WE LIVE BECAUSE THERE'S LOVE

movie music magic football

คืนนี้ (ตอนสอง)

leave a comment »


RRRR! เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นกระชากผมกลับมาจากภวังค์ เป็นอู๋โทรมา อู๋เป็นเพื่อนที่มหาวิทยาลัยอีกคนที่ผมสนิทพอสมควร อู๋บอกว่าชัยโดนรถชนอยู่แถวอโศก อาการแย่มาก ๆ ตอนนี้อยู่บนรถพยาบาลแล้ว

ผมตกใจมาก ไม่คิดไม่ฝันว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้กับคนใกล้ตัว และที่สำคัญมันเกิดขึ้นกับชัย เพื่อนสนิทที่สุดคนหนึ่งของผม อย่างน้อยก็สนิทกันมากก่อนเกิดเรื่องคราวนั้น แต่รถติดแบบนี้ผมจะทำอะไรได้ แค่พารถตัวเองออกไปจากตรงนี้สัก10เมตรยังเป็นไปไม่ได้เลย

อา.. รถข้างหน้าขยับตัวละ ค่อยยังชั่วหน่อย ได้รู้สึกถึงการ ขับรถหน่อย ไม่ใช่นั่งแกร่วอยู่หลังพวงมาลัยเฉย ๆ โรงพยาบาลแถวนั้นเหรอ เดี๋ยวโค้งนี้แล้วก็ผ่านไปอีก2ไฟแดงก็ตัดเข้าอโศกละ RRRR! โทรศัพท์มือถืออยู่ไหนเนี่ย เมื่อกี้วางไว้ตรงไหนกันนะ ตกอยู่ตรงซอกข้างประตูนี่เอง

เอี๊ยดดดดด! เสียงเบรกกระชากรุนแรงจากรถคันข้าง ๆ ก่อนพุ่งเข้ากระแทกสีข้างรถผมอย่างรุนแรง เวรกรรมจริง ๆ คนยิ่งรีบไปก็ยิ่งต้องมีอะไรมาฉุดรั้งให้ช้าลงทุกที แต่นี่ดูเหมือนจะเป็นความผิดของผมแฮะ ถ้าผมไม่มัวแต่ควานหาโทรศัพท์มือถือก็คงบังคับพวงมาลัยได้ดีกว่านี้ แต่มันก็ชนกันไปแล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว เป็นสายเพื่อนอีกคนโทรเข้าแต่วางไปแล้ว ก็น่าจะโทรมาบอกข่าวเรื่องชัยเหมือนกัน

ผมโทรหาบริษัทประกันภัยก่อนลงไปตรวจดูสภาพรถตนเองและรถคู่กรณี กระจังหน้ารถคู่กรณีพังยับเยิน ส่วนสีข้างรถผมยุบและสีถลอกเป็นทางยาว คู่กรณีเป็นผู้หญิง แต่มันมืดเหลือเกินมองหน้าเธอไม่ชัดนัก เธอดูอารมณ์เสียมาก ๆ น้ำเสียงรุนแรงสั้นห้วนที่เธอคุยโทรศัพท์กับบริษัทประกันภัยบ่งบอกได้เป็นอย่างดี แต่กระนั้นผมก็รู้สึกว่าเธอเป็นผู้หญิงที่มีน้ำเสียงไพเราะคนนึง เสียงช่างคล้ายกับเธอเหลือเกิน ป่าน.. 

เธอเปิดประตูรถลงมาตรวจเช็คสภาพรถตนเองและรถของผมเหมือนที่ผมทำไปก่อนหน้านี้แล้ว สายฝนปรอย ๆ ตัดผ่านแสงไฟจากอาคารใกล้เคียงดูคล้ายละอองเส้นแห่งความฝัน แต่ความมืดมิดเบื้องหน้าก็ยังทำให้ผมเห็นหน้าเธอไม่ถนัดอยู่ดี

  เธอเคาะกระจกเรียกผม ผมค่อย ๆ เปิดกระจกลง ผมเห็นหน้าเธอชัด ๆ แล้ว มันทำให้ใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะ ก็ผู้หญิงตรงหน้าผมช่างคล้าย ป่านเสียเหลือเกิน

"ผมขอโทษด้วยจริงๆครับ ผมผิดเอง เดี๋ยวเรารอประกันมาสักครู่นะครับ" ผมพยายามกดน้ำเสียงไม่ให้สั่นไปกับความตื่นเต้น

"คือดิฉันรีบมาก ๆ น่ะค่ะ เอางี้ได้มั้ยคะ เรามาตกลงค่าเสียหายกัน แล้วจะได้จบ ๆ เรื่องไป ไม่ต้องรอประกัน" เธอบอกมาน้ำเสียงดูรีบร้อนแต่ยิ่งตอกย้ำให้ผมรู้ว่าผู้หญิงคนนี้ช่างเหมือน ป่านเสียเหลือเกิน

"ผมไม่รู้จะให้ค่าเสียหายยังไงหรอกครับ กระจังหน้ารถคุณพังยับหมดเลยนี่ครับ ค่าซ่อมคงหลายเงินอยู่ ไม่ทราบว่าประมาณกี่บาทครับ"

"ดิฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ ดิฉันต้องรีบไปแล้วจริง ๆ เอางี้ก็แล้วกันค่ะ ฉันขอหลักฐานอะไรสักอย่างจากคุณก่อนสักอย่างนึง แล้วเบอร์โทรศัพท์คุณ เดี๋ยวเสร็จธุระพรุ่งนี้ดิฉันจะโทรไป แล้วเราเข้ามาจัดการเรื่องพวกนี้กันแล้วกันค่ะ"

  เธอดูรีบร้อนจริง ๆ จนข้อเสนอที่เธอยื่นมาช่างดูไม่ค่อยรอบคอบสักเท่าไหร่เลย ถ้าผมให้บัตรอะไรสักอย่างมั่วๆไปแล้วให้เบอร์โทรศัพท์ใครก็ไม่รู้ให้เธอ เธอจะติดต่อผมยังไงล่ะ

  แต่ผมคงไม่เลวร้ายขนาดนั้นหรอกครับ ผมให้บัตรประจำตัวพนักงานบริษัทแก่เธอ และยื่นโทรศัพท์มือถือให้เธอจัดการ ยิงเข้าเครื่องของเธอ ทุกอย่างเป็นอันเรียบร้อย

"ผมขอโทษจริงๆนะครับที่ทำให้เสียเวลา ไว้พรุ่งนี้เราค่อยมาจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยแล้วกันครับ" เธอพยักหน้าแบบไม่ค่อยสนใจนักและรีบร้อนขับรถจากไป ปล่อยผมคิดฟุ้งซ่านไปต่าง ๆ นานา

  เธอช่างเหมือน ป่านเสียเหลือเกิน ป่าน.. ผู้หญิงที่ได้หัวใจผมไป 4 ปีแล้วสินะที่เรื่องนั้นเกิดขึ้น มันทำให้มิตรภาพยาวนานที่เรามีมาต้องจบลง แต่ในความรู้สึกของผมเรา 3 คนยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอยู่

  ผมเกือบลืมไปเลยว่าต้องรีบไปโรงพยาบาล ผมตัดสินใจโทรไปหาบริษัทประกันอีกครั้งและบอกว่าผมมีธุระด่วนมากต้องรีบไปไม่สามารถอยู่รอได้ บริษัทก็บอกข้อแม้บ้าบออะไรมากมายที่ผมต้องสูญเสียไป ช่างหัวมันเถอะ ชีวิตเพื่อนผมกำลังจะสูญเสียไป ไอ้ข้อแม้โง่เง่าพวกนั้นมีค่าไม่เท่าชีวิตคนหรอก

 

(อ่านต่อตอนหน้า)

Written by ljungdurst

พฤศจิกายน 3, 2007 ที่ 07:50

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: