WE LIVE BECAUSE THERE'S LOVE

movie music magic football

คืนนี้ (ตอนแรก)

with 3 comments


รถติดอะไรขนาดนี้เนี่ย ตั้งแต่เกิดมาบนโลกเน่าๆใบนี้ ยังไม่เคยเจอมหกรรมยานยนตร์บนท้องถนนจริงที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้เลย ไอ้หนุ่มคันหน้าเดินลงมาเช็ดกระจกรถตัวเอง2รอบได้แล้ว แล้วมันก็เป็นวงจรอุบาทว์สำหรับชีวิตคนเมืองทุกที ฝนตกตอนเลิกงานพอดีทุกวี่วัน ก็อย่างที่พวกเรารู้นั่นแหละ ฝนตกก็ต้องตามมาด้วยรถติด วันนี้ก็ไม่มีข้อยกเว้น

  ผมทำงานที่บริษัทนี้มา 2 ปีกว่า ๆ เห็นจะได้ และอยากลาออกแม่งทุกวัน ผมว่าชีวิตคนกรุงก็คงเป็นแบบผมมากกว่าครึ่ง แต่ผมก็ทนทำมาได้ตั้งนาน ก็งานมันหากันง่ายๆเหมือนคุ้ยเอาตามถังขยะรึไง โคตรพ่อโคตรแม่ก็ไม่ได้ร่ำรวยเหมือนคนอื่น เป็นแค่ชาวสวนจน ๆ อยู่แถวบางกรวยที่รอวันจะโดนหว่านซื้อที่ดินไปทำบ้านจัดสรร

คิดถึงพ่อกับแม่เหลือเกิน นี่ผมไม่ได้ไปเยี่ยมพวกท่านมาหลายเดือนแล้วทั้งๆที่มันไม่ได้ไกลอะไรเลย เหตุผลโง่ ๆ เรื่องเวลากับการงานทำให้ผมห่างเหินจากพวกท่านมากขึ้นทุกที

นาฬิกาข้อมือถูก ๆ บอกเวลา 2 ทุ่มตรง นี่ผมออกจากบริษัทมาตั้งแต่ 5 โมงเย็นก็ยังติดแหง็กอยู่ตรงนี้ไปไหนไม่ได้มาครึ่งชั่วโมงได้แล้ว เบื่อเหลือเกิน วิทยุก็มีแต่เพลงงี่เง่ากับข่าวระคายหู โชคดีเหลือเกินที่ผมยังพอมีเทปคาสเซตต์เก่า ๆ อยู่ม้วนสองม้วน อันนี้เพื่อนผมเคยอัดให้ตั้งแต่หลายปี หลายปีก่อนที่เรายังไม่ทะเลาะกันเรื่องผู้หญิงคนหนึ่ง ผมยัดเทปคาสเซตต์เข้าไปในเครื่องเล่น เสียงดังเอี๊ยดอ๊าดขณะเครื่องเล่นทำงานบ่งบอกความเก่าของมันได้เป็นอย่างดี

  ‘slip inside the eyes of your mind…’ เสียงเพลง Don’t Look Back in Anger ดังแผ่วเบาออกจากลำโพงห่วย ๆ แต่ก็มีอาณุภาพพอจะบีบหัวใจให้สั่นไหว

นี่คือเพลงโปรดของพวกเรา

ใช่แล้วล่ะ พวกเราสามคน

สมัยที่เรายังเป็นนักศึกษา ทุก ๆ เย็น ชัยเพื่อนสนิทที่สุดของผมมักจะหนีบกีตาร์ตัวเก่งไปนั่งเล่นนั่งร้องที่หน้าคณะเสมอ โดยมีผมและ ป่านเพื่อนสาวคนสนิทของเราร่วมวงนั่งร้องเพลงไปด้วย

แค่นึกภาพวันเก่า ๆ เหล่านั้นน้ำตาก็เอ่อคลอออกมาช้า ๆ

คุณเดาไม่ผิดหรอกครับ ผมและชัยหลงรักป่านเหมือนกัน สาวน้อยตาโตคิ้วหนาบวกรอยยิ้มเปี่ยมเสน่ห์ ใครล่ะจะไม่หลงรักเธอ ป่านจัดเป็นคนเสียงดีคนนึงเลยทีเดียว

ส่วนไอ้ตัวผม แค่ร้องเพลงไม่ผิดคีย์ก็เป็นบุญสำหรับเพื่อน ๆ แล้ว และก็อย่างที่บอกไปแล้ว ทุกวันเราจะต้องเล่นเพลงโปรดของพวกเราอย่างน้อย 1 ครั้ง เสียงร้องเพลงและเสียงหัวเราะยังคงดังก้องในหัวเหมือนมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

เทอมสุดท้ายของการเรียน พวกเราสามคนไม่ได้ไปนั่งร้องนั่งเล่นกันแบบนั้นอีกแล้ว การเรียนยากขึ้นเข้มขึ้นขึ้นจนพวกเราแต่ละคนแทบไม่ได้เจอหน้ากันนอกจากในชั้นเรียนเท่านั้น

ผมและชัยต่างรู้ว่าอีกฝ่ายมีใจให้ป่านเหมือนกัน แต่ด้วยความที่เราสนิทสนมกันมาก มากเกินกว่าที่จะปล่อยให้อะไรแบบนี้มาทำลายมิตรภาพลงไปได้ แต่ชัยไม่เคยรู้หรอกว่าผมน่ะเคยบอกป่านไปหมดแล้ว ว่าผมรู้สึกอย่างไรกับเธอ

ผมระบายความในใจใส่จดหมายฉบับหนึ่งส่งให้เธอ ตั้งแต่นั้นมาสายตาที่เธอมีให้ผมก็เปลี่ยนไปตลอดกาล ดูห่างเหินเย็นชา ผมเจ็บปวดทุกครั้งที่คิดถึงสายตาคู่นั้น

 

 

(อ่านต่อตอนหน้า)

Written by ljungdurst

พฤศจิกายน 2, 2007 ที่ 04:22

3 Responses

Subscribe to comments with RSS.

  1. คงไม่ได้มาอีกแล้วนะ
    อยากรู้ตอนต่อไปเหมือนกันแหล่ะ
     
    ……
     
    ชีวิตเป็นของตัวเองทำอย่างที่ใจต้องการเถอะ
    ไม่ต้องห่วงเค้า เค้าขอแค่ตัวเองมีความสุขก็พอแล้ว
    เค้าไม่เป็นไร หรืออีกนัยก็คือ จะพยายามไม่เป็นไร
    ไม่ต้องเป็นห่วงความรุ้สึกของเค้า คงเจ็บไม่มากไปกว่าตอนนี้หรอก
    ขอให้สมหวังและมีความสุขมากๆ นะ
    ครั้งนึงเราเคยรักกัน
    ขอบคุณที่เคยรักกัน
     
    โชคดีนะ
    ลาก่อน
     
    …เอียว…
     

    tean

    พฤศจิกายน 2, 2007 at 04:54

  2. อ้าว ลูกเค้าไปซะ1คน จะเหลือคนอ่านเรื่องสั้นมั้ยเนี่ย
    กลับมาเถิดดดดดดด please

    Piyapong

    พฤศจิกายน 3, 2007 at 04:12

  3. *ลูกค้า

    Piyapong

    พฤศจิกายน 3, 2007 at 04:21


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: