WE LIVE BECAUSE THERE'S LOVE

movie music magic football

อุทิศแด่มะม่วง

with 13 comments


เรื่องมันสมัยประถมหนึ่ง ตอนชั้นผมอยู่ชั้นป.1/7 เปิดเทอมมาได้ไม่นานนัก ผมได้นั่งที่เกือบหน้าสุดของห้องเรียน โดยมี"มะม่วง"นั่งข้างๆผม
วันนั้นผมเรียนวิชาสังคม อากาศร้อนอบอ้าว คุณครูหน้าตาและน้ำเสียงดุโหดมากๆในความคิดเด็กป.1อย่างผม อากาศร้อนยิ่งทำให้คุณครูวัยทองดูจะฉุนเฉียวมากขึ้น
ในช่วงเวลาอันน่าอึดอัดนี้เอง ก็มีกลิ่นเหม็นสุดจะทานทนคลุ้งไปทั่วห้อง เหม็นมากจนทุกคนทนไม่ไหว เสียงบ่นก่นด่าระงมไปทั่วห้อง
ใครขี้แตกวะ!?!?
คุณครูผู้ฉุนเฉียวตวาดขึ้นเสียงดัง "ใครอึราดในห้อง ออกมาหน้าชั้นเรียนเดี๋ยวนี้!"
ขนาดผมไม่ใช่คนที่ขี้แตกเองยังกลัวจนหัวหด ไอ้คนที่ขี้แตกมันจะกล้าลุกขึ้นประกาศตนเองได้อย่างไร ทั้งห้องเงียบไปหนึ่งอึดใจ แต่กลิ่นเหม็นเน่ายังอบอวลทุกมวลอณูของห้อง
ไม่มีจุดไหนของอนุภาคอากาศที่ไม่มีกลิ่นสุดทานทนนี่
คุณครูโกรธหนัก พูดขึ้นเสียงดัง "ทุกคนนั่งอยู่กับที่ ห้ามลุกไปไหน ครูจะหาตัวต้นตอเอง"
พูดจบคุณครูสาวแก่ก็เดินเลาะไปหลังห้องแล้วเริ่มทำการตรวจสอบก้นของนักเรียนแต่ละคนด้วยการเอาไม้เรียวกระแซะไปที่กางเกงหรือกระโปรงของแต่ละคน
บรรยากาศกดดันอย่างหนัก ผมนั่งตัวเกร็งจนฉี่แทบแตก ไอ้คนที่ขี้ราดนี่มันคงกลัวจนขี้ไหลย้อนกลับขึ้นสมองไปแล้วแน่ๆ
ครูเดินไล่จากหลังห้องมาเรื่อยๆจนมาถึงโต๊ะข้างหลังผม ทันใดนั้นเอง มะม่วงก็ร้องไห้ขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ร้องดังมาก เหมือนมีใครเอาหนังยางไปดีดจู๋มันยังไงยังงั้น
คุณครูไม่สบอารมณ์ ตวาดมะม่วงทันที "นายมะม่วง เธอเป็นอะไร ลุกขึ้นไปยืนหน้าห้องเดี๋ยวนี้!"
มะม่วงนั่งร้องไห้จ้าไม่ขยับเขยื้อน คุณครูโมโหถึงขีดสุด เดินมากระชากตัวมะม่วงขึ้นจากเก้าอี้ เท่านั้นเอง วัตถุลึกลับก็ร่วงผล็อยลงมาตามขากางเกงของมะม่วงตกตุบไปที่พื้น2ก้อนถ้วน
กลิ่นรุนแรงจนนักเรียนโต๊ะใกล้เคียงรวมไปถึงตัวผมถึงกับผงะและลุกพรวดพลาดหนีออกทันที พอทุกคนรู้ว่าอะไรเป็นอะไร และรู้ว่าใครเป็น"คนขี้แตก"
เสียงหัวเราะดังลั่นขึ้นอย่างพร้อมเพรียง เสียงเยาะเย้ยถากถางดังมาจากทุกทิศของห้อง มะม่วงขี้แตกๆๆๆๆ เสียงร้องไห้ของมะม่วงยิ่งดังขึ้น ดังขึ้น
แต่แน่นอนว่าเสียงหัวเราะของนักเรียนป.1/7กว่า40คนย่อมดังจนกลบเสียงมะม่วงมิด และแน่นอน หนึ่งในเสียงหัวเราะที่ดังที่สุด คือเสียงหัวเราะของผมเอง..

Written by ljungdurst

มิถุนายน 21, 2008 ที่ 11:25

13 Responses

Subscribe to comments with RSS.

  1. อี๋…กลิ่นโชยมาเลยนะ555

    134340

    มิถุนายน 21, 2008 at 11:45

  2. สงสารมะม่วงนะเนี่ย..
     
    เพื่อนเรามันเคยตดกลางห้อง
    เสียงดังสนั่นหวั่นไหว
    ไม่รู้เรียกร้องความสนใจหรืออะไร
    แต่ว่าตั้งแต่ตอนนั้น
    ไม่มีใครเรียกชื่อจริงมันอีกเลย
    เรารณรงค์อยู่นานให้ทุกคนเรียก"อำนาจ" ว่า "เอก" (ชื่อเล่นมัน)
    แต่ทุกคนเรียกมันเป็นเสียงเดียว — จนสุดท้ายเราต้องเลิกรณรงค์
    ว่า "ไอ้ฟึ่ด"

    Le temps

    มิถุนายน 21, 2008 at 13:08

  3. 5555555
     
     
    so pity for มะม่วง
     

    Phusanisa

    มิถุนายน 21, 2008 at 13:44

  4. เล่าแบบว่าได้อารมณ์.นึกภาพตามเป็นฉากๆเลยค่ะสเปซสวยดี เรียบดูดีเรื่องให้อ่านเยอะ..แล้วจะมาบ่อยๆค่ะว่างๆแวะไปทักทายกันบ้างนะคะ

    MoDmoD

    มิถุนายน 22, 2008 at 01:50

  5. มะม่วง คงจำเสียงหัวเราะนี้ไปชั่วชีวิต

    hud

    มิถุนายน 22, 2008 at 03:39

  6. สงสัยนิดนึง
    นายอุทิศอะไรให้มะม่วง
    … 
    เสียงหัวเราะ? ความทรงจำ? เรื่องตลก?
    เราไม่เคยขี้แตก ทว่าในภาวะตอนเด็กที่เราก็เคยเจอเรื่องแบบนี้
    ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเราต้องหัวเราะเยาะตามคนอื่นไปด้วย
    นึกแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าเราโชคดีจริงๆ ที่ไม่ขีร้แตกตอนเยาว์วัย  
     
     

    กตัญญู

    มิถุนายน 22, 2008 at 05:54

  7. อาาาาาาาาาา

    tean

    มิถุนายน 23, 2008 at 06:59

  8. ผมอุทิศให้ความผิดพลาดที่ผมทำลงไป
    ถ้ามีโอกาสอีกครั้ง ผมจะไม่หัวเราะเค้าแน่นอน
     
    (หวังว่าคงพอเข

    Piyapong

    มิถุนายน 23, 2008 at 14:13

  9. ผมอุทิศให้ความผิดพลาดที่ผมทำลงไป
    ถ้ามีโอกาสอีกครั้ง ผมจะไม่หัวเราะเค้าแน่นอน
     
    (หวังว่าคงพอเข

    Piyapong

    มิถุนายน 23, 2008 at 14:13

  10. เหมือนจะเข้าใจเจตนาผมผิดไปกันใหญ่
    เอาเป็นว่า ผมยอมรับแล้วกันว่าผิดที่ผมจริงๆที่เขียนเรื่องนี้ออกมาด้วยน้ำเสียงขบขัน(บ้างอาจจะดูเย้ยหยันด้วยซ้ำ)
    ผมเข้าใจความรู้สึกของมะม่วงดี เพราะผมก็เคยขี้แตกตอนเด็กๆแล้วโดนล้อหนักเหมือนกัน(บางคนยังล้อถึงทุกวันนี้)
    ผมไม่มีเจตนาจะล้อเลียนมะม่วงแน่นอน(มะม่วงเป็นนามแฝงเสียด้วยซ้ำไป)
    ผมแค่อยากบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง สถานที่จริง อารมณ์และความรู้สึกตอนนั้นจริงๆ
    เอาเป็นว่าบทเรียนครั้งนี้จะทำให้ผมระมัดระวังกับข้อเขียนต่างๆมากขึ้น
    ขอบคุณมากๆสำหรับคำติครับ

    Piyapong

    มิถุนายน 23, 2008 at 14:49

  11. เราอ่านแล้วยังรู้เลยว่าบล็อคนี้เขียนด้วยความรู้สึกผิด
     
    ไม่เป็นไรนะ

    Le temps

    มิถุนายน 23, 2008 at 16:03

  12. ทำไมไม่ใช้นามสมมุติ
     
    สงสารมะม่วง
     

    ทราย ณ

    มิถุนายน 26, 2008 at 06:36

  13. 1.ดีใจที่เข้าใจครับ
    2.ของแบบนี้ for real

    Piyapong

    มิถุนายน 27, 2008 at 19:41


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: