WE LIVE BECAUSE THERE'S LOVE

movie music magic football

ผมพบ ผมเจอ ผมเห็น และผมพยายามเข้าใจ

with 9 comments


  อยากเขียนเอนทรี่ลงสเปซหลายวันแล้ว แต่ไม่รู้เพราะอะไร เปิดโปรแกรมเวิร์ดทีไร หัวสมองว่างเปล่าทุกที เหมือนที่คุณชาติ กอบจิตติแกเคยบ่นไว้ในหนังสือแกเมื่อปีสองปีก่อนว่า เราซื้อคอมพ์มาเพื่อช่วยให้ทำงานไวขึ้น แต่หลายต่อหลายครั้ง เรากลับนั่งจมจ่อมจ้องหน้าจอว่างเปล่าด้วยสายตาว่างเปล่า พร้อมความรู้สึกเหมือนกับโดนถามว่า มึงซื้อกูมานั่งจ้องเนี่ยนะ เขียนงานสิไอ้บ้า

  สัปดาห์ก่อน เพื่อนในคณะไหว้วานให้ช่วยเขียนบทความเกี่ยวกับคณะเพื่อลงวารสารอะไรไม่รู้ของทางมหาวิทยาลัย เหมือนจะเป็นวารสารรวบรวมบทความของแต่ละคณะเพื่อใช้ในงานรับปริญญา อันนี้ไม่แน่ใจ เป็นการรับงานที่มั่วซั่วมากๆ เพราะผลตอบแทนก็ไม่ได้แต่อยากเขียน เพราะรู้สึกว่าตั้งแต่เรียนปริญญาโทมาได้เกือบเดือน ความเป็นเพื่อนของหลายต่อหลายคนมันลดหายไปเยอะจนน่าตกใจ มิพักต้องเอ่ยถึงบางคนที่คงไม่มีทางเป็นเพื่อนกันได้อีกแล้ว หรือแม้แต่หลายต่อหลายคนที่เราเคยมองว่าเค้าไม่ดีก็กลับกลายมาเป็นเพื่อนที่ดีอย่างไม่น่าเชื่อ เห็นอย่างนี้แล้วเลยไม่รอช้าที่จะคว้าโอกาสที่จะได้บรรยายระบายฟูมฟายหรืออะไรก็แล้วแต่จะเรียกกันลงบนหน้ากระดาษเพื่อเพื่อนๆทั้งหลายที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

  ผมยังเชื่อเหมือนเดิมแม้หลายอย่างที่ทำให้ความเชื่อสั่นคลอนไปบ้าง ผมยังเชื่อว่าเพื่อนที่ดีที่สุดในช่วงชีวิตเราไม่จำเป็นต้องเป็นเพื่อนสมัยมัธยมนุ่งขาสั้นคอซองเท่านั้น เพื่อนในมหาวิทยาลัยหรือแม้แต่เพื่อนในที่ทำงานก็สามารถเป็นมิตรแท้ของเราได้

  เรื่องการเรียนนั้นก็ทำให้หัวใจของผมรวดร้าวไม่น้อย กับวิธีการเรียนการสอนของภาคสาขาวิธีที่ผมเลือกเรียน ใช่ครับ ผมต้องโทษตัวเองที่ไม่เข้มแข็งพอจะเลือกทางที่คิดว่าตัวเองชอบ เงินคือหนึ่งในเหตุผลหลัก ผมไม่ใจกล้าหน้าด้านพอจะเลิกเรียนตามทางสายนี้กลางคันแล้วไปจับเส้นทางที่ผมคิดว่าตัวเองหลงไหล ถ้าที่บ้านร่ำรวยกว่านี้ก็คงไม่เสียดายเวลาและค่าเทอมเรือนแสนที่หมดไปแน่นอน ผมก็ยังคงเชื่อมั่นแบบหลอกตัวเองว่า เรียนทางนี้ไม่จำเป็นต้องทำงานด้านนี้ก็ได้ ทำงานที่ไม่ได้รักเพื่อเอาเงินและเวลาไปทำในสิ่งที่รักก็คงไม่ทำให้ทุรนทุรายนัก แต่หากเลือกได้ชีวิตที่เดินไปพร้อมงานที่เราหลงไหลน่าจะเติมเต็มความสุขในหัวใจในมากกว่า

  หลังจากผ่านชีวิตปริญญาตรีแบบอึกทึกครึกโครมจากการพักอาศัยในหอพักของมหาวิทยาลัยที่มีเพื่อนๆมากมายเหลือเกิน ชีวิตระดับปริญญาโทกลับพลิกผันจากหน้ามือเป็นหน้าแข้ง พวกเรากระจัดกระจายไปอยู่ตามหอพักเอกชนที่รายล้อมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต ผมเปลี่ยนรูมเมทใหม่ที่มักไม่ค่อยกลับมานอนห้องเท่าไหร่ บางทีก็เหงาอย่างบอกไม่ถูก บางทีก็รู้สึกสงบอย่างประหลาด

  อยากเขียนอะไรสักอย่างเหมือนการฟูมฟายบนหน้ากระดาษ(ในที่นี้คือหน้าจอคอมพ์)ก็ฉุกคิดได้ว่า คนเรามันตัวคนเดียว เกิดก็เกิดมาตัวเปล่าๆคนเดียว ตายก็ตายคนเดียว เกินกว่าครึ่งของเวลาในชีวิตเราก็อยู่คนเดียว(อย่างน้อยก็ตอนหลับฝัน เราคงไม่ฝันพร้อมใครหรอกนะ) แต่ชีวิตและหัวใจมันเปราะบางเหลือเกิน สิ่งบางเบาไม่มากไม่มายก็ทำให้ปวดร้าวได้อย่างสาหัส คงมีไม่กี่อย่างที่จะช่วยประคับประคองให้ชีวิตและหัวใจไม่บอบช้ำไปมากกว่านี้ หนึ่งในสิ่งเหล่านั้นคือความรัก ไม่ได้จะมาน้ำเน่า แต่อยากบอกกล่าวหนุ่มสาวร่วมสมัยผู้มั่นใจกับชีวิตตัวคนเดียวว่า วันนึงเราจะรู้ว่าเราเปราะบางเกินกว่าจะอยู่ตัวคนเดียวได้ จริงๆ..

Written by ljungdurst

มิถุนายน 19, 2008 ที่ 16:21

9 Responses

Subscribe to comments with RSS.

  1. "ทำไมคนเราถึงได้เหงาขนาดนี้?
    คำอธิบายแท้จริงซ๋อนอยู่ที่ไหน?
    คนบนโลกนับล้านคน   ทุกคนโหยหาใครสักคน
    ที่จะมาปลอบประโลมใจให้หายเหงา
    แต่ก็กระถดัวหนี  ปลีกตัวไปอยู่เดียวดาย
    ทำไม?   เป็นไปได้หรือไม่ว่า
    โลกถูกสร้างให้มาลอยดวงกลางอวกาศเวิ้งว้าง
    เพียงเพื่อเป็นที่พำนักของคนเหงา?"
     
                                         — Sputnik  Swetheart ; Haruki  Murakami
     
    แต่กับบางคน..
     
    มันก็เปราะบางเกินกว่าที่จะเอาอีกคนมากระทบ
     
    อยู่คนเดียว  มีช่องว่างที่ไม่ต้องมีใครมากระทบ และไม่ต้องไปกระทบใคร
    อาจทำให้หายใจสะดวกขึ้น    ความสัมพันธ์อาจไม่ได้หมายถึงการที่เรากับใครซักคนต้องอยู่ด้วยกัน
    จับมือกัน  ประคับประคองชีวิตให้กัน   แต่อาจหมายถึง
    การได้มีช่วงเวลาร่วมกัน  และพร้อมที่จะผ่านมันไปด้วยกัน  ท่ามกลางช่องว่างที่กั้นเราไว้  — 
    ณ  อีกที่นึง  อาจมีใครบางคนกำลังคิดถึงเราอยู่
    แม้ว่าทุก ๆ วันเราจะเดินคนเดียว
    แต่ว่า..
    แล้วเราอยู่เพียงลำพังจริงหรือ?

    Le temps

    มิถุนายน 19, 2008 at 21:43

  2. "หลับตา เงี่ยหูสดับเสียงทายาทสปุตนิก
    บัดนี้ ยังคงโคจรอยู่รอบโลก มีเพียงแรงโน้มถ่วง ที่ดึงรั้งไว้
    วิญญาณโลหะเปลี่ยวเหงา เคลื่อนที่ไปในห้วงอวกาศมืดมิด…
    โคจรมาพบกัน…เคลื่อนผ่าน…พลัดพราก จากนั้น
    ไม่มีโอกาสได้พบกันอีกแล้ว ไม่มีถ้อยวาจาบอกเล่ากล่าวขานระหว่างกัน…
    ไม่มีสัญญาผูกมัดติดค้าง…"
                                                — Sputnik  Swetheart ; Haruki  Murakami
     
    คนเราเหงาเปล่าเปลี่ยวหรือแท้จริงแล้วคนเราทำตัวประหนึ่งก้อนโลหะที่ลอยเคว้งอยู่ในอวกาศ
    ไม่อาจเปิดใจ ไม่อาจส่งผ่านถ้อยคำ ไม่อาจมอบความรู้สึกดีๆ ด้วยกรอบทัศนะ และกฏเกณฑ์
    ที่วางอยู่รายรอบ…
     
    หากมองข้ามทัศนะที่ว่าเราจะอยู่คนเดียวหรืออยู่สองคน
    ซึ่งในความเป็นจริงนั้นเราก็ไม่เคยอยู่ตัวคนเดียว(ยกเว้นตอนนอน ของคนบางคน)
    แต่มิใช่หรือว่าเราขังตัวเองอยู่ในโลกที่ว่างเปล่า เวิ้งว้าง และเงียบงัน
    ความรู้สึกดี ปราถนาดี ลอยคว้างอยู่กลางอากาศเพื่อรอให้คนมอบให้แก่กัน(มากกว่าหนึ่งคน)
     
    เมื่อถึงวันที่เรามองข้ามความคิดแบบคู่ตรงข้ามได้
    หวังว่าเมื่อถึงตอนนั้นเราจะไม่ต้องขังตัวเองอยู่ใน้ห้วงอวกาศอันเวิ้งว้างอีกต่อไป
     
     

    Joe

    มิถุนายน 20, 2008 at 03:27

  3. ไม่มีคอมเมนต์จ้ะ

    tean

    มิถุนายน 20, 2008 at 08:37

  4. i seei seei see.

    134340

    มิถุนายน 20, 2008 at 16:43

  5. การได้ซึมซับอารมณ์เหงาในบรรยากาศสงบเงียบ
    บางทีก้นับว่าเปนช่วงเวลาที่มีค่าเหมือนกัน
    เสียงภายในมักจะเผยออกมาและได้ยินชัดเจนในช่วงเลาแบบนี้
     

    Odalisque

    มิถุนายน 21, 2008 at 20:02

  6. เหงาจับใจ เวลาต้องดูหนังคนเดียว แล้วหันไปมองคนข้างๆ เวลาออกจากโรงหนัง พร้อมๆกับอะไรๆที่มันครุ่นคิดอยู่ในหัว

    hud

    มิถุนายน 22, 2008 at 04:13

  7. รวมๆแล้วอาจะเรียกได้ว่าเป็นความว้าวุ่นของหนุ่มสาวร่วมสมัย

    Piyapong

    มิถุนายน 23, 2008 at 14:41

  8. อาจจริงอยู่ตรงที่เพื่อนมหาลัยเป็นเพื่อนแท้ของเราได้ แต่เชื่อเหอะเพื่อนร่วมงานเนี่ยตั้งแต่ทำมายังไม่เคยเจอนะ
    เพราะมันเป็นอะไรที่ฉาบฉวย อาจจะเกือบๆ แต่ก็ไม่สนิทใจมากขนาดนั้น แต่เพื่อนตอนเรียนถ้าได้หนิดหนมคลุกคลี
    ทำโปรเจคท์ด้วยกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา เป็นห่วงกัน ถึงแม้จะห่างกันไป พอมาคุยอีกทีก็บรรยากาศเหมือนเดิมนะ

    Reeja

    กรกฎาคม 10, 2008 at 11:29

  9. เริ่มกลัวเพื่อนที่ทำงานซะแล้ว แหะๆ

    Piyapong

    กรกฎาคม 10, 2008 at 16:33


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: