WE LIVE BECAUSE THERE'S LOVE

movie music magic football

Archive for the ‘News and politics’ Category

จดหมายเปิดผนึกถึงสำนักข่าวระหว่างประเทศ CNN

with 30 comments

ขออนุญาตเผยแพร่

 

 

ถึงเพื่อน ๆ ที่ติดตามข่าวสารทุกคน
เราเชื่อว่าหลายคนคงยังไม่ได้อ่านเนื้อหามันเท่าไหร่ อาจจะด้วยเพราะมันเป็นภาษาอังกฤษที่ยาวยืด
เราขออนุญาตถอดความเป็นภาษาไทยให้ได้อ่านกัน
บางจุดภาษายากมาก เราพยายามถอดความให้ใกล้เคียงต้นฉบับที่สุด
ถ้ามีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยจริง ๆ

 

*แนะนำว่าสมควรอ่านอย่างยิ่ง เพื่อเป็นข้อมูลพิจารณาความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าวที่ชื่อว่า CNN นี้

เวบไซต์ที่มา: http://www.facebook.com/home.php?#!/note.php?note_id=390511677967&id=277701868&ref=mf
 

 

 

………………………………………………………………………….

 


 
Open Letter to CNN International

 

จดหมายเปิดผนึกถึงสำนักข่าวระหว่างประเทศ CNN

 
Dear Sirs/Madams,

 

กราบเรียน

 

Recently, CNN Thailand Correspondents Dan Rivers and Sarah Snider have made me seriously reconsider your agency as a source for reliable and accurate unbiased news. As of this writing, over thousands of CNN’s viewers have already begun to question the accuracy and dependability of its reporting as regards events in Afghanistan, Haiti, Iraq, Iran, etc., in addition to Bangkok.

 

ช่วงที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าว CNN ประจำประเทศไทย แดน ริเวอร์ส และซาร่าห์ สไนเดอร์

ได้ทำให้ฉันต้องมาพิจารณาความเป็นแหล่งข่าวที่แม่นยำ ถูกต้อง ไม่ลำเอียง และเชื่อถือได้ของสำนักข่าวนี้เสียใหม่

และเช่นเดียวกับเนื้อหาในจดหมายฉบับนี้ ก็ได้มีผู้ชม CNN นับพัน ๆ รายเริ่มเคลือบแคลงสงสัยต่อความถูกต้อง

และความน่าเชื่อจากข่าวสารของ CNN ที่เชื่อมโยงไปถึงกรณีอัฟกานิสถาน เฮติ อิรัก อิหร่าน ฯลฯ และแน่นอนว่ารวมถึงกรุงเทพฯ ด้วย

 


As a first-rate global news agency, CNN has an inherent professional duty to deliver all sides of the truth to the global public who have faithfully and sincerely placed their trust and reliance in you. Your news network, by its longtime transnational presence and extensive reach, has been put in a position of trust and care; CNN’s journalists, reporters, and researchers have a collective responsibility to follow the journalist’s code and ethics to deliver and present facts from all facets of the story, not merely one-sided, shallow and sensational half-truths. The magnitude of harm or potential extent of damage that erroneous and fallacious news reporting can cause to (and exacerbate), not only a country’s internal state of affairs, economic well-being, and general international perception, but also the real lives and livelihood of the innocent and voiceless people of that nation, is enormous. CNN should not negligently discard its duty of care to the international populace by reporting single-sided or unverified facts and distorted truths drawn from superficial research, or display/distribute biased images which capture only one side of the actual event.

 

ในฐานะที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งข่าวชั้นดี CNN นั้นมักเสนอข่าวสารครบทุกด้านอย่างมืออาชีพ

เครือข่ายแหล่งข่าวของคุณได้รับความเชื่อมั่นและให้ความสนใจมาตลอด

นักข่าว ผู้สื่อข่าว นักวิจัย ในเครือของคุณได้รับการยอมรับว่ามีความรับผิดชอบต่อจรรยาบรรณสื่อสารมวลชน ในการที่จะนำเสนอข้อมูลจากทุกด้านของสถานการณ์ ไม่มีการเลือกข้าง ไม่มีการนำเสนอข้อมูลที่ตื้นเขินและเป็นความจริงเพียงครึ่งเดียว

เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า ข่าวสารที่บิดเบือนจะนำไปสู่ผลกระทบร้ายแรง ไม่เพียงแต่กิจการในประเทศนั้น

แต่ยังรวมไปถึงสภาพคล่องทางเศรษฐกิจ ภาพลักษณ์ต่อนานาชาติ การใช้ชีวิตของประชาชนที่ไม่มีปากไม่มีเสียงในประเทศนั้น ๆ อีกด้วย

ฉะนั้น CNN ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะนำเสนอข่าวสารเพียงด้านเดียวของเหตุการณ์ หรือนำเสนอภาพที่บอกความจริงไม่ครบถ้วนด้วยความไม่เป็นกลาง

 


Mr. Rivers and Ms. Snider have NOT done their best under these life-threatening circumstances because many other foreign correspondents have done better. All of Mr. Rivers and Ms. Sniders’ quotes and statements seem to have been solely taken from the anti-government protest leaders or their followers/sympathizers. Yet, all details about the government’s position have come from secondary resources. No direct interviews with government officials have been shown; no interviews or witness statements from ordinary Bangkok residents or civilians unaffiliated with the protesters, particularly those who have been harassed by or suffered at the hands of the protesters, have been circulated.

 

คุณริเวอร์ และคุณสไนเดอร์ ทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอในสถานการณ์ที่คุกคามชีวิตผู้คนเช่นนี้

เพราะผู้สื่อข่าวต่างประเทศรายอื่นนั้นทำหน้าที่ได้ดีกว่าทั้งสิ้น

ข้อมูลทั้งหมดที่คุณทั้งสองนำเสนอนั้น นำมาจากแกนนำของกลุ่มผู้ประท้วง จากตัวผู้ประท้วงเอง หรือแม้แต่จากกลุ่มผู้สนับสนุนการประท้วง

ในขณะที่ข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำของภาครัฐนั้น คุณนำมาจากแหล่งทุติยภูมิ (secondary resources) ทั้งสิ้น

ไม่เคยมีการสัมภาษณ์โดยตรงกับเจ้าหน้าที่รัฐ

ไม่เคยมีการสัมภาษณ์หรือสอบพยานจากกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ไม่มีส่วนร่วมกับการประท้วง

ไม่เคยมีการสัมภาษณ์กลุ่มผู้ไม่สนับสนุนการประท้วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่โดนข่มขู่หรือโดนทำร้ายร่างกายจากกลุ่มผู้ประท้วง

Why the discrepancy in source of information? Why the failure to report all of the government’s previous numerous attempts to negotiate or invitations for protesters to go home? Why no broadcasts shown of the myriad ways the red protesters have terrorized and harmed innocent civilians by burning their shops, enclosing burning tyres around apartment buildings, shooting glass marbles at civilians from high altitudes, attacking civilians in their cars, and worst of all, obstructing paramedics and ambulances carrying civilians injured by M79 grenade blasts during the Silom incident of April 24, 2010, thereby resulting in the sole civilian casualty? The entire timeline of events that have forced the government to take this difficult stance has been hugely and callously ignored in deference to the red ‘underdogs’.

 

ทำไมคุณถึงมีความคลาดเคลื่อนของแหล่งข่าวมากขนาดนี้?

ทำไมคุณถึงไม่รายงานความพยายามของภาครัฐในการที่จะเจรจาเพื่อให้ผู้ประท้วงถอนตัวเพื่อกลับบ้าน?

ทำไมคุณไม่นำเสนอข้อมูลมหาศาลเกี่ยวกับการที่กลุ่มเสื้อแดงมีพฤติกรรมก่อการร้ายและทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์?

ไม่ว่าจะการเผาทำลายร้านค้า ตั้งด่านเผายางรถยนต์รอบ ๆ ที่พักอาศัยของประชาชน ใช้หนังสติ๊กยิงลูกแก้วใส่ประชาชนจากมุมสูง ทุบตีทำร้ายประชาชนในรถยนต์

และที่เลวร้ายที่สุดคือ มีการขัดขวางการปฐมพยาบาลและกีดขวางรถพยาบาลไม่ให้ขนส่งผู้บาดเจ็บจากเหตุระเบิด M79 ที่สีลมเมื่อ 24 เมษายน 2553 อันนำมาซึ่งการสูญเสียชีวิตของผู้บาดเจ็บ

การกระทำอันต่อเนื่องยาวนานเช่นนี้ของกลุ่ม "ไพร่แดง" เป็นการกดดันให้ภาครัฐต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

ทำไมคุณถึงเพิกเฉยที่จะรายงานข่าวสารในประเด็นนี้?

Mr. Rivers and Ms. Snider’s choice of sensational vocabulary and terminology in every newscast or news report, and choice of images to broadcast, has resulted in law-abiding soldiers and the heavily-pressured Thai government being painted in a negative, harsh, and oppressive light, whereas the genuinely violent and law-breaking arm of the anti-government protesters – who are directly responsible for overt acts of aggression not only against armed soldiers but also against helpless, unarmed civilians and law-abiding apolitical residents of this once blooming metropolis (and whose actions under American law would by now be classified as terrorist activities) – are portrayed as righteous freedom fighters deserving of worldwide sympathy and support. This has mislead the various international Human Rights watchdogs to believe the Thai government are sending trigger-happy soldiers out to ruthlessly murder unarmed civilians without just cause.

 

การเลือกนำเสนอข่าวเช่นนี้ของ คุณริเวอร์ส และ คุณสไนเดอร์ ไม่ว่าจะในการรายงานข่าวหรือในการเลือกภาพที่จะนำเสนอ

ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและภาครัฐที่กำลังถูกความกดดันถาโถมอย่างหนักหน่วง เปลี่ยนไปในแง่ลบ โหดร้าย และกดขี่

ในขณะที่การนำเสนอภาพข่าวการกระทำรุนแรงของฝ่ายผู้ประท้วง กลับเป็นไปในทิศทางว่า นี่คือการกระทำของการต่อสู้เพื่อเสรีภาพที่ควรได้รับการสนับสนุนจากนานาประเทศ

ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว การกระทำดังกล่าวของผู้ประท้วงเป็นการคุกคามทั้งเจ้าหน้าที่ทหารซึ่งติดอาวุธ และคุกคามประชาชนผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ที่มิได้มีอาวุธแต่อย่างใด

หากการกระทำเช่นนี้เกิดขึ้นในอเมริกา จะถูกลงโทษสถานหนักในข้อหา "ก่อการร้าย"

การเลือกนำเสนอข่าวเช่นนี้ของคุณ เป็นการบิดเบือนข่าวสารต่อกลุ่มสิทธิมนุษยชนนานาชาติจอมจุ้มจ้าน ให้เข้าใจผิดว่าภาครัฐของไทยส่งทหารไปสังหารประชาชน


As a current resident of "war zone" Bangkok who has experienced the effect of the Red protests first hand and is living in a state of constant terror and anxiety as to whether her family, friends, and home would get bombed or attacked by the hardcore anti-government vigilantes/paramilitary forces – I appeal to CNN’s professional integrity to critically investigate and scrutinize the misinformed news reporting of your above-named correspondents. If they are incapable of obtaining genuine, authentic facts from any other source except the Red Protest leaders and red-sympathizing Thai translators or acquaintances, or from fellow non-Thai-speaking journalists who are similarly ignorant of Thai language, culture, history, and society, then perhaps CNN should consider reassigning field correspondents to Thailand.

 

ในฐานะที่ฉันเป็นพลเมืองกรุงเทพฯ ใน "เขตสงคราม" และเคยได้มีประสบการณ์ใกล้ชิดกับกลุ่มเสื้อแดงโดยตรง

ขณะนี้ ฉันอยู่ด้วยความหวาดกลัวการก่อการร้าย

ไม่รู้ว่าครอบครัว เพื่อนฝูง และบ้านช่อง จะถูกระเบิดหรือถูกโจมตีจากกลุ่มกองกำลังเสื้อแดงกลุ่มฮาร์ดคอร์เมื่อไหร่

ฉันขอร้องเรียนทาง CNN ให้สืบสวนและตรวจสอบการนำเสนอข่าวที่บิดเบือนของผู้สื่อข่าวทั้งสองที่ฉันเอ่ยชื่อถึง

หากผู้สื่อข่าวสองท่านดังกล่าวไม่มีความสามารถในการหาข่าวสารที่ครบถ้วน ถูกต้อง จากแหล่งข่าวอื่น ๆ ที่มิใช่จากกลุ่มเสื้อแดงเอง

ขอให้ CNN พิจารณาปลดการทำหน้าที่ของทั้งสองท่าน และส่งผู้สื่อข่าวรายอื่นมาทำหน้าที่แทน

 

I implore and urge you to please take serious action to correct or reverse the grave injustice that has been done to the Thai nation, her government, and the majority of law-abiding Thai citizens and expatriate residents by having endorsed and widely circulated poorly researched and misrepresented news coverage of the current ongoing political unrest and escalating violence in Thailand.

 

ฉันขอวิงวอนและเร่งรัดให้ทาง CNN ดำเนินการอย่างเร่งด่วนและจริงจัง

ในการที่จะแก้ไขข่าวสารที่บิดเบือนและไม่เป็นธรรมที่ถูกนำเสนอสู่ประเทศไทย รัฐบาลไทย ประชาชนที่ธำรงอยู่ภายใต้กฎหมายของไทย และชาวต่างชาติที่อาศัยในไทย

 

Copies of this open letter have also been distributed to other local as well as international news media and social networks for public information. Please feel free to contact me further should you require any additional concrete and reputable evidence in substantiation and corroboration of my complaints and claims stated hereinabove.

 

จดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่ทั้งในสื่อในประเทศและสื่อระหว่างประเทศ รวมถึงในระบบเครือข่ายออนไลน์เพื่อแจ้งข่าวสาร

กรุณาติดต่อฉันกลับมาทันที หากคุณต้องการข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับสิ่งที่ฉันได้วิพากษ์วิจารณ์ลงไป

 

 

Thank you.
Yours faithfully,

Napas Na Pombejra, B.A., LL.B. (Lond.)
Bangkok, Thailand
May 17, 2010

ขอขอบคุณ

 

Napas Na Pombejra, B.A., LL.B. (Lond.)
กรุงเทพ

17 พค. 2553

 

 

 

*เครดิต: ปิยะพงษ์ ภู่ขำ ถอดความ

(ใครทราบชื่อจริง นามสกุลจริงเป็นภาษาไทยของเจ้าของจดหมาย ช่วยลงชื่อไว้ให้เป็นแหล่งอ้างอิงด้วย ขอบคุณครับ)

 

 

 

 

 

……………………………………………………………………………………………..

 

 

 

Addendum

Enclosed herewith for your attention and information some examples of other quality international news bulletins by respectable foreign journalists so you may assess at your leisure the sub-par quality and misleading nature of Mr. Rivers and Ms. Sniders’ journalism:

 

เพิ่มเติม

 

ตัวอย่างแหล่งข่าวต่างประเทศอื่น ๆ ที่มีคุณภาพที่คุณอาจใช้อ้างอิงเปรียบเทียบกับการทำหน้าที่ได้ต่ำกว่ามาตรฐานของคุณริเวอร์ และคุณสไนเดอร์

 


1. New York Times: http://www.nytimes.com/2010/05/16/world/asia/16thai.html
2. Fox News/Associated Press:
(i)
http://www.foxnews.com/world/2010/05/16/chaos-continues-thailand-govt-rejects-talks-continues-crackdown-killed/
(ii) http://www.foxnews.com/world/2010/05/17/thai-red-shirt-general-dies-chaos-continues/
3. Global Post: http://www.globalpost.com/dispatch/thailand/100514/thailand-protests-bangkok
4. NHK: http://www.nhk.or.jp/daily/english/17_15.html
5. Al Jazeera: http://english.aljazeera.net/programmes/listeningpost/2010/04/2010423171540981286.html
6. Deutsche Welle (English media in Germany):
http://www.dw-world.de/dw/article/0,,5575254,00.html
7. Local English daily newspaper’s chronology of events on Day 3 of “War in Bangkok”:
http://www.nationmultimedia.com/home/2010/05/17/politics/What-went-down-30129533.html

Youtube Videos, images, articles showing what CNN has failed to circulate:

1. http://www.youtube.com/watch?v=F_xg0l6-oHY
2. http://www.youtube.com/watch?v=6rGqZDvRa_U
3. http://www.youtube.com/watch?v=r3tfBBSVJdU&feature=player_embedded
4. http://www.youtube.com/watch#!v=4hmSPbugDAA&feature=related
5.
6.
http://www.youtube.com/watch#!v=XRi6m7QG06M&feature=related
7. http://www.youtube.com/watch#!v=Aws3ZMXzNjs&feature=related
8. http://www.youtube.com/watch#!v=giuEOQ62n6E&feature=related
9. http://www.youtube.com/watch#!v=yy3a73Y6fBg&feature=related
10. http://www.youtube.com/watch?v=MLuffqnszIY
11. http://www.youtube.com/watch?v=MqnXV2ltUlE
12. http://www.youtube.com/watch#!v=LXMmQReCKVg&feature=related
13. http://www.youtube.com/watch#!v=FWN7zYV7_Bo&feature=related
14. http://www.youtube.com/watch?v=005jYjmEAVE
15. http://www.youtube.com/watch?v=ioOrreuQ94c
16. http://tweetphoto.com/22647514
17. http://www.bangkokpost.com/opinion/opinion/37395/put-an-end-to-this-rebellion?awesm=fbshare.me_AMdZh
18. http://www.facebook.com/photo.php?pid=333752&id=118996168116475
19. http://www.youtube.com/watch#!v=El-zPySi9cQ&feature=related
20. http://www.youtube.com/watch#!v=KzcVcHokaVM&feature=related
21. http://www.youtube.com/watch?v=agLBIWDKWkI
22. http://www.youtube.com/watch#!v=34hSEPOC71g&feature=related
23. http://www.youtube.com/watch#!v=kuAQyc5d1HY&feature=related
24. http://www.youtube.com/watch#!v=Pv9Hpfb6gNE&feature=related
25. http://www.youtube.com/watch?v=x7yAVunxw1g&feature=player_embedded
26. http://www.facebook.com/photo.php?pid=328250&o=all&op=1&view=all&subj=122351831122683&aid=-1&id=1785951766
27. http://www.facebook.com/photo.php?pid=5959829&o=all&op=1&view=all&subj=122351831122683&aid=-1&id=506055218
28. http://www.facebook.com/photo.php?pid=5960844&o=all&op=1&view=all&subj=122351831122683&aid=-1&id=506055218
29. http://news.bbc.co.uk/2/hi/asia-pacific/8684405.stm
30. http://www.facebook.com/video/video.php?v=428905841067&ref=mf

Written by ljungdurst

พฤษภาคม 18, 2010 at 05:36

บันทึกโพสใน News and politics

peace

with 11 comments

Peace won’t come to us.
We’re gonna have to go meet it halfway.
- Metal Gaer Solid: Peace Walker -

Written by ljungdurst

พฤษภาคม 14, 2010 at 22:21

บันทึกโพสใน News and politics

เอนทรี่นี้ไม่เกี่ยวกับการเมืองแม้แต่นิดเดียว

with 33 comments

เรื่องเกิดบนเครื่องบิน  
ผู้เขียน: wang yu long (kritsapat)  
 
ครั้งหนึ่งมีผู้มีอำนาจในเมืองไทย 3 คนเดินทางไปราชการและไปตรวจสอบผลประโยชน์ส่วนตัวตามต่างจังหวัดโดยไปพร้อมกันบนเครื่องบินลำเดียวกันระหว่างบินก็สนทนาแสดงความเก่งทางความคิดตัวเองออกมา

วีระ: เนี่ย ถ้าผมทิ้งแบงค์ 1000 ลงไป คนที่เก็บได้ 1 คนจะต้องมีความสุขแน่ ๆ

จตุพรหลังจากได้ฟังก็อดรนทนไม่ไหว แสดงความคิดอันปราดเปรื่องตัวเองออกมาบ้าง

จตุพร: ส่วนผม ผมจะทิ้งแบงค์ 500 ลงไป 2 ใบจะมีคนที่เก็บได้ถึง 2 คนที่มีความสุข

ทักษิณเมื่อได้ยินลูกน้องพูดกัน มันรู้สึกคันปากอดไม่ได้ที่จะต้องพูดโอ่ถึงความคิดอันแสนฉลาดของตัวเอง

ทักษิณ: เฮ้ย อะไรกัน ความคิดตื้น ๆ รู้ไม่จริงกันทั้ง 2 คนเลย ของผมนะผมจะทิ้งแบงค์ 100 ลงไป 10 ใบ จะมีคนตั้ง 10 คนเชียวนะที่ดีใจ

ลูกน้องทั้ง 2 คนเมื่อได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกทึ่งในความคิดอันลึกล้ำของนายใหญ่ถึงกับออกปากชมเปาะ ปรบมือชื่นชมด้วยความเลื่อมใสศรัทธาความคิดอันไม่มีผู้ใดเทียบเทียมได้ของท่านผู้นำ
แต่ภายในห้องนักบินซึ่งได้ยินการสนทนาของผู้มีอำนาจทั้ง 3 คนโดยตลอด หนึ่งในนักบินจึงพูดขึ้นมา

นักบิน: ถ้ากูทิ้งพวกมึงทั้ง 3 คนลงไป จะมีคน 60 ล้านคนทั้งประเทศไทยดีใจเป็นแน่นอน…

 

ไม่เกี่ยวกับการเมือง 100% ใครอย่าเอาไปโยงนะ

ผมไม่เกี่ยวววววววOpen-mouthed

Written by ljungdurst

เมษายน 14, 2010 at 15:43

บันทึกโพสใน News and politics

วันที่โลกออนไลน์ล่มสลาย

with 41 comments

ประกาศ!
หลายคนอาจจะพอทราบแล้วว่า วันนี้ระบบ MSN เกิดอาการรวนอย่างผิดปกติ อาการคือเราออนไลน์ขึ้นมาจะแทบไม่เห็นใครในรายชื่อออนไลน์เลย เป็นมาตั้งแต่ประมาณช่วง 9 โมงเช้าจนถึงวินาทีนี้ (4 ทุ่มแล้ว)
อย่าตกใจไปครับ จริง ๆ ทุกคนออนไลน์อยู่ แต่เราจะเห็นเค้าแสดงค่าเป็นออฟไลน์หมดเลย จะมีแค่บางคนที่หลุดรอดความวิปริตนี้มาออนไลน์ให้เราได้เห็น
อย่างรายชื่อผมขนาดช่วง low period ยังมีคนออนอย่างน้อยก็ 10 คนเลยครับ แต่วันนี้ขนาดช่วง prime time อย่าง 5 โมงเย็น ยังมีคนออนแค่ 3 คนให้น่าตระหนก
สืบไปสืบมาก็รู้ว่าจริง ๆ คนออนไลน์อยู่เหมือนเดิมน่ะแหละ แค่เรามองไม่เห็น
แล้วน่าจะเป็นทั้งโลก เพราะเพื่อนที่อยู่อเมริกาก็เป็น
คาดว่าพรุ่งนี้อาการน่าจะหายมั้ง
ตอนนี้ก็รู้สึกเหมือนออนไลน์แบบ alone in the universe กันไปก่อน

Written by ljungdurst

มีนาคม 23, 2010 at 14:58

บันทึกโพสใน News and politics

5 ปรากฏการณ์ที่วิทยาศาสตร์ก็ไม่อาจอธิบายได้

with 33 comments

ทำไมมึงไม่ทำทีสิสวะ?
อย่าถามผมด้วยประโยคนี้นะ ผมทำอยู่ แต่ทำแล้วก็ไปเจอบทความน่าสนใจมาก ๆ ชิ้นนึง น่าสนมากเพราะเป็น 5 ปรากฏการณ์ที่วิทยาศาสตร์ก็ไม่อาจอธิบายได้ ทั้ง ๆ ที่บางเหตุการณ์ก็ผ่านการทดลองและพิสูจน์มาเนิ่นนาน มันอะไรกันนักหนากับโลกใบนี้ ทำไมมีเรื่องที่เราไม่รู้เยอะจังวะ!
ไปร่วมตื่นเต้นกับทั้ง 5 ปรากฏการณ์ที่ว่ากันเลยครับ
 
1.การอพยพย้ายถิ่นของสัตว์
 
สัตว์มากมายบนโลกนิยมอพยพย้ายถิ่นที่อยู่กันบ่อย ๆ และเดินทางเพื่อย้ายบ้านกันทีนับพันไมล์ ข้ามน้ำ ข้ามทะเล ข้ามภูเขา ข้ามป่า ข้ามไม้ ข้ามแม่งแทบทั้งโลก โดยไม่มีอุปกรณ์นำทางอย่าง GPS ซะหน่อย ทำไมพวกมันถึงไม่หลงทาง?
ไม่มีใครรู้คำตอบที่ถูกต้อง 100% สักคนเลยครับ นอกจากนำเสนอทฤษฎีที่น่าจะพอเป็นไปได้เหล่านี้ไว้
- พวกนกพิราบ (ในภาพด้านบนนั่นแหละ) จะใช้วิธีการจดจำแลนด์มาร์คต่าง ๆ ของโลกไว้ และออกบินไปตามจุดต่าง ๆ ที่บันทึกใส่สมองไว้ และในจุดที่แลนด์มาร์คห่างกันเกินไปจนมองไม่เห็น พวกมันก็ใช้วิธีดมกลิ่นเข้าช่วย เพื่อไม่ให้หลุดจากเส้นทาง
- ถ้าอันบนดูธรรมดาไป มาดูอันนี้ครับ เขาบอกว่าจริง ๆ แล้วนกพิราบเนี่ย มันรับรู้ทิศทางได้จากสนามแม่เหล็กของโลก ทำให้มันรู้ตัวเสมอว่ากำลังมุ่งหน้าไปที่ไหน ว่าแต่ต่อมรับแม่เหล็กมันอยู่ตรงไหนหว่า
- หรือท้ายสุดเลยครับ รูเพิร์ต เชลเดร๊ค แกนำเสนอไว้ว่า แท้จริงแล้วความทรงจำต่อเส้นทางนับพันไมล์ของพวกนกนั้น ฝังอยู่ในยีนอยู่แล้ว ฝังมาตั้งแต่บรรพบุรุษ และจะสืบทอดไปชั่วลูกชั่วหลาน หรือจนกว่าโลกจะล่มสลายเลยทีเดียว
 
comment: ผมเชื่ออันสุดท้ายมากที่สุดละ ไม่เชื่อดูจากพฤติกรรมของมนุษย์เองก็ได้
 
 
2.บั้งไฟพญานาค
 
เรื่องนี้น่าจะมีชาวสเปซของเราที่เชี่ยวชาญอยู่แน่ ๆ ผมขออนุญาตเล่าคร่าว ๆ ละกันนะครับ ในทุกปีช่วงออกพรรษา จะเป็นที่รู้กันดีว่าคุณมีนัดกับปรากฏการณ์โลกตะลึงนี้ที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง บั้งไฟพญานาคจะพุ่งขึ้นจากลำน้ำโขง พุ่งสู่ฟ้าและดับไปอย่างน่าอัศจรรย์ ไม่มีใครรู้ว่ามันคืออะไรกันแน่ ทำไมต้องพุ่งที่แม่น้ำโขง ทำไมต้องพุ่งในเทศกาลวันออกพรรษา และทำไมถึงพุ่งกันทุกปี
ไทมส์ แมกกาซีน เคยทำสกู๊ปข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างครึกโครมเมื่อ 8 ปีก่อน จนบั้งไฟพญานาคเป็นที่โด่งดังไปทั่วโลก ทำรายได้ให้แก่จังหวัดริมน้ำโขงอย่างเป็นล่ำเป็นสัน
- ฝรั่งบางคนเชื่อมากว่านี่คือพลังงานที่พญานาคขับออกมาจากร่างกายเป็นประจำทุกปีในช่วงเวลานี้ (เขาเชื่อเพราะเคยมีหลักฐานการจับพญานาคได้ ซึ่งผมค่อนข้างเชื่อว่ามันเป็นของปลอม)
- นักวิทยาศาสตร์พยายามพิสูจน์ว่ามันเป็นปฏิกิริยาของก๊าซมีเทนที่เกิดจากการทับถมของซากพืชและสัตว์ใต้ลำน้ำโขง (แต่ก็ไม่มีผลทดสอบที่ยืนยันได้เสียที)
- สถานีโทรทัศน์ของไทยเองเคยทำสารคดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ และได้ทฤษฎีอีกข้อว่า แท้จริงแล้วมันเป็นเพียงการยิงกระสุนปืนเคลือบฟอสฟอรัสจากทหารฝั่งลาว นัยว่ายิงฉลองเทศกาลออกพรรษา (สารคดีนั้นโดนประณามจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องว่าจงใจทำลายการท่องเที่ยวของไทย)
- แต่ไม่ว่าจะอย่างไรคนในพื้นที่ก็ยังคงเชื่อและศรัทธาว่าปรากฏการณ์นี้เกี่ยวข้องกับอำนาจเหนือธรรมชาติ และควรจะอนุรักษ์สภาพลำน้ำโขงไว้ให้ดีชั่วลูกชั่วหลานสืบไป
 
comment: เรื่องเกี่ยวข้องกับความศรัทธาแบบนี้ พูดตามตรงว่ามันอยู่ที่ความเชื่อมากกว่าจะอยู่ที่เหตุผลล่ะครับ
 
 
3.การระเบิดใหญ่ที่ทังกัสก้า
 
มิถุนายน 1908 เช้าตรู่วันหนึ่งได้เกิดการระเบิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ณ บริเวณที่ราบลุ่มทังกัสก้า บนพื้นที่ทุรกันดารของรัสเซีย แรงระเบิดทำให้พื้นที่ป่ากว่า 2,150 ตารางกิโลเมตร (ย้ำว่าตารางกิโลเมตรนะครับ) พังราบเป็นหน้ากลอง และทำให้เกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่ราว 5 ริคเตอร์ เสียงระเบิดได้ยินดังไปไกลนับร้อย ๆ ไมล์ แรงระเบิดคาดว่ารุนแรงกว่าระเบิดนิวเคลียร์ที่ฮิโร่ชิม่าถึงหนึ่งพันเท่า (ย้ำว่าหนึ่งพันเท่า) จนถึงทุกวันนี้ก็ไม่มีใครบอกได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
- นักวิทยาศาสตร์พวกแรกเชื่อมั่นมากว่านี่คือผลของอุกาบาตตก แต่อุกาบาตลูกนี้ (คาดว่าขนาดประมาณ 30 เมตร) เกิดระเบิดขึ้นก่อนจะแตะผิวโลกห่างจากพื้นดินประมาณ 5 กิโลเมตร จึงไม่ทำให้เปิดหลุมอุกาบาตขึ้นบนพื้นโลก
- นักวิทยาศาสตร์พวกต่อมาเชื่อว่านี่เป็นการตกของยานมนุษย์ต่างดาว แต่ก็ยังตรวจสอบไม่เคยพบเศษชิ้นส่วนใด ๆ (แล้วเชื่อไปได้ไงวะ)
- ส่วนคนนี้มาแปลกสุด นิโคล่า เทสล่า ออกมาเปิดเผยภายหลังว่า นั่นเป็นผลจากการทดลองเครื่องยิงอาวุธพิสัยไกลของเขาเอง โดยเขาตั้งใจจะเล็งยิงทดสอบไปที่ขั้วโลกเหนือ แต่ด้วยตัวแปรบางอย่างทำให้เกิดการคำนวณองศายิงผิดไปครึ่งองศา เครื่องยิงจึงชี้เป้าพลาดไปลงที่ทังกัสก้าแทน โชคดีเหลือเกินที่ไม่มีใครบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเลย
 
comment: ผมเชื่อแบบมันส์ ๆ ไปเลยว่า เป็นฝีมือนิโคล่า เทสล่า แน่นอน!
 
 
4.แสงแผ่นดินไหว
 
มีเรื่องเล่าขานมานานว่า ก่อนจะเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงจะเกิดลำแสงประหลาดขึ้นเหนือท้องฟ้า รายงานลักษณะนี้มีมายาวนานนับศตวรรษแล้ว แต่ไม่เคยมีใครสนใจ จนเมื่อมีการถ่ายภาพแสงดังกล่าวไว้ก่อนเกิดแผ่นดินไหวที่เมืองมัทสึชิม่า (ดังภาพด้านบน) เท่านั้นเอง นักธรณีวิทยาทั่วโลกสะดุ้งโหยงทันที และเร่งศึกษาหาสาเหตุเพื่อนำไปสู่การเตือนภัยที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
มีการนำเสนอทฤษฎียาก ๆ เช่น การเสียดสีของแผ่นทวีปก่อให้เกิดกระแสไฟฟ้าที่เกิดจากการกดดันทางกลไกที่มีต่อผลึกที่ไม่นำไฟฟ้า (อย่าถามผม ผมก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร) บางคนเชื่อว่ามันเกิดจากการดีดตัวของเปลือกโลกที่ส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไปกระทบพลังงานในอากาศจนเรืองแสงขึ้นมา (นี่ก็ชวนงงไม่แพ้กัน)
ยังไม่มีทฤษฎีไหนเชื่อถือได้ และไม่ชวนให้คนฟังงงเต้กเลย
 
comment: งงเกินกว่าจะมีสติคอมเมนท์อะไร แต่มันไม่ใช่แสงปล่อยพลังของอุลตร้าแมนแน่ๆ  ~.~
 
 
5.การกำเนิดของจักรวาล
 
และนี่คือเรื่องที่วิทยาการมนุษย์ยังไม่อาจตอบคำถามได้ และอาจจะไม่มีวันตอบได้เลยก็ได้
ทฤษฎีที่น่าเชื่อถือที่สุดเท่าที่จะอนุมานกันได้ตอนนี้คือ ทฤษฎีบิ๊กแบง ผมก็ไม่เข้าใจเรื่องนี้เต็มที่ ว่ากันว่ามันคือจุดหนึ่ง ๆ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง ๆ ที่เอกภพมีความกดดันสูงและมีความร้อนสูง จนในที่สุดมันก็ระเบิดออกอย่างรุนแรง กระจายตัวเป็นดวงดาว พลังงาน รังสี สสาร และรวมไปถึงเวลาด้วย โดยการระเบิดที่ว่านี้ยังส่งผลให้เอกภพขยายตัวอยู่ตลอดเวลาจนถึงวินาทีนี้
นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกเข้าใจตรงกันว่า บิ๊กแบงนี้เกิดขึ้นเมื่อ 13 ล้านล้านปีที่แล้ว (สังเกตว่าเบิ้ลล้าน 2 ครั้งนะครับ) แต่ก็นั่นแหละครับ มันทำให้เกิดคำถามว่า
"แล้วอะไรเกิดก่อนบิ๊กแบงล่ะ?"
"อะไรผลักดันมันให้เกิดบิ๊กแบง?"
"แล้วเอกภพหน้าตาเป็นยังไงก่อนเกิดบิ๊กแบง?"
ไม่มีคำตอบที่น่าเชื่อถือ นอกไปจากคัมภีร์ไบเบิ้ลว่าด้วยการสร้างเอกภพของพระเจ้า ซึ่งคนนับถือศาสนาอื่นเขาก็ไม่เชื่อกันอยู่ดี
 
comment: จะเห็นได้ว่ามนุษย์ที่ถือตัว จองหอง และอวดดีนั้น แทบไม่รู้อะไรเลย จนทำให้ผมนึกถึงบทเพลง Neither Of Us Can See ของวงดนตรีร็อคสายส้มอย่าง INCUBUS ขึ้นมาทันที (อ้างอิงจากสถานีร็อคของเอนทรี่ก่อนหน้านี้)
มันเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Stealth ตัวเพลงมีเสียงนักร้องหญิงมาร้องเป็นลูกคู่กับ แบรนดอน บอยด์ ได้อย่างลงตัวและติดหูยิ่งนัก
คงไม่ผิดกติกาถ้าผมจะปล่อยให้ทุกคนใช้ความคิดกับปรากฏการณ์ทั้ง 5 ให้เต็มที่ และรับฟังบทเพลงเพราะ ๆ ไปพร้อม ๆ กันด้วย
 
enjoy ครับ
 
   
 

Neither Of Us Can See / Incubus (ถอดความโดยไอ้โจ้เอง)

 

ชาย – ฉันก็แค่ผลผลิตชิ้นใหญ่จากปฏิกิริยาทางเคมีที่บังเอิญเดินได้
หญิง – ส่วนฉันก็แค่รวงรังของกลุ่มเซลล์ที่เริ่มรับรู้การมีอยู่ของตัวเอง

 
ชาย – มันไม่ดูจองหองและน่าแปลกใจไปหน่อยหรือ
หญิง – ที่เราทั้งคู่คิดว่าต่างรู้ดีไปเสียทุกอย่าง
 

เราทั้งคู่มีมันสมอง
เราทั้งคู่มีสองตา
แต่เราต่างมืดบอดไม่เห็นอะไร
เราทั้งคู่รับรู้ความเจ็บปวด
เราทั้งคู่รับรู้คำลวงหลอก
แต่เราก็มืดบอดไม่เห็นอะไร
ทั้งหมดนั่นคือเรา เราสองที่ต่างกัน
และต่างมืดบอดไม่รู้ไม่เห็นอะไรเฉกเช่นกัน

 

หญิง – ฉันเป็นเพียงแมลงเม่าบินตอมไต่แสงนีออนริมถนน
ชาย – ฉันหวาดกลัวต่ออนาคตและฉันมันเหมือนสิ่งไร้สมรรถนะใด ๆ

 

ชาย - ฉันมันแค่ส่วนประกอบอันบิดเบี้ยวของความชั่วร้าย
หญิง - ยินดีที่ได้รู้จัก
พร้อมกัน - ทั้งหลายทั้งปวงนั่นคือเรา

เราที่มืดบอด ไม่รู้ไม่เห็นสิ่งใดเลย..

*เครดิต: ภาพทั้งหมดและเนื้อหาบางส่วนจาก Mother Nature Network

Written by ljungdurst

มีนาคม 15, 2010 at 21:59

บันทึกโพสใน News and politics

สื่อกีฬาอันดับหนึ่งของประเทศ

with 31 comments

   หลายคนอาจจะไม่ค่อยได้สนใจติดตามข่าวกีฬาซักเท่าไหร่ เอาง่าย ๆ ว่าถ้ามีข้อสอบให้บอกชื่อนักฟุตบอลไทยที่ลงเล่นฟุตบอลลีกสูงสุดในต่างแดนอยู่มาซัก 3 ชื่อ สงสัยจะตอบกันไม่ได้แน่เลย (ผมก็ตอบไม่ได้ 555555)
   ในวงเล็บนั่นทีเล่นทีจริงครับ เพราะปีนี้นักบอลไทยขายดีนะรู้มั้ย เอลีก ลีกสูงสุดของประเทศออสเตรเลียมาสอยนักเตะเราไปเล่นแล้ว 2 หน่อด้วยกัน หน่อแรกเห็นว่าผู้สันทัดกรณีในวงการบอลไทยกล้า ๆ ฟันธงว่านี่คือนักเตะเกมรับที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ลูกหนังไทยเคยมีมา ส่วนอีกหน่อเพิ่งย้ายไปแดนจิงโจ้ (ไม่ใช่เจ้าของสเปซนี้แน่นอน) เมื่อสัปดาห์ก่อนนี้เองครับ
   หน่อหลังเราไม่สน เราสนแต่หน่อแรก
   อ่านมา 7 บรรทัดแล้ว ถ้าใครยังนึกชื่อนักบอลหน่อแรกที่ผมเอ่ยถึงไม่ออกก็ไม่แปลกหรอกครับ ก็นักข่าวประเทศนี้เค้ายังไม่รู้ไม่สนใจกันเลยครับ ทั้ง ๆ ที่เป็นบุคคลที่ทำชื่อเสียงให้ประเทศมากขนาดนี้ ฝรั่งมังค่าเห็นฟอร์มพี่แกแล้วซูฮกกันยกใหญ่ ถึงขนาดว่านักข่าวที่โน่นกล้าเขียนคอลัมน์ด่าผู้จัดการทีมตอนที่ตัดสินใจเปลี่ยนตัวนักเตะสัญชาติไทยผู้นี้ออกจนทีมแพ้
   เชื่อรึยังครับว่า นักเตะคนนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน
   …
   ..
   แต่ที่ต้องเชื่อมากกว่านั้นคือ สื่อกีฬาอันดับหนึ่งของประเทศไทยเราอย่าง สยามกีฬา เคยทำข่าวทีมดังแห่งศึกเอลีกลงฟาดแข้งกับทีมอะไรก็ไม่รู้ที่มีอดีตกองหน้าลิเวอร์พูล ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ลงเตะ
   เนื้อข่าวไม่ได้เป็นที่น่าสนใจอะไรเลย จนกระทั่งไล่สายตาไปที่รายชื่อผู้เล่น 11 ตัวจริง มีแบ็คขวาชื่อเสียงเรียงนามประหลาดโลกซึ่งได้คะแนนฟอร์มการเล่นในนัดนั้นดีทีเดียว
   "ซูหรัต ซูคฮา" คือชื่อแบ็คขวาฟอร์มแหล่มผู้นั้น
   เดชะบุญหนุนนำของสยามกีฬา ผู้สันทัดกรณีท่านเดิมอ่านชื่อนี้บนหน้าหนังสือพิมพ์แล้วหงายหลังเงิบ
   คุณมึงผู้เป็นนักข่าวกีฬาแห่งสยามประเทศ ดูฟุตบอลสลับละครน้ำเน่าช่อง 7 เหมือนกู แดกข้าวแกงจานละ 25 บาทเหมือนกู ทำไมคุณมึงไม่รู้จักนักเตะแบ็คขวาระดับตัวจริงทีมชาติไทยคนนี้วะ
   "สุรัตน์ สุขะ" คือชื่อของเขา
   แล้ว "ซูหรัต ซูคฮา" คือใครวะ!?!? ไอ้หอย!
   …
   ..
   เรื่องราวเป็นประเด็นถกเถียงกันพักใหญ่ว่า ความผิดพลาดนี้เกิดจากใคร คนเขียนข่าวมั่วเอง? ทีมตรวจปรู๊ฟอู้งาน? ความสุกเอาเผากินของบริษัท?
   แม้สุดท้ายจะมีกระแสว่า มีการปรับเงินทีมงานที่เกี่ยวข้องกับความผิดพลาดนี้ทุกคน
   แต่วินานี้นี้ มันก็สายไปแล้วล่ะครับ
   คนเราทำผิดได้ แต่ควรหรือที่จะผิดซ้ำสอง เมื่อคืนนี้เอง (8 ตุลา 52) เวบไซท์พันทิปซึ่งนักข่าวหลายเจ้าขยาดมาก ได้เปิดโปงความลักลั่นพิกลพิการของสื่อกีฬาอันดับหนึ่งของสยามประเทศอีกครั้ง
   ผมไม่พล่ามอะไรมากแล้วกัน ไปดูหลักฐานประจานความทุเรศกันดีกว่าครับ
 
 
   ภาพแรก เป็นภาพโปสเตอร์หน้ากลางของนิตยสารฟุตบอลรายสัปดาห์ ’ฟุตบอลสยาม’ ในเครือสยามกีฬา ฉบับล่าสุด เป็นภาพหมู่ทีมชลบุรีเอฟซี ดูเผิน ๆ ไม่มีอะไรนี่นา ผมเอามาให้ดูทำไม ประจานอะไร
   โอเคครับ เราไปดูภาพต่อไปกันดีกว่า
 
 
   ภาพที่สองเป็นภาพหมู่ทีมชลบุรีซึ่งถ่ายไว้ตั้งแต่ปีก่อนแล้ว..
   อ้าว เอ๊ะ เฮ้ย!
   ไอ้ฝรั่งหัวทองหายไปไหนวะ? แล้วไอ้คนยิ้มแป้นแล้นข้าง ๆ ฝรั่งหัวทอง (ชื่อของเขาคือ ไมเคิ่ล เบิร์น) หายไปไหนแล้ว ไหนจะนักเตะแถวที่สองที่หน้าตาดูพิลึกไปอีก หันหน้าซะคอเบี้ยวผิดหลักการยศาสตร์ที่สุดในโลก
   สยามกีฬามันเอาอีกแล้ว!!!
   !!!!!!  ขออนุญาตตกใจอีกครั้ง
   !!!!!!  อีกซักครั้ง
   คุณมึงเป็นอะไรมากรึเปล่าครับ หนังสือซื้อขายกัน ไม่ได้แจกฟรีหรือเอาไว้เป็นกระดาษเช็ดขี้ แต่คุณเอาขยะแบบนี้มาใส่หน้ากลางหลอกขายผมได้ไงครับ
   ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ก็ตาม (ใครจะกล้าพูดว่ามันไม่ตั้งใจวะเนี่ย) ชื่อเสียงของบริษัทคุณมึงโดนกระทืบทิ้งหมดแล้วล่ะครับ ด้วยตีนของคุณมึงเองด้วยครับ
   ในฐานะลูกค้าที่เสียเงินให้คุณมาโดยตลอด ผมอยากจะขากถุยใส่จดหมายจ่าหน้าซองไปถึงทีมงานนิตยสารเล่มนี้ทุกคนเลยครับ
   แต่เกรงว่าจะไม่สุภาพ จึงขอยืมมุกจากคุณ บอบู๋ คอลัมนิสต์รุ่นใหญ่จากสื่อกีฬาอันดับหนึ่งของประเทศ(?) มาใช้หน่อยแล้วกันว่า
   "ขากถุยครับ คุณหอกหักทั้งหลาย"
   …
   ..
   .
   *หมายเหตุ: ผมเอารูป สุรัตน์ สุขะ (ที่สยามกีฬาไม่รู้จัก) มาฝากให้ทุกคนที่เข้ามาอ่านเอนทรี่ได้ดูเป็นของแถมแล้วกันครับ คงไม่ต้องบรรยายใต้ภาพนะครับว่า สุรัตน์ คือคนขวาในรูป ส่วนใครอยากรู้จัก สุรัตน์ สุขะ มากกว่านี้ ผมรบกวนจิ้มไปที่ http://www.ballthai.in.th/smfboard/index.php/topic,36.0.html 
คอลัมน์นี้เพื่อนรักของผมเขียนเองครับ
 

Written by ljungdurst

ตุลาคม 9, 2009 at 01:11

บันทึกโพสใน News and politics

กฎการทดเวลาบาดเจ็บ

with 26 comments

หากเกมกำลังได้เปรียบ ผู้ตัดสินจะทดเวลาไปเรื่อย ๆ จนกว่าแมนฯยูไนเต็ดจะยิงได้
และเมื่อแมนฯยูไนเต็ดยิงได้ เสียงนกหวีดยาวจะดังขึ้นในอีกไม่กี่อึดใจถัดมา
 
ทดสอบกฎภายใต้เงื่อนไขดังนี้
1.เป็นเกมพรีเมียร์ลีก
2.เป็นเกมที่แมนฯยูไนเต็ดกำลังเพลี่ยงพล้ำ
3.เป็นการแข่งขันที่สนามโอลด์แทรฟฟอร์ด
 

Written by ljungdurst

กันยายน 21, 2009 at 12:58

บันทึกโพสใน News and politics

เราไม่เคยเรียนรู้ เราไม่เคยจดจำ

with 19 comments

อย่าแปลกใจที่วันนี้ดูทีวี อ่านข่าว แล้วจะปวดใจจนน้ำตาไหล

เพราะเราไม่เคยเรียนรู้ เพราะเราไม่เคยจดจำ

 
เพลง: While My Guitar Gently Weeps
ศิลปิน: The Beatles
ถอดความ: Freddie Ljungdurst
 

I look at you all see the love there that’s sleeping
While my guitar gently weeps
I look at the floor and I see it needs sweeping
Still my guitar gently weeps
I don’t know why nobody told you how to unfold your love
I don’t know how someone controlled you
They bought and sold you.

I look at the world and I notice it’s turning
While my guitar gently weeps
With every mistake we must surely be learning
Still my guitar gently weeps
I don’t know how you were diverted
You were perverted too
I don’t know how you were inverted
No one alerted you.

I look at you all see the love there that’s sleeping
While my guitar gently weeps
Look at you all…
Still my guitar gently weeps

ถอดความ

ฉันเฝ้าดูพวกเธอ ฉันเห็นความรักกำลังหลับไหล
เสียงกีตาร์ของฉันครวญคร่ำร่ำร้องไป
ฉันก้มมองพื้นเห็นฝุ่นผงสกปรกต้องปัดกวาด
เสียงกีตาร์ของฉันยังคงร่ำไห้ใจแทบขาด
ฉันไม่รู้เหตุใดจึงไม่มีใครสอนให้เธอรู้ถึงการเผื่อแผ่ความรัก
ไม่รู้ทำไมพวกเธอถึงถูกควบคุมบงการได้เช่นนี้
หรือเพราะพวกเขาซื้อและขายพวกเธอ

ฉันเฝ้ามองโลกและสังเกตเห็นวันคืนที่เปลี่ยนไป
เสียงกีตาร์ของฉันเศร้าหม่นบาดหัวใจ
เราต้องเรียนรู้ทุกความผิดพลาดที่เราได้ก่อใช่ไหม
เสียงกีตาร์ของฉันยังคงคร่ำครวญร้องไห้
ฉันไม่เข้าใจทำไมเธอถึงได้ถูกชักจูงให้ไขว้เขวได้เพียงนี้
ทำไมเธอถูกหลอกลวงไปในทางที่ผิดได้เช่นนี้
ทำไมกันเธอถึงไม่รู้ผิดชอบชั่วดีเช่นนี้
ทำไมถึงไม่มีใครกล่าวเตือนสติเธอเสียที

ฉันเฝ้าดูพวกเธอ ฉันเห็นความรักกำลังหลับไหล
เสียงกีตาร์ของฉันคร่ำครวญร้องร่ำไป
ฉันเฝ้าดูพวกเธอ …
เสียงกีตาร์ยังร่ำไห้ต่อไป หมองหม่นต่อไป..

Written by ljungdurst

กันยายน 2, 2008 at 09:42

บันทึกโพสใน News and politics

พื้นที่โฆษณา กลับมาแล้ว

with 14 comments

  พื้นที่โฆษณากลับมาอีกครั้ง หลังจากหายหน้าหายตาไปพักใหญ่ๆ เนื่องจากทางทีมงาน guideball วุ่นๆอยู่ เลยโทรติดต่อมาช้าไปนิด
ทางเจ้าของบริษัทเป็นคนโทรมาคุยเองเลย เค้าบอกว่าได้อ่านต้นฉบับครบทุกชิ้นแล้ว ทั้งชิ้นที่ได้ลงและไม่ได้ลง
  มีคำติชมมาว่า เขียนได้โอเคระดับนึง แต่ขาดสไตล์ที่โดดเด่น และบางครั้งยังมีน้ำเสียงเหมือนข่าวมากกว่าจะเป็นคอลัมน์
รวมไปถึงควรกำหนดบุคลิกของ โจ้หลาเดียว ให้ชัดเจน อันนี้ผมรู้ตัวเลย เพราะผมเขียนตามอารมณ์ วันไหนอารมณ์ดีก็เขียนเรื่องสบายๆ วันไหนอารมณ์ไม่ดีก็เขียนเรื่องหม่นๆหน่อย
  และเค้าก็บอกมาว่า ผมจะเป็นพี่เลี้ยงตอยปั้นคุณเอง วันนึงคุณจะต้องได้ยินคนพูดถึงชื่อ โจ้หลาเดียว เหมือนที่ได้ยินคนพูดชื่อ เบน ฟรีคิก หรือ บอบู๋ (ก็เว่อร์ไปนิดนะครับเฮีย)
  ทีนี้ทางทีมงานก็ตกลงเรื่องจ่ายค่าตอบแทน โดยบอกว่าตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นปี จะคิดค่าตอบแทนตามแบนเนอร์โฆษณาที่เข้าในหน้าคอลัมน์ ซึ่งแบนเนอร์จะเข้าก็ต่อเมื่อคนเข้าอ่านคอลัมน์เยอะถึงระดับนึง คำว่าระดับนึงของเค้าเนี่ย ผมก็ไม่รู้ว่าเท่าไหร่ วันละ100คน? 200คน? 1000คน? ไม่รู้เหมือนกันครับ
  ก็เลยกระซิบฝากคนอื่นว่าเข้าไปอ่านก็คลิกมากกว่า1ทีก็ได้นะ แหะๆ
  จากนั้นพอครบสิ้นปี หากแบนเนอร์เข้าน้อยกว่าที่กำหนดเกณฑ์ไว้ ทางบริษัทจะเปลี่ยนมาจ่ายเป็นเงินประจำแทน โดยจ่ายเงินให้ตามจำนวนต้นฉบับที่ส่ง ก็ไม่กี่บาทหรอกครับ แต่ไม่สำคัญเท่าที่การที่ผมได้เข้าไปมีที่ทางในแวดวงนี้บ้าง แม้จะเป็นพื้นที่เล็กๆแต่ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย
  และทางทีมงานแจ้งว่า เมื่อได้เวลาที่เหมาะสม คอลัมน์ผมจะได้ลงเว็บหลักนั่นคือ www.soccersuck.com เว็บฟุตบอลอันดับต้นๆของประเทศเลย (ยอดชมเดือนละมากกว่า4ล้านคลิก)
  แต่กว่าจะถึงวันนั้นได้ ก็ต้องมีก้าวเล็กๆก้าวนี้ก่อนแหละครับ คอลัมน์ล่าสุดกลับมาอัพเดตแล้วครับ ไปชมไปชิมกันได้ที่ www.guideball.com คอลัมน์ half-time Show ตัวคอลัมน์อยู่ทางขวามือของเว็บเพจ หาไม่ยากครับ และเผื่อหลายคนยังไม่ทราบนะครับ คอลัมน์ผมอัพเดตทุกวันจันทร์และพฤหัสนะครับ
  ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับผม ^^

Written by ljungdurst

สิงหาคม 11, 2008 at 10:43

บันทึกโพสใน News and politics

It’s just a game, really?

with 11 comments

วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2551 ณ สนามเซนต์ แอนดรูว์ ทีมเบอร์มิงแฮม ซิตี ลงแข่งกับ ทีมอาร์เซนอล นาทีที่3ของเกมการแข่งขันได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น
551000002460301 
มาร์ติน เทย์เลอร์ กองหลังของทีมเบอร์มิงแฮม ซิตีเข้าปะทะ เอดูอาร์โด ดา ซิลวา กองหน้าของทีมอาร์เซนอล
551000002460302
การเข้าบอลในลักษณะเปิดปุ่มสตั๊ดมีอันตรายอย่างมากต่อเพื่อนร่วมอาชีพ และจากภาพแสดงให้เห็นว่าข้อเท้าของ เอดูอาร์โด ดา ซิลวา หัก
551000002460306
เชสก์ ฟาเบรกาส กองกลางดาวรุ่งเพื่อนร่วมทีมของ เอดูอาร์โด ดา ซิลวา ขวัญเสียจากภาพที่เห็นเบื้องหน้า และแพทย์สนามรุดเข้ามาดูอาการบาดเจ็บของผู้เล่น..
 
  ผลลัพธ์ของเหตุการณ์นี้คือ มาร์ติน เทย์เลอร์โดนใบแดงไล่ออกจากสนามทันทีพร้อมติดโทษห้ามลงแข่ง3นัด เอดูอาร์โด ดา ซิลวาต้องพักรักษาตัวนานกว่าครึ่งปี และไม่ได้รับคำยืนยันว่าจะกลับมาลงเล่นได้เหมือนเดิมรึเปล่า ทำให้เจ้าตัวหมดโอกาสลงเล่นตลอดทั้งฤดูกาลที่เหลือ และหมดโอกาสลงเล่นให้ทีมชาติโครเอเชียลงสู้ศึกยูโร2008 ทีมอาร์เซนอลขาดกำลังสำคัญไป ส่งผลต่อการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก และ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก
  เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้งในเกมส์การแข่งขัน อุปกรณ์ป้องกันใดๆก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ หากผู้เล่นยังไม่สำนึกในหน้าที่และความรับผิดชอบต่อผู้อื่น เคยมีการถกกันถึงกฏการลงโทษผู้เล่นที่เล่นรุนแรงจนอีกฝ่ายบาดเจ็บว่า ให้ติดโทษห้ามลงแข่งจนกว่านักเตะที่บาดเจ็บจะรักษาอาการบาดเจ็บจนหายดีและกลับมาลงสนามได้อีกครั้ง เป็นบทลงโทษที่รุนแรงมากๆ และยังไม่มีการนำมาใช้จริงจัง
  คุณลองนึกภาพ เด็กหนุ่มคนนึงฝึกซ้อมฟุตบอลมาเป็นเวลานับ10ปี ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆจนพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาได้จนเป็นที่ยอมรับระดับนานาชาติ กลับต้องมาจบชีวิตการค้าแข้งลงเพราะการเข้าปะทะอย่างรุนแรงจากนักเตะคู่แข่ง อนาคตของเด็กหนุ่มคนนั้นจะเป็นอย่างไร ผมไม่ได้พูดในฐานะที่เป็นแฟนบอลทีมอาร์เซนอล แต่ผมพูดในฐานะคนที่รักกีฬาฟุตบอล ผมไม่อยากให้คำว่าชัยชนะและเงินตราเข้ามาบดบังคำว่าความรับผิดชอบและจิตสำนึก การแข่งขันย่อมต้องการผู้ชนะ แต่หากชัยชนะที่ได้มาต้องแลกไปกับอะไรต่างๆมากมาย ชัยชนะที่ว่าจะมีค่าอะไร
  วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของ เอดูอาร์โด ดา ซิลวา ผมได้แต่ภาวนาให้เค้าหายดีและกลับมาอวดลีลาลูกหนังเพื่อความสุขของแฟนกีฬาฟุตบอลอีกครั้ง Happy Birthday, Dudu..
เครดิต : ภาพจาก www.manager.co.th

Written by ljungdurst

กุมภาพันธ์ 24, 2008 at 23:26

บันทึกโพสใน News and politics

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 27 other followers