Fairy tales are more than true: not because they tell us that dragons exist,
but because they tell us that dragons can be beaten.
*จากนิยายเรื่อง Coraline ของ Neil Gaiman
เราจะนิยามคำว่าสวยอย่างไร โลกยุคสมัยเรอเนซองส์เคยเพียรพยายามที่จะหาวิธีและเครื่องมือในการชี้วัดความสวยความงามมาแล้วครั้งนึง ซึ่งในความคิดผม ผมว่าเป็นความพยายามที่เกือบประสบความสำเร็จ แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะเราไม่สามารถนำสี่เหลี่ยมทองคำ โกลเด้นเซ็คชั่น หรือวงรีสมมาตรใดๆ มาชี้วัดความสวยงามของหญิงสาวได้แน่นอน
หากแต่มังงะเล่มนึงได้พูดถึงความสวยของผู้หญิงคนนึงไว้ได้อย่างน่าขนลุก ผู้หญิงคนที่ผมกำลังพูดถึงนั้นเธอชื่อว่า "โทมิเอะ"

โทมิเอะ.. เธอเกิดมาเพื่อยั่วยวนผู้ชายทุกคน และสลัดทิ้งความหลงไหลคลั่งไคล้นั้นอย่างไม่ใยดี เธอไม่เคยมอบหัวใจให้ใคร หากแต่ผู้ชายทุกคนมอบหัวใจให้เธอ เธอคือผู้หญิงที่ผู้ชายทุกคนหลงรักตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้สบตา ชายทุกคนบ้าคลั่งอยากครอบครองเธอ ยอมทำทุกอย่างเพียงแค่เพื่อจะได้ยินเสียงของเธอ ทำได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งสับเธอเป็นชิ้นๆ!
"..โทมิเอะ ฉันรักเธอ… นัยน์ตาสดใส เสียงหวานๆ กลิ่นหอมรัญจวรจากผิวขาวๆและอากัปกิริยาอันร้อนแรง…"
แว่วเสียงชายหนุ่มคลั่งรักในตัวโทมิเอะมีให้เห็นอยู่เกลื่อนกราดมังงะเล่มดังกล่าว และเมื่อการละเล่นกับหัวใจชายหนุ่มของโทมิเอะถึงจุดเขม็งเกลียว ผู้ชายทุกคนก็พร้อมที่จะฆ่าเธอ เพื่อสนองความคลั่งรักในตัวเธอ
"ฉันฝันว่าอยากจะได้โทมิเอะมาครอบครองเหมือนกัน ฉันก็ได้แต่กระหายอยากเท่านั้น แต่ว่าถ้าจะทำให้ผู้หญิงคนนั้นเป็นของของฉัน ไม่ว่าวิธีไหนฉันก็จะทำ.. ยังไงน่ะหรอ อาจจะฆ่าซะก็ได้ ไม่สิไม่ใช่แค่นั้น ต่อให้ฉีกร่างเป็นเสี่ยงๆก็ยังไม่พอใจ.. เธอเป็นผู้หญิงที่ให้ความรู้สึกอย่างนั้นแหละ"
ชายหนุ่มทุกคนที่เธอเข้าไปเกี่ยวข้อง มักจบความสัมพันธ์ลงด้วยการสับเธอเป็นชิ้นๆเพื่อไม่ให้เธอจากไป
แต่โทมิเอะไม่เคยตาย..
หากคุณสับเธอเป็นสองท่อน ซากศพของเธอจะค่อยๆงอกออกมาเป็นโทมิเอะใหม่ 2 คน หากเธอเหลือแต่หัว หัวของเธอจะงอกร่างใหม่ออกมาในไม่ช้า และหากเธอถูกสับเป็นเศษเนื้อ ก้อนเนื้อเหล่านั้นจะค่อยๆงอกเป็นโทมิเอะคนใหม่เป็นจำนวนนับไม่ถ้วน


เธอจะคืนชีพกลับมาเพื่อยั่วยวนผู้ชายให้หลงรักและสับเธอเป็นชิ้นๆอีกครั้ง โทมิเอะไม่เคยทำร้ายใคร หากแต่ผู้ชายทุกคนผู้ซึ่งตกเป็นทาสของเธอต่างหาก ที่ถูกความสวยงามของโทมิเอะขับดันให้ลงมือ
โทมิเอะ.. ผู้หญิงที่สวยจนอยากฆ่า..
เธอคือคนที่ให้ความรู้สึกแบบนั้นแหละ..

*โทมิเอะ เป็นหนึ่งในเรื่องสั้นในชุด "คลังสยอง ขวัญลงหลุม" ของปรมาจารย์มังงะสยองขวัญ "จุนจิ อิโต้" ซึ่งเป็นมังงะpirate (ไม่มีลิขสิทธิ์) ของสำนักพิมพ์ANT ปัจจุบันออกถึงประมาณเล่ม 23 ใครสนใจอยากนอนไม่หลับในค่ำคืนนี้ ผมแนะนำด้วยใจระทึกเลยครับ หาซื้อได้ในร้านการ์ตูนทั่วไป หากจะได้ชัวร์ๆ แนะนำไปย่านสะพานควายครับ ขอให้หลับฝันดี..
จากที่สัญญากันไปแล้วในเอนทรี่ก่อนหน้าว่า ผมจะมาแนะนำถึงหนังสือที่ผมกล้าพูดว่าสำคัญและน่าสนใจเป็นลำดับต้นๆของทศวรรษนี้ ไม่แพ้นิยายรักแวมไพร์น้ำเน่าที่ฮิตระเบิดระเบ้ออย่างซีรีส์ทไวไลท์ หรือ นิยายที่เล่นประเด็นอ่อนไหวแต่รุนแรงอย่างน่าตระหนกของแดน บราวน์
หนังสือเล่มสำคัญอีกเล่มประจำทศวรรษนี้ที่ผมภูมิใจนำเสนอคือหนังสือที่ชื่อเสียงเรียงนามว่า
‘The Invention Of Hugo Cabret’ หรือฉบับแปลไทยว่า ‘ปริศนามนุษย์กลของอูโก้ กาเบรต์’
เรื่องราวของเด็กชายที่ทำหน้าที่ดูแลนาฬิกาเรือนยักษ์ประจำสถานีรถไฟกลางมหานครปารีส ผู้ค้นพบกับหุ่นมนุษย์กลอันน่าพิศวงซึ่งจะนำเขาไปสู่ปริศนาที่ไม่มีใครคาดคิด
โดยตัวเนื้อหาเองนั้น หนังสือเล่มนี้ก็จัดอยู่ในหมวดวรรณกรรมเยาวชน ซึ่งหมายความว่าแม้จะตื่นเต้นระทึกใจและเต็มด้วยลูกล่อลูกชนมากมายแค่ไหน เนื้อหาหลายส่วนก็ยังคงไม่หนักแน่นพอสำหรับผู้นิยมอ่านวรรณกรรมฮาร์ดคอร์(ซึ่งถ้าอยากฮาร์ดคอร์นักก็ไปอ่านงานของ ฟร้านซ์ คาฟคา โน่น)
แต่งานเขียนของBrian Selznick นักเขียนผู้เชี่ยวชาญการวาดภาพด้วยสโตรกดินสอแรเงาสุดอลังการนั้นคือ "ส่วนผสมอันลงตัวระหว่างวรรณกรรม ภาพเขียน ภาพยนตร์ และอื่นๆมากมายที่ยากจะอธิบาย เนื้อหาลึกลับน่าค้นหา ภาพประกอบงดงามเร้าใจ บวกการไล่ล่าตอนท้ายที่ไม่จำเป็นต้องใช้คำบรรยายใดๆ พิสูจน์ประสบการณ์การอ่านที่เหลือเชื่อนี้ด้วยตัวคุณเอง" (จากคำวิจารณ์ข้างบล็อคของผมนี่เอง)
หนังสือเล่มนี้แปลมาแล้ว 21 ภาษาทั่วโลก และกำลังจะกลายเป็นภาพยนตร์ผ่านการกำกับของมาร์ติน สกอร์เซซี่
จริงๆแล้วผมไม่สามารถโฆษณาอวดอ้างให้ฟังดูเหมือนจะมาเป็นเซลล์แมนขายของ เพราะตัวผมเองก็ไม่ได้มีส่วนได้เสียกับยอดขายของสำนักพิมพ์นี้ซักหน่อย
อยากให้เพื่อนๆพี่ๆได้อ่านหนังสือดีเล่มนี้ แล้วจะรู้ดีว่าหนังสือที่ดีนั้นแท้จริงแล้วไม่ได้มีไว้อ่าน แต่มีไว้เพื่อรับรู้ประสบการณ์เหลือเชื่อที่มันมอบให้เราต่างหาก
ผมกล้ารับรองว่าหนังสือเล่มนี้ มอบประสบการณ์เหลือเชื่อสุดคุ้มค่าในทุกวินาทีที่หยิบจับมันอยู่ในมือแน่นอนครับ
*ข้อมูลจำเพาะ
หนังสือ: ปริศนามนุษย์กลของอูโก้ กาเบรต์ (The Invention Of Hugo Cabret/2007)
ผู้แต่ง: Brian Selznick(ปิยณัฐ รัตนเดช แปล)
สำนักพิมพ์ปลาวาฬ (พิมพ์ครั้งแรก กันยายน 2550)
534 หน้า ราคา 360 บาท
(ผมซื้อจากร้านนายอินทร์ ล่าสุดไปเดินๆดูก็ยังมีขายอยู่นะครับ)
หลังมื้ออาหารมื้อหนักในค่ำคืนหนาวเหน็บที่ห้องของเพื่อนคนนึง
ผมทิ้งกายลงบนเตียงนอน
สายตาทอดมองไร้จุดหมายไปยังเพดานขาวโล่ง
สมองพลันฟุ้งซ่านไปไกล ย้อนไปไกลในอดีต
ไกลกว่าเอนทรี่ที่แล้วมากมาย
เมื่อไหร่กันนะที่มนุษย์ประดิษฐ์ความรักขึ้นมาบนโลกใบนี้
และเมื่อไหร่กันนะที่มนุษย์ประดิษฐ์ความเฉยชามาเป็นด้านตรงข้ามให้กับมัน
เมื่อไหร่กันนะ..
3 วันสำคัญของมนุษยชาติ
1. วันที่เริ่มใช้เครื่องมือหิน
2. วันที่รู้จักไฟ
3. วันที่รู้จักการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์
รู้มั้ยเพราะอะไรมันถึงสำคัญ?