [REC] /2007 (Jaume Balagueró และ Paco Plaza) 

 นี่ถือเป็นหนังที่ช่วยบุกเบิกและแหวกประเพณีหนังสยองขวัญเรื่องแรก ๆ ของโลก ด้วยการถ่ายทำแบบ hand-held หรือแปลบ้าน ๆ ว่า ถ่ายแบบแบกกล้องใส่บ่าวิ่งบ้าคนเดียว ผลเสียคือ ภาพที่ได้จากการถ่ายทำจะไม่ค่อยนิ่ง มีการสั่นไหวตามจังหวะการเคลื่อนตัวของผู้ถือกล้อง 

 แต่ลืมมันซะ ผลเสียที่ว่านั้นกลายเป็นผลดีในเรื่อง [REC] เพราะนี่คือหนังที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับทีมงานถ่ายทำสารคดีการกู้ภัยของหน่วยดับเพลิง แต่ใครจะไม่คาดคิดว่างานกู้ภัยคราวนี้ คือการเข้าไปช่วยผู้คนที่ติดอยู่ในอพาร์ทเมนท์เล็ก ๆ ที่มีแต่คนติดเชื้อซอมบี้ทั้งหลัง! 

 วิธีการเล่าเรื่องผ่านสายตาตากล้องในมุมมองบุคคลที่หนึ่ง เพิ่มความกดดันตื่นเต้นถึงขีดสุดให้ผู้ชมร่วมลุ้นกับสถานการณ์ทุกอย่างที่ตัวละครต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอด ยิ่งเมื่ออาคารหลังนี้ถูกรัฐบาลสั่งปิดตายเพื่อป้องกันเชื้อรั่วไหล อะไรจะเกิดขึ้น!? (เข้าองค์ประกอบข้อที่สามเป๊ะ ๆ) 

 หนึ่งในหนังสยองขวัญที่ดีที่สุดที่ไม่เคยมีโอกาสฉายในไทย (อย่าหลงผิดไปดูเวอร์ชั่นรีเม้คที่ใช้ชื่อว่า Quarantine เด็ดขาด) หนังมีภาคสองออกฉายเมื่อปลายปี 2009 แม้จะจัดเป็นหนังที่ไม่เลว แต่สู้ภาคแรกไม่ได้ทุกกระบวนท่าครับ

 *ตัวอย่างหนังสั้น ๆ โคตรระทึกใจในเวอร์ชั่นภาษาต้นฉบับครับ

3) 28 Days Later / 2002 (Danny Boyle)

 มหานครลอนดอนที่แสนพลุกพล่าน จะเป็นอย่างไรเมื่อวันนึงคุณตื่นขึ้นมาในยามเช้า เพื่อพบว่าประชากรนับล้านของลอนดอนติดเชื้อมรณะและไล่เข่นฆ่ากันอย่างหฤโหด และคุณคือมนุษย์คนเดียวที่เหลือรอดในเมืองนี้

เตรียมใจพบกับหนังสยองขวัญสุดจี๊ดจากผู้กำกับโคตรเท่แห่งยุค ทำเท่ไม่เหมือนใครด้วยการถ่ายทำโดยใช้กล้องดิจิตอลความละเอียดต่ำเพื่อให้ได้ภาพนัว ๆ ฟุ้ง ๆ สวยล้ำ ท่ามกลางฉากหลังเป็นซากมหานครลอนดอนที่ล่มสลาย นี่คือหนังแนวผู้ติดเชื้อที่วางองค์ประกอบทั้งสามชนิดได้โคตรลงตัว มันมีตัวละครที่คุณต้องหลงรักแน่นอน มันเต็มไปด้วยบทสนทนาระดับสุดยอด จิกกัดประเด็นสังคม วัฒนธรรม และกำพืดของมนุษยชาติอย่างถึงแก่น และแน่นอนว่ามันเต็มไปด้วยสถานการณ์บีบคั้นในสถานที่จำกัด ที่จะทำให้ผู้ชมนั่งตัวเกร็งหายใจไม่ทั่วท้องจนถึงวินาทีสุดท้าย รวมถึงอย่าลืมดนตรีประกอบที่ได้รับการยกย่องว่า เป็นหนึ่งในดนตรีประกอบภาพยนตร์ที่ดีที่สุดชิ้นหนึ่งที่เคยมีการประพันธ์กันมา

หากชม 28 Days Later จบแล้ว อย่าลังเลที่จะหยิบจับ 28 Weeks Later มารับชมต่อโดยพลัน แม้จะเปลี่ยนผู้กำกับและสไตล์ในการเล่าเรื่อง แต่ตอนต่อของหนังชุดนี้เข้มข้นเร้าใจไม่แพ้กันเลยครับ

*ตัวอย่างหนังโชว์ความเท่และฉากมหานครลอนดอนร้างอันน่าตื่นตะลึง

ไว้วันหลังมาต่อหนังสยองขวัญแนวอื่น วันนี้ขอตัวไปนอนก่อนครับ

ตอนที่ 2 >คลิกที่นี่<

Written by ljungdurst

สิงหาคม 21, 2010 at 22:59

บันทึกโพสใน ความบันเทิง

one of the best quotes out there

with 2 comments

All your life you are told the things you cannot do.
All your life they will say you’re not good enough or strong enough or talented enough;
they will say you’re the wrong height or the wrong weight or the wrong type to play this or be this or achieve this.
They will tell you no, a thousand times no, until all the no’s become meaningless.
All your life they will tell you no, quite firmly and very quickly.
And you will tell them yes.

- Nike -

Written by ljungdurst

สิงหาคม 21, 2010 at 20:11

เอนทรี่รวมความฮิต: 5 ชอบรอบครึ่งปี

with 10 comments

เหมือนรู้ตัวลึก ๆ ว่า อีกไม่นานคงต้องเจอหน้าที่การงานลักพาตัวไปจากหน้าสเปซแบบที่หลาย ๆ คนโดนไปแล้ว ถ้าต้องเจอสภาพแบบนั้นจริง ๆ คงลำบากที่จะมาอัพเอนทรี่บ่อย ๆ เช่นเคยล่ะครับ (ทำยังกับช่วงที่ผ่านมานี่เขียนอะไรเยอะนักแหละไอ้โจ้)
ชื่อเอนทรี่อาจจะดูแปลกไปหน่อย เพราะมันเกินครึ่งปีมาตั้ง 2 เดือนแล้ว หยวน ๆ ไปละกันครับ ในช่วง 7-8 เดือนที่ผ่านมาหลังจากอัพเอนทรี่ 5 เพลงที่ชื่นชอบประจำปี 2009 ไปแล้ว ผมก็ชวนหูตัวเองไปลองฟังเพลงใหม่ ๆ มาเรื่อย ๆ
ชอบบ้าง เฉย ๆ บ้าง เกลียดบ้างก็มี
ไม่รู้ใครสังเกตเหมือนผมมั้ยว่า ยุคเราโดนกระหน่ำด้วยเพลงฮิพฮอพและอาร์แอนด์บีเยอะเกินโสตประสาทจะรับไหว และที่สำคัญ มันเป็นเพลงที่ลอก ๆ กันมาจนฟังแทบจะเหมือนคลอดออกมาจากรูผลิตเดียวกันเลยก็มิปาน จะหาเพลงที่พอมีคุณภาพโดดเด่นติดหูได้ยากเหลือเกินในปีที่ปฏิทินแปะเลข 2010 เช่นนี้
ไปเช็คกันเลยดีกว่าครับ ว่าเพลงที่ผมคัดมาว่าฮิตติดหูผมในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมามีเพลงอะไรกันบ้าง (เกณฑ์คือพยายามคัดแต่เพลงที่ออกอากาศครั้งแรกในปี 2010 หรือ 2009 ช่วงปลายปีคาบเกี่ยวมาถึงปีนี้นะครับ)
 
1.Empire State of Mind / Jay-Z (Featuring Alicia Keys)
เริ่มต้นที่เพลงแรกก็เป็นเพลงลูกผสมระหว่างฮิพฮอพและอาร์แอนด์บีเลย อย่าเพิ่งเบือนหน้าหนีเพราะเป็นว่าเป็นเพลงแนวนี้ครับ ลูกเล่นธรรมดาทั่วไปที่มักนิยมใช้ในการผสมผสานเพลงสองสไตล์นี้เข้าด้วยกันมีง่ายมากครับ คือให้นักร้องแนวอาร์แอนด์บีร้องท่อนฮุคสวย ๆ ที่ติดหูได้ง่าย สลับกับนักร้องแนวฮิพฮอพจะออกมาโชว์แร็ปยาว ๆ คั่นอารมณ์
ลูกเล่นง่าย ๆ ใครก็ใช้กัน แต่เมื่อนำมาใช้กับนักร้องสาวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นราชินีแห่งอาร์แอนด์บีอย่าง Alicia Keys บวกกับนักร้องผิวหมึกร่างบึ้กที่ได้รับการยกย่องระดับสูงสุดในวงการฮิพฮอพกระแสหลักอย่างหนุ่ม Jay-Z ผลลัพธ์ที่ได้คือ เพลงที่มีท่อนฮุคเพราะติดหูคนทั้งเมือง และมีท่อนแร็ปที่เท่ฟังเพลินไม่รู้สึกรกรุงรังแต่อย่างใด ผสานกับเสียงเปียโนคลอเบา ๆ จากฝีมือของสาว Alicia Keys เองแล้ว ทำให้บทเพลงที่ออกอากาศตั้งแต่ช่วงปลายปี 2009 นี้ ฮิตติดลมบนและติดหูคนไปทั่วโลกยาวนานถึงปัจจุบัน ลองฟังและดูเอ็มวีสวย ๆ ไปพร้อม ๆ กันเลยครับ
 

     

2.All Is Love / Karen O & The Kids
ที่จริงนี่ก็เป็นเพลงที่ออกอากาศตั้งแต่กลางปี 2009 แล้วครับ แต่บ้านเราเพิ่งได้มีโอกาสฟังกันก็ปี 2010 แล้ว เพราะมันคือเพลงประกอบภาพยนตร์ชั้นยอดเรื่อง Where The Wild Things Are (ที่โดนเลื่อนฉายในไทยอยู่นั่นแหละ สุดท้ายได้ฉายตอนที่ดีวีดีออกแล้ว เจริญจริง ๆ) ของผู้กำกับเด็กแนว สไปค์ จอนซ์
ตัวเพลงเป็นป๊อปที่มีกลิ่นโฟล์กและไซคีเดลิคป๊อป (ให้นึกภาพเดอะบีเทิ่ลส์ยุคก่อนแตกวง) แทรกอยู่หนาแน่นพอสมควร อ่านดูแล้วอาจรู้สึกน่ากลัว แต่จริง ๆ เพลงมีจังหวะน่ารัก ฟังสบายหูมาก ๆ ครับ ผมดูหนังเรื่องนี้ครั้งแรกก็หลงรักเพลงนี้เลยทันที ใครยังไม่ได้ดูทั้งหนังและไม่เคยฟังเพลงนี้ ไปลองฟังเพลงและดูเอ็มวีที่คัดภาพสวย ๆ จากในหนังมาตัดต่อให้เราชมกันดูครับ
 
3.Use Somebody / Paramore (Kings of Leon Cover)
รายการ BBC Radio One’s Live Lounge มักเป็นสถานที่ก่อกำเนิดบทเพลง cover เจ๋ง ๆ มากมาย หลายครั้งที่ผมเลือกฟังเพลงเวอร์ชั่นนำมาร้องใหม่เช่นนี้ แทนที่จะเป็นเวอร์ชั่นดั้งเดิมที่โดยมากก็จะมีความไพเราะไม่ต่างกันอยู่แล้ว เหตุผลหลักที่เพลง cover น่าสนใจก็เพราะว่า หลายหนมันเป็นการหยิบจับวงดนตรีซึ่งถนัดทำเพลงอีกแนวมาร้องเพลงในรูปแบบแนวทางที่แตกต่างออกไป วงร็อคสายพันธุ์อีโมอย่าง Paramore มีแกนหลักของวงเป็นนักร้องสาวหน้าตาสดใส ช่วยดึงดูดให้เราต้องหันมามองวงนี้ซ้ำสอง เมื่อควบรวมไปถึงน้ำเสียงที่มีคุณภาพ และทรงผมสุดเท่ (มันเกี่ยวกับการร้องเพลงตรงไหน!?) ทำให้ผมไม่พลาดที่จะลองหยิบจับบทเพลง Use Somebody ที่เวอร์ชั่นดั้งเดิมของ Kings of Leon นั้นยอดเยี่ยมจนคว้ารางวัลแกรมมี่อวอร์ด สาขาบันทึกเสียงยอดเยี่ยมประจำปีล่าสุดไปครอง
ไปลองฟังเวอร์ชั่น cover ที่โดดเด่นไม่แพ้กันดูครับ
  
  
4.You And Your Heart / Jack Johnson
บุรุษสุดชิลล์แห่งยุค ทำเพลงกี่หนต่อกี่หนก็ฟังสบายอารมณ์เหลือจะกล่าว อัลบัมล่าสุดและเพลงเปิดตัวเพลงนี้ (ถ้าผมจำไม่ผิด เพลงนี้เปิดตัวช่วงสงกรานต์บ้านเราพอดีเป๊ะ) มาในแนวทางดั้งเดิมที่หนุ่มแจ็คถนัด คือป๊อปร็อคฟังสบาย ให้บรรยากาศหาดทราย สายลม และเกลียวคลื่น บวกกับเอ็มวีสบายตาชวนให้รู้สึกชุ่มฉ่ำ ยิ่งทำให้เพลงนี้โดดเด่นเหมาะแก่การนำไปเปิดยามพักผ่อนได้ทุกเวลาจริง ๆ
 
 
5.Love The Way You Lie / Eminem feat. Rihanna
คนพูดกันเสมอว่า ดนตรีแร็ปและฮิพฮอพนั้นเป็นของคนดำ แต่มันน่าขันไม่หยอกที่ศิลปินแร็ปที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์กลับเป็นคนขาว เอ็มมิเน็มกลับมาอีกครั้งหลังล้มลุกคลุกคลานทำเพลงห่วย ๆ มานานเกือบ 10 ปี (เพลงที่เจ๋งเพลงสุดท้ายของเขาคือ Lose Yourself ซึ่งคว้าออสการ์เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเมื่อปี 2002) กลับมาทำเพลงได้โดดเด่นเช่นนี้ เพราะด้วยสูตรง่าย ๆ แต่ลงตัวเช่นเคย ด้วยการนำนักร้องอาร์แอนด์บีชื่อดังแห่งยุคอย่างริฮานน่ามาร่วมร้องท่อนฮุคเพราะ ๆ ติดหู และตัวเอ็มมิเน็มเองก็จัดการโซโล่แร็ปยาว ๆ เจ๋ง ๆ สลับไปทั้งเพลง เมื่อบวกกับการได้ดาราโคตรเอ็กซ์อย่างเมแกน ฟอกซ์ มาร่วมแสดงเอ็มวีเท่ ๆ ตัวนี้ ยิ่งทำให้เพลงล่าสุดของหนุ่มเอ็ม พร้อมจะกวาดทั้งเงินและกล่องจากทุกชาร์ททุกสถาบันภายในปีนี้
เดี๋ยวหาว่าผมขี้โม้เกินเลยไป ลองไปฟังเพลงเจ๋ง ๆ เพลงนี้กันดูครับ
 
อาจหายหน้าหายตากันไปจากสเปซหลายคน หวังว่านี่คงไม่ใช่เอนทรี่สั่งลาของผมหรือของใครนะครับ
บุญรักษาครับ

Written by ljungdurst

สิงหาคม 17, 2010 at 18:28

บันทึกโพสใน เพลง

มันจะเกิด

with 15 comments

- ทุน -
มึงไม่ต้องไปเซ้าซี้อะไรนักหนาหรอกว่ะ ถ้าเราจะได้ทุนไปอินเดีย มันก็ได้เอง เซ้าซี้ไปยังไงคะแนนโหวตก็ไม่เพิ่มขึ้น
อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด
 
- 5.1 -
น้องไม่ต้องโทรมาเร่งพี่มากหรอกค่ะ ทางพี่ทราบเรื่องแล้ว และกำลังดำเนินการจัดส่งสินค้าไปให้ พี่รู้ว่าน้องร้อนใจ สินค้ามันก็ราคาไม่ใช่น้อย แต่น้องโทรมาเร่งพี่ทุกครึ่งชั่วโมง มันก็ไม่ทำให้ทางไปรษณีย์เขาจัดส่งไวขึ้นหรอกค่ะ
อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด
 
- รถ -
รถจักรยานยนต์ด้านหลังรถยนต์ของผมปาดแซงขึ้นทางซ้ายแทบจะทันทีที่ผมเอื้อมมือปัดก้านสัญญาณไฟเลี้ยวซ้าย เป็นวินาทีเดียวกับที่ผมมองกระจกซ้ายแล้วค่อย ๆ บังคับพวงมาลัยเลี้ยวเข้าซอยข้างทาง รถจักรยานยนต์พุ่งพรวดปาดกันชนหน้าผมไปห่างไม่ถึงหนึ่งคืบ คนเราบางทีก็คิดได้แค่สั้น ๆ ว่า ขอกูเร็วไปถึงจุดหมายกว่านี้สัก 2-3 วินาทีก็พอใจแล้ว แต่ไม่เคยคิดเลยว่า ถ้าโดนชนขึ้นมา 2-3 วินาทีที่ว่า อาจจะต้องรอไปถึงภพหน้า
หรือเขาคิดแค่ว่า อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด
 
- ยูไนเต็ด -
แมนฯ ยูฯ ชนะเชลซี 3-1
อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิดจริง ๆ
แต่ชัยชนะของปิศาจแดงเนี่ย อย่าเกิดได้มั้ย

Written by ljungdurst

สิงหาคม 9, 2010 at 02:55

CHANGE

with 4 comments

ARE YOU THE CHANGE YOU WANT TO SEE IN THIS WORLD?
 
ARE YOU CHANGED BY THE CHANGE YOU DON’T WANT TO SEE IN THIS WORLD?
 
OR..
 
ARE YOU JUST DAMN NOTHING TO THIS WORLD?

Written by ljungdurst

สิงหาคม 2, 2010 at 20:06

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 27 other followers