WE LIVE BECAUSE THERE'S LOVE

movie music magic football

ความลับ..การเรียน

with 18 comments


  วันนี้เรียนวิชา Methodology หรือที่มนุษย์โจ้ชอบเรียกว่า วิชาเม็ดตอด (อย่าออกเสียงเพี้ยนเชียวนะ) วันนี้อาจารย์สอนวิธีการหาสมมติฐานในงานวิจัย แม่งมีวิธีหาสมมติฐานเยอะมาก ฟังตามไม่ทัน ง่วงนอนด้วย เลยเรียนไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ไปสะดุดตรงตัวอย่างการตั้งสมมติฐาน 1.นักศึกษาในห้องนี้น่าจะมีเกรดเฉลี่ยเกิน 3.50 (เอ่อ.. อาจารย์เอาอะไรคิดครับเนี่ย หน้าตาโง่แดกกันทั้งห้องแบบนี้ เกิน3.00ก็ยากแล้ว) 2.ผู้ชายเก็บความลับเก่งกว่าผู้หญิง
  ผมหยุดกึกที่ข้อสองนี่เอง
  ถ้ามีการวิจัยในเรื่องการเปรียบความเก่งในการเก็บความลับ ผู้วิจัยจะใช้วิธีอะไรในการเก็บข้อมูล และจะวิเคราะห์ข้อมูลยังไงด้วย ผมคิดวนเวียนอยู่ในหัวจนไม่มีสมาธิในการเรียน (จริงๆก็ไม่เคยมีสมาธิในการเรียนอยู่แล้ว)
  ลองคิดขำๆ การเก็บข้อมูลแบบถ่อยๆเลย ก็เป็นแบบสอบถามให้ติ๊กว่า คุณเก็บความลับเก่งแค่ไหน 5เก่งมากสุด 4เก่งมาก 3เก่งปานกลาง 2เก่งน้อย 1.เก็บไม่เก่ง
  แต่แม่งดูโง่เกิน แล้วใครจะรู้ว่าเก่งปานกลางกับเก่งมาก ต่างกันยังไง แล้วเก่งมากกับเก่งมากสุด ต่างกันแค่ไหน ที่สำคัญเอาอะไรมาวัดวะ ว่าเก่งคืออะไร
  อีกวิธีคือทำตัวสนิทสนมกับกลุ่มตัวอย่างแล้วหลอกล่อให้คายความลับที่เก็บงำไว้ออกมา ซึ่งเป็นการวิจัยที่อาจกินเวลาทั้งชีวิตของผู้วัจัยได้ ที่สำคัญเราจะรู้ได้ไงวะว่ามันมีความลับอะไรจะบอกเรา สรุปแล้วเป็นวิธีวิจัยที่งี่เง่ากว่าแบบแรกเยอะ
  ผมนึกให้ตายก็นึกวิธีวิจัยไม่ออก (จริงจังดีมั้ย)
  ผมก็เลยย้อนกลับมาถึงปัญหาวิจัย หรือ หัวข้อวิจัย นั่นเอง ก็พบว่า หัวข้อมีความเป็นไปได้ในการทำน้อยมาก ไม่ใช่เพราะมันเป็นเรื่องงี่เง่า แต่เพราะว่า เราจะเอาอะไรไปนิยามว่าสิ่งนี้ใช่ความลับ สิ่งนี้ไม่ใช่ความลับ เพราะถ้ากลุ่มตัวอย่างเล่าความลับให้ผู้วิจัยฟัง ความลับนั้นก็ไม่เป็นความลับอีกต่อไป และที่สำคัญที่สุด การวิจัยไม่สามารถทำในเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ การเก็บข้อมูลในลักษณะนี้เป็นไปไม่ได้เลย ใช่แล้วล่ะครับ ก็ความลับมันไม่มีอยู่ในโลก
  ผมจบความคิดตัวเองในคาบเรียนด้วยประโยคนั้น และหลับไป..

Written by ljungdurst

สิงหาคม 22, 2008 ที่ 14:13

เขียนใน Health and wellness

18 Responses

Subscribe to comments with RSS.

  1. ต้องมีกรณีสมมติ.. ให้ผู้ทำแบบทดสอบทำดูมีโจทย์หลายๆข้อ
    ระบุเพศ อายุ การศึกษา วัน เดือน ปี เกิดด้วยน่าจะดี
    เพราะเค้าว่ากันว่า คนเกิดเดือนต่างกัน ราศีต่างกัน นิสัยใจคอย่อมต่างกันด้วย (ว่าตามดวงว่างั้นเถอะ:P)
    องดูหลายๆกรณี เช่น  ให้ผู้ทำเป็นผู้เห็นเหตการณ์ ให้ผู้ทำเป็นผู้ที่ได้ยินเค้าเล่ามา
    ให้ผู้ทำเป็นผู้ไม่มี หรือ อีกกรณี มีส่วนได้ส่วนเสียกับสถานการณ์ เป็นต้น
     
    ปล.. แนะนำหมือนเคยทำวิจัยชิ้นนี้ ที่จริงป่าวแค่มันแว๊ปขึ้นมาในหัว เพราะอยากรู้เหมือนกัน ว่า ผู้ชายเก็บความลับเก่งกว่าจริงเหรอ ^^

    Ong..

    สิงหาคม 22, 2008 at 16:30

  2. อยากรู้มี้ล่าาาาาา
     
    อิอิอิอิ

    tean

    สิงหาคม 22, 2008 at 16:38

  3. หลับในห้องเรียนมันไม่ดี
    จะให้ดีไม่ต้องไปเรียน นอนอยู่หอ
    ไม่เปลืองพลังงานด้วย

    ทราย ณ

    สิงหาคม 22, 2008 at 19:34

  4. เอิ๊กกก ผมชอบมากเลยตอนที่บอกว่า "ผมจบความคิดตัวเองในคาบเรียนด้วยประโยคนั้น และหลับไป.."
    เป็นการสรุปทุกอย่างและหยุดไว้ที่ความเข้าใจด้วยเหตุและผลของตัวเองดีแหะ ^^
     
    และความลับก็ยังคงเป็นสิ่งที่ไม่มีในโลกนี้ต่อไป

    Xenogenesis

    สิงหาคม 22, 2008 at 19:37

  5. อาจารย์ก็ช่างตั้งสมมติฐาน นะ ดูเป็นไปไม่ได้เลยแต่น่าสนใจมาก อยากรู้จังแฮะ

    Joe

    สิงหาคม 23, 2008 at 03:08

  6. เนื่องจากกลุ่มตัวอย่างเป็นมนุษย์เพราะฉะนั้นอาจมีปัจจัยภายนอกมากระทบมากเกินไป และอาจมีผลทำให้ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามสมมุติฐาน
    สมมุติฐานเรื่องความลับไม่มีในโลกน่าจะจริง แต่ว่าน่าจะเปลี่ยนมาทำวิจัยเรื่องนี้ดีก่า "นักศึกษา 40% จะหลับขณะอาจารย์สอน" เหอๆ อันนี้น่าจะจริงกว่า
    เพราะขนาดนั่งหน้าห้องยังหลับประจำ 555
     

    Reeja

    สิงหาคม 23, 2008 at 05:51

  7. ผู้ชายเก็บความลับเก่งกว่าผู้หญิง..จริงรึเปล่าไม่รู้
    แต่ที่รู้ ผู้ชายเม้าท์เก่งกว่าผู้หญิงนะ
    ..ไม่เชื่อ ..
    ลองทำวิจัยกันมั้ยล่ะ 55

    miminokjib

    สิงหาคม 23, 2008 at 07:45

  8. ความลับของผมมักถูกเปิดเผยเมื่อผมพยายามปกปิดมัน

    Odalisque

    สิงหาคม 23, 2008 at 14:53

  9. 1.(¯`·Ong·´¯)
    : จริงๆแล้วไม่มีใครเก็บความลับได้หรอกผมว่า
     
    2…ieo..
    อยากรู้เนาะ
     
    3.εїз ซ.ซาย εїз
    ไม่จริง นอยอยู่หอก็เปลืองค่าไฟที่หอ ไปนอนในห้องเรียนที่ยังไงมันก็ต้องเปิดแอร์อยู่แล้ว ประหยัดกว่า เข้าทำนอง ทางเดียวกันไปด้วยกัน
     
    4.χenogenesis
    เค้าเรียกตัดจบครับ ผมง่วงโคตรๆแล้ว
     
    5.Joe Jaa
    อาจารย์ก็พูดไปเรื่อยแหละครับ ผมสิบ้า คิดไรเป็นตุเป็นตะ
     
    6.Reeja
    ไม่ใช่40% แต่90%มากกว่าครับ
     
    7.MiMiNokJib
    เชื่อครับ เพราะผมกับเพื่อนๆคั้งวงนินทากันบ่อยมาก
     
    8.odalisque
    บางทีเราก็แค่ใส่ความลับลงไปให้มันดูน่าตืนเต้น มั้ง

    Piyapong

    สิงหาคม 23, 2008 at 19:19

  10. จริงๆความลับมีในโลกนะ  แต่เราไม่รู้ไง  เพราะว่ามันคือความลับ
    .
    .
    .
    เป็นวิชาเรียนที่น่าสนุกดีนะ  55

    Le temps

    สิงหาคม 24, 2008 at 02:03

  11. ถ้าความลับมีอยู่จริงๆ แต่เราไม่รู้ว่ามันมี งั้นเรารู้ได้ไงล่ะครับ ว่ามันมีความลับอยู่จริงๆ
    งงดีเนาะ

    Piyapong

    สิงหาคม 24, 2008 at 05:18

  12. จีบได้ไหมคะพี่โจ้

    tean

    สิงหาคม 24, 2008 at 12:41

  13. จุ๊ๆ ความลับ ^^

    Piyapong

    สิงหาคม 24, 2008 at 15:18

  14. โลก ยังมี ความลับ เสมอ !!
     
    Freddie  Ljungberg  ^—^
     

    Bliss as usually

    สิงหาคม 25, 2008 at 09:00

  15. ลองออกมานอกชั้นบรรยากาศโลกสิ
    ความลับเต็มอวกาศเลย
    จริงๆนะ

    Goy

    สิงหาคม 25, 2008 at 18:18

  16. 1.ผู้คนก็คงยังค้นหากันต่อไปครับ
    2.ใช่เลยครับ ความลับไม่มีในโลก แต่อัดแน่นเต็มเอกภพ

    Piyapong

    สิงหาคม 26, 2008 at 03:11

  17.  
    ลองถามอาจารย์รึยังอ่ะคะ ว่าเค้าเก็บข้อมูลยังไง
     
    อยากรู้เหมือนกัน (=..=’)>

    Pam

    สิงหาคม 27, 2008 at 05:21

  18. จริงๆอยากถามครับ แต่หลับซะก่อน ตื่นมาก็จะหมดคาบแล้ว

    Piyapong

    สิงหาคม 27, 2008 at 05:44


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: