WE LIVE BECAUSE THERE'S LOVE

movie music magic football

สงกรานต์ในส้วม และการยิ้มเย้ยยุทธจักร

with 35 comments


          สวัสดีปีใหม่ไทยย้อนหลังกับทุกๆคนนะครับ ช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา แทนที่พวกเราจะได้มีความสุขกันก็ต้องมาเจอพลังแม้วป่วนเมือง ตัวผมเองยิ่งอาการแย่กว่าหลายคนแน่นอน เนื่องด้วยมนุษย์โจ้เป็นมนุษย์ไม่ค่อยกลับบ้าน พอกลับบ้านแต่ละหนก็หมายถึงชีวิตการเป็นอยู่ต้องเปลี่ยนจากเดิมที่เคยชิน การนอนดึกตื่นบ่ายไม่สามารถทำได้อีกแล้ว ต้องเปลี่ยนมานอนไวตื่นเช้า กินข้าวครบสามมื้อ ซึ่งข้าวสามมื้อนี่เองที่ทำเอาผมเจอสงกรานต์สุดโหด

          ไม่ใช่เพราะผมไม่ชอบกินข้าว หรือกลัวอ้วน แต่เพราะอาหารฝีมือแม่ผมเองนั้นไม่ได้กระแทกปากตัวผมเองมานานหลายเดือนแล้ว มันจึงมีหน้าที่ไม่ต่างจากของแสลงในร่างกายผม

          ผลคือผมท้องเสีย ขี้แตกยับเป็นเวลา 5 วันรวด

          ฉลองสงกรานต์ในส้วมอย่างสนุกสนาน

วินาทีนี้ยังไม่หายดีเลยครับ แค่วันนี้วันเดียวก็เปลี่ยนที่นั่งอ่านหนังสือจากเก้าอี้ปกติไปเป็นชักโครกมาถึง 4 หนเข้าไปแล้ว แถมด้วยอาการตดเหม็นชนิดที่ว่า หากฮิตเลอร์กลับชาติมาเกิดใหม่และยังต้องการรมแก๊สชาวยิว สามารถเอาตดผมไปทำวิจัยหาแก๊สที่รุนแรงที่สุดบนโลกได้เลยในทันที

จบการสาดน้ำสงกรานต์(ใส่ก้น)ในส้วมไปแล้ว ผมก็ใช้เวลาว่างไปกับการอ่านหนังสือที่กองๆสุมๆในห้องนอน ใหม่บ้างเก่าบ้างแล้วแต่อารมณ์จะหยิบจับเล่มไหน ด้วยความที่สมาธิสั้นจากอากาศร้อนชื้น ผมหยิบจับการ์ตูนชุดที่สะสมไว้กลับมาอ่านอีกครั้ง

จะให้เป็นดราก้อนบอลก็กลัวจอมมารบูจะเหม็นเบื่อหน้าผมซะก่อน ผมเลยตัดสินใจหยิบ กระบี่เย้ยยุทธจักร มาอ่านแทน

กระบี่เย้ยยุทธจักร หรือบางครั้งก็เรียกว่า เดชคัมภีร์เทวดา คือวรรณกรรมชิ้นเอกในบรรณพิภพ เป็นผลงานที่ดีที่สุดชิ้นหนึ่งของ กิมย้ง

ฉบับการ์ตูนได้รับการถ่ายทอดโดยปรมาจารย์หลี่จื้อชิง ผู้มีลายเส้นพู่กันสุดเฉียบขาดเหมาะกับการวาดภาพที่ให้อารมณ์จีนโบราณมากมาย

ทั้งซีรีส์นี้มี 26 เล่มจบ เป็นของสำนักพิมพ์บุรพัฒน์ (โฆษณากันให้ดื้อๆตรงนี้เลย) ขอการันตีว่าใครได้หยิบจับมาอ่านจะต้องติดหนึบจนอ่านจบครบ 26 เล่มโดยไม่ทันรู้ตัว

การย้อนกลับมาอ่านหนที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ ทำให้ผมได้ค้นพบอะไรใหม่ๆในวรรณกรรมชิ้นนี้ นั่นคือคำคมมากมายที่กิมย้งพยายามสอดแทรกไว้ได้อย่างลงตัว ต้องยกความดีความชอบให้ผู้ถอดความเจ้าประจำอย่าง น.นพรัตน์ ด้วย ที่เลือกใช้ภาษาได้งดงามสละสลวยลงตัว เพิ่มคุณค่าให้วรรณกรรมชิ้นนี้มากขึ้นไปอีกหนึ่งขั้น

ไปดูกันซักหน่อยครับว่ากิมย้งหยอดคำคมอะไรไว้ให้คนรุ่นหลังอย่างเราๆคิดตาม

-ขุนเขาไม่เปลี่ยน สายน้ำไม่ขาด พวกเราต้องได้พบกันอีก

เล่งฮู้ชงจอมยุทธเจ้าสำราญกล่าวคำลากับสหายร่วมพรรคสุริยันจันทราที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา เป็นการยืนยันหนักแน่นว่า ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาต้องได้พบกันอีกอย่างแน่นอน

-เรื่องราวในโลกยุ่งยากเพียงใดไม่กลัว จะกลัวก็แต่ผู้มีความมุ่งมั่น

ผู้เฒ่าแห่งพรรคเส้าหลินหล่นความเห็นต่อความเป็นไปของยุทธภพ (คุณจะไม่รู้สึกขนลุกเวลาเห็นผลงานของผู้ชนะรายการทีวีแชมเปี้ยนเลยหรือ)

-เรื่องราวในโลกไม่ว่ายุ่งยากเพียงใด ก็ยังมีคนไปทดลองมัน

ยังเป็นการหล่นความเห็นของตัวละครเดิม (มนุษย์ชอบลองของ)

-คนเราไม่เคยรู้จักพอ เช่นเดียวกับงูหมายกลืนช้าง

เจ้าสำนักบู๊ตึ๊งพูดถึงจ้อแน่เซียงประมุขพรรคซงซานที่ไม่รู้จักพอหมายรวบสำนักกระบี่ห้าขุนเขาเป็นหนึ่ง (พอเพียงน่ะฟังดูง่ายๆ แต่จะทำได้มั้ย)

-ชีวิตมนุษย์เพียงไม่กี่สิบปี ใยต้องดิ้นรนเพื่อสิ่งจอมปลอม

ประมุขพรรคเส้าหลินบ่นกับเล่งฮู้ชงพระเอกของเรา (อยากให้นักการเมืองได้ฟัง)

-จอมยุทธ์ยากจะผ่านด่านนงคราญ ลูกผู้ชายหากผิดพลาดบ้างคงไม่เป็นไร แต่อย่าให้ถลำลึก

แล้วไอ้หนุ่มๆอย่างเราไม่ใช่จอมยุทธ์จะผ่านไปได้ง่ายๆหรือ?

-ไม่ว่าคนเก่งกาจยิ่งใหญ่เพียงใด สุดท้ายก็ต้องตาย

อาจเป็นเหตุผลที่คนดิ้นรนในชีวิต เพื่อหลังตัวตายชื่อจะยัง

-มนุษย์วางแผน ผลอย่างไรฟ้าเป็นผู้กำหนด

แต่สุดท้ายโชคชะตาวาสนาก็กุมอำนาจเหนือมนุษย์ได้เสมอๆ เฮ้อ..

…..

          เหมือนแก่ตัวลงกว่าเดิม ยิ่งผ่านชีวิตมากเท่าไหร่ก็ยิ่งพบว่าเราไม่เคยมีอิสระในชีวิตเลย(พูดยังกับคนอายุ80) เราผูกมัดและคุมขังตัวเองอยู่ในกรอบแคบๆกรงเล็กๆที่เรียกว่าเงินตราและอำนาจ มีเงินก็มีอำนาจ อำนาจที่จะจับจ่าย อำนาจที่จะครอบครอง อำนาจที่จะควบคุม และในทางกลับกันยิ่งมีอำนาจ เงินตราก็ยิ่งตามมาเหมือนกับแพ็คเกจขายคู่แยกกันไม่ออก

          ในตอนจบของกระบี่เย้ยยุทธจักรนั้น มิได้มีฉากจบที่คลี่คลายอะไรนักในประเด็นที่กิมย้งต้องการนำเสนอและตอกย้ำให้เห็นตลอดทุกบททุกตอน ซึ่งไม่ใช่ผลเสียต่อตัวนิยายโดยรวมเลย ซ้ำยังเป็นผลดีต่อการขับอารมณ์ร่วมของผู้อ่านให้พุ่งสูงสุดและเต็มอิ่มกับเนื้อหา กิมย้งจบวรรณกรรมชิ้นเอกของตนเองด้วยคำพูดที่ว่า

          อำนาจทำให้มนุษย์เสียสติ

          แต่ไหนแต่ไร จะมีสักกี่คน ที่ปลงซึ่งทุกสิ่ง

          ให้อิสระแก่ตนเอง…

          และยิ้มเย้ยยุทธจักร

ชีวิตเราทุกวันนี้ จะสามารถปลดปล่อยตัวเราจากกรงแคบๆนั่น และหันกลับมายิ้มเย้ยมันอย่างผู้ปล่อยวางแล้วได้มั้ย?

หมดวันหยุดยาวช่วงสงกรานต์ การตื่นก่อนไก่โห่และกลับถึงบ้านหลังอาทิตย์ตกดิน แย่งคำตอบไปจากคำถามข้างต้นจนหมดสิ้นเสียแล้ว..

Written by ljungdurst

เมษายน 16, 2009 ที่ 20:13

35 Responses

Subscribe to comments with RSS.

  1. ชอบจังแล้วถ้าขุนเขาเปลี่ยนพวกเราจะได้พบกันรึป่าวคะ:)ปล. ยิ่งอยากปล่อยวาง ยิ่งถูกบีบคั้น … เมื่อไหร่จะปล่อยได้ซักทีน้า 55

    ปลาปิ้ง

    เมษายน 17, 2009 at 10:37

  2. อ่านแล้วจุกเสียดบริเวณลิ้นปี่คนเราไม่เคยรู้จักพอ เช่นเดียวกับงูหมายกลืนช้าง >> อันนี้มีตัวอย่างที่ดี เพื่อนเราคนนึงนี่เองชีวิตมนุษย์เพียงไม่กี่สิบปี ใยต้องดิ้นรนเพื่อสิ่งจอมปลอม >> อันนี้เสียดมาก นักการเมืองชอบทำกัน เพื่อสิ่งใด อำนาจทำให้มนุษย์เสียสติ แต่ไหนแต่ไร จะมีสักกี่คน ที่ปลงซึ่งทุกสิ่งอ่านจบแล้วไปเข้าห้องน้ำ ปลดเปลื้องซะ !! ให้อิสระแก่ตนเอง… และยิ้มเย้ยยุทธจักร

    ORDIN

    เมษายน 17, 2009 at 11:55

  3. อ่านไปอ่านมาสงสัยจะไม่ใช่เรื่อง"ขี้ๆ"แล้วม๊างเนี่ย..

    Petite

    เมษายน 17, 2009 at 13:10

  4. เพลงกระบี่ เพื่อยิ้มเย้ย ยุทธจักร*-*อยากได้วิชาดรรชนีเอกสุริยันต์จัง หุหุ

    Invisible

    เมษายน 17, 2009 at 13:39

  5. เมื่อสมัยเด็ก ๆ นะ พี่ชอบดูซีรี่ย์สหนังจีนกำลังภายในมากที่จริงต้องบอกว่าต้นตอมาจากคุณยายแหละแล้วก็นั่งดูกันจนติดกันทั้งบ้านไม่เว้นแม่แต่พ่อพี่ที่เกือบลืมวิญญาณบุชิโด แล้วออกท่องยุทธภพ ตามหาบัวหิมะฝึกวิชาบนยอดเขาเทียนซานกันเลยทีเดียว (…ก็ว่าไปนั่น)และหนึ่งในการละเล่นยอดฮิตตอนสมัยนั้น ก็คือการเลียนแบบหนังจีนนี่แหละมีกระทั่งเดินลมปราณ ถ่ายทอดกำลังภายใน อมน้ำแดงเพื่อใช้กระอักเลือด เสื้อนักเรียนเปื้อนสีแดงเป็นดวง ๆ กลับบ้านประจำ (^^ll)

    「POP」

    เมษายน 17, 2009 at 13:45

  6. ปลาปิ้ง ในสวนตอบ..ขุนเขาเปลี่ยนแปลงยาก แต่ก็ไม่ใช่จะไม่เปลี่ยน ไม่มีอะไรแน่นอนจริงๆหรอกครับORDIN VASHJตอบ..เข้าห้องน้ำทำไมวะไอ้สาด134340 .ตอบ..พวกจอมยุทธเค้าขี้กันยังไง ไม่ต้องเบ่งรึเปล่า ใช้ปราณขับขี้ออกจากทวาร ด้วยเคล็ดวิชาหูรูดสยบมาร (อะไรของมึงวะไอ้โจ้)Invisible Realตอบ..ถ้าผมจำไม่ผิด ดัชนีเอกสุริยัน มันเป็นท่าของมารบูรพา อึ้งเอี๊ยะซือ ไม่ใช่หรอครับ (จากมังกรหยกทั้งสองภาค)「POP」ตอบ..ถ้าโดนพิษนี่ ไม่ต้องอมน้ำเขียวกันเลยหรือนี่ ท่านจอมยุทธบูชิโด

    Piyapong

    เมษายน 17, 2009 at 14:42

  7. ท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ เขียนบทกวีไว้ว่า ”น้ำไหลอายุขัยก็ไหลล่วง ใบไม้ร่วงชีพก็ร้างอย่างความฝัน ฆ่าชีวาคือพร่าค่าคืนวัน จะกำนัลโลกนี้มีงานใด” ปราชญ์จีนบอกว่า ……………”ถ้ามีขุนเขาขวางท่านอยู่ข้างหน้า อย่าเสียเวลาย้ายขุนเขา แต่จงย้ายตัวเอง” ดังนั้นเราควรจะย้ายภูเขาที่อยู่ข้างในหรือจะย้ายภูเขาที่อยู่ข้างนอก

    Especially for you

    เมษายน 17, 2009 at 15:07

  8. เอ้ย นี่มันเล่งหูชง นี่เนอะปล่อยไก่ตัวโต เลย 555** ยอมเป็นหยกที่แหลกราน ดีกว่าเป็นกระเบื้องที่สมบูรณ์ ** วลีเด็ดเหมือนกันนะ แต่จำไม่ได้ว่าเรื่องไหน

    Invisible

    เมษายน 17, 2009 at 15:09

  9. ดรรชนีเอกสุริยัน ไม่ใช่ของตระกูลต้วนหรอรู้สึกว่าจะมีต้วนยี่(แปดเทพอสูรมังกรฟ้า) กับ ต้วนตี้เฮ้ง (ภายหลังคืออิตเต็งไต้ซือ(มังกรหยก))ที่สำเร็จเคล็ดวิชานี้อ่ะส่วนของอึ้งเอี๊ยะซือ คือ ดรรชนีเส่งคุณ (ที่เค้าว่ามีอาณุภาพเท่าเทียมกัน)ไม่แน่ใจนักนะ เคยอ่านนานมาแล้วอ่ะปล. – เรื่องนี้ต้องวิชา เก้ากระบี่ต๊กโกว ใช่ป่ะ- อยากได้วิชาเท้าท่องคลื่นของต้วนยี่มากกว่า- เอาเข้าไป ของขึ้นเลยทีเดียว

    「POP」

    เมษายน 17, 2009 at 15:36

  10. ไม่เคยอ่านนิยายกำลังภายในของจีนเลยสักเล่ม T-T

    กานดา

    เมษายน 17, 2009 at 15:57

  11. ยิ้มเยาะหัวเราะฟ้าวิชาที่ป๊อบคุงบอกมาถูกหมดครับคอนเฟิร์ม !

    Vanilla

    เมษายน 17, 2009 at 19:52

  12. มันคือเงื่อนไขของชีวิตผมชอบฟงอวิ๋น (ทำไมมันต้องสะกด อวิ๋น แบบนี้ด้วยฟะ)แต่เลิกอ่านการ์ตูนไปนานแล้ว อ่านเป็นฉบับนิยายแทนหม่าหย่งเฉิน คนวาดเองก็ยังยอมรับว่า มันเจ๋งกว่าในการ์ตูน

    Netiwut

    เมษายน 18, 2009 at 00:55

  13. ไม่เคยอ่านง่าT^Tชีวิตมนุษย์เพียงไม่กี่สิบปี ใยต้องดิ้นรนเพื่อสิ่งจอมปลอม โดน….แล้วสงกรานต์พี่สาวพี่โจ้ที่เป็นพยาบาลได้หยุดมั๊ยอ่ะอยากรู้ๆ

    Puii

    เมษายน 18, 2009 at 05:03

  14. ร่มคันเดียว ลุ่มแม่น้ำโขงตอบ..ชอบคำคมในนิยายจีนมากครับ มันเท่ มันคลาสสิค อย่างบอกไม่ถูกInvisible Realตอบ..ตาเล่งฮู้ชงต้องเคล็ดวิชาเก้ากระบี่เดียวดาย (ร่ำเรียนจาก ฟงชิงหยาง)「POP」ตอบ.. 1. ใช่เลยครับพี่ป็อป มันเป็นของตระกูลต้วน แต่มังกรหยกภาคแรกฉบับการ์ตูน มันเรียกถ้าดัชนีเส่งคุน เป็นดัชนีเอกสุริยัน ไปเลยน่ะครับ ผมเข้าใจว่าคงเพราะชื่อมันเท่กว่า 2. เรื่องนี้มีเคล็ดวิชาสุดยอดคือ คัมภีร์ทานตะวัน ที่มีเพียงตงฟางปุ๊ป้ายฝึกสำเร็จคนเดียว 3. เก้ากระบี่ต๊กโกว ก็คือ เก้ากระบี่เดียวดาย อันแสนเท่นั่นเอง (ต๊กโกว หมายถึง โดดเดี่ยว)กานดา หน้ามึนตอบ..เริ่มต้นด้วยเรื่องนี้เลยครับแซม แนะนำให้หามาอ่านให้ไวให้ว่องVanilla Day Dreamตอบ..คอนเฟิร์มด้วยคนครับNetiwut Prayongyamตอบ..มันยาวยืดเยื้อจริงๆด้วยแหละครับ★ปุ๋ย ปุ๋ย★ตอบ..ไม่หยุดจ้ะ ทำงานจนธาตุไฟแทบเข้าแทรก

    Piyapong

    เมษายน 18, 2009 at 12:12

  15. เอนทรี่นี้ทำให้พี่นึกถึงอดีตที่เคยท่องยุทธภพกะพวกไอ้เคิร์ทเพลงกระบี่ไม้บรรทัด (^^ll)

    「POP」

    เมษายน 19, 2009 at 08:04

  16. อยากอ่านนิยายกำลังภายในเหมือนกันนะ ไว้คงต้องหามาอ่านบ้างคำคมหลายประโยค ก็เหมือนหมัดฮุค เล่นเอาจุกเหมือนกัน

    hud

    เมษายน 19, 2009 at 10:17

  17. 「POP」ตอบ..โอ้ย ผมก็ชอบ แล้วกระโดดลงจากเก้าอี้ เอาปากทำเสียง พรึ่บๆๆๆ ให้เหมือนในหนังhud thu-kaตอบ..เริ่มที่เรื่องนี้ก่อนเลยครับ รับรองว่าติดใจ

    Piyapong

    เมษายน 19, 2009 at 10:33

  18. ของกินบนโลกไม่ว่ายุ่งยากแปลกพิศดารเพียงใด ยังมีคนเสาะแสวงหาและกินมันฮี่ๆ เกี่ยวป่ะพี่โจ้น่าสงสาร ถือว่าเป็นการล้างพิษออกจากลำไส้สิคะท้องเสีย 5 วันรวด รอดมาได้ดั่งปาฏิหารย์เยย เมล่อนเจอแค่วันเดียวก็เหี่ยวแร้ว

    melon

    เมษายน 19, 2009 at 10:35

  19. อุ้ย ลืมบอกว่าคำคมเมล่อนหล่นต่อจากผู้เฒ่าวัดเส้าหลินน้า

    melon

    เมษายน 19, 2009 at 10:38

  20. เป็นคำคมที่โคตรแทงใจดำอย่างรุนแรงข้าน้อยขอคารวะ!

    Piyapong

    เมษายน 19, 2009 at 11:26

  21. อ่านแล้วเดี๋ยวเข้ามาเม้นอีกรอบเพิ่งกลับมางงๆ เบลอๆ ล่ะ -__-ll

    Le temps

    เมษายน 19, 2009 at 13:21

  22. ตื่นเต้นใช้ได้เลยนะสงกรานต์ปีนี้แถวบ้านนี่มีครบเลย ซ้ายข้าวสาร สาดน้ำกระจุยขวาผ่านฟ้า สาดน้ำ(มัน)กระจุยไฟเออ

    Goy

    เมษายน 19, 2009 at 14:22

  23. "ปลูกต้นรัก มีรัก เติบโต และงอกงามไร้รัก ไร้อาทร ต้นรักร้อน เหยี่ยวเฉาลง"….ไม่รู้ว่ามาจากหนังจีนเรืองอะไรเหมือนกัน จำไม่ได้ เพราะดูเยอะมากจำได้ว่าพ่อชอบไปเช่าหนังจีนชุดมาดู..พอเสาร์ อาทิตย์ ลูกหยุดเรียนก็ติดปีกดูยันสว่างคาตาทั้งครอบครัว……..ส่วนประโยคนี้จำได้ว่าได้ยินครั้งเดียว ติดหูเลย ไม่รู้ทำไม และอาจจะเพราะมันติดหูมาก….จนทุกวันนี้ ต้นรักของพี่มันปลูกไม่เคยโตเลยอะ…อิอิ…โอ๊ก กระอักเลือก ธาตุไฟแตกซ่าน เลือดออกมุมปาก….(สาเหตุ…เสี้ยนตำเท้า)

    ต้นไม้ใต้จักรวาล

    เมษายน 19, 2009 at 15:16

  24. ไม่เคยอ่านอ่ะ แต่คำคม ที่หยิบยกมาฝาก อ่านแล้วโดนใจจริงๆ"ชีวิตมนุษย์เพียงไม่กี่สิบปี ใยต้องดิ้นรนเพื่อสิ่งจอมปลอม" ก็นั่นน่ะสิ เพื่ออะไรกัน…ในเมื่อสุดท้ายก็ต้องตาย…ด้วยกันทุกคน

    Panisara

    เมษายน 19, 2009 at 15:50

  25. le temps qui resteตอบ..ไปบวชเป็นไงมั่งน้อGoy GarGoyตอบ..เร้าใจจริงๆ แต่ขอแบนี้หนสุดท้ายแล้ว ไม่เอาแล้วต้นไม้ใต้จักรวาล …ตอบ..ต้องเป็นเสี้ยนที่อันโคตรใหญ่แน่นอน 5555Panis s.ตอบ..แนะนำให้อ่านครับผม

    Piyapong

    เมษายน 19, 2009 at 16:18

  26. ข้างบนนี่ 5 วันรวดเลยเรอะ ได้ฝึกเบ่งพลังลมปราณในห้องน้ำเลยเหอๆพ่อพี่ก็ชอบดูหนังจีนพี่ก็เลยต้องดูไปด้วย จำได้สมัยก่อนชอบหัวหน้าพรรคกระยาจกที่ชื่อ "อั้งชิกกง" มากๆที่ถักเปียรอบหัวอ่ะ เท้..เท่ ถึงขนาดทำตัวมอมๆ เอาเสื้อรุ่งริ่งๆ มาใส่เลียนแบบกันเลยทีเดียวดีไม่มีคนถุยน้ำลายใส่ตอนรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคนะเนี่ย 555

    Reeja

    เมษายน 19, 2009 at 16:27

  27. เดียวดายแสวงพ่าย

    Vanilla

    เมษายน 19, 2009 at 17:07

  28. โกวเล้ง ย่อมมีคนระลึกในฐานะที่ทำให้ นิยายกำลังภายในมีรูปแบบที่ตื่นเต้น ทันสมัยอีกทั้งคำคน คนสุรามากมายเขาตายในการดื่มบนเขา ในขณะที่หมอเตือนแล้ว…เป็นเจ้าของคำว่า"ข้าพเจ้ามิได้ชมชอบการ่ำสุุรา แต่ข้าพเจ้าติดใจบรรยากาศในการร่ำสุรา"

    Strange Loop

    เมษายน 20, 2009 at 00:57

  29. แวะมาทักทายก่อนสบายดีนะครับ

    Odalisque

    เมษายน 20, 2009 at 02:05

  30. เฮ้อ ….. ถึงจะไม่ได้ถูกยกย่องให้เป็นมังกรอมตะ แบบ โกวเล้งแต่ความที่เป็น กิมย้ง ยังไงซะก็ไม่มีใครมาบดบังรัศมี แห่งวิถีมังกรได้ สไตล์ใคร สไตล์มันครับ ถึงยังไง สองจอมยุทธแห่งวงการน้ำหมึก ก็สร้างสรรค์วรรณกรรมดี ดี มาให้เสพ อาจจะมีมุมมองที่เสียดสีสังคม-การเมือง ไว้ล่วงหน้า ก็ขอคารวะ หนึ่งจอกให้กับ อัจฉริยภาพ ของจอมยุทธ ……. ครับ

    โจโจ้

    เมษายน 20, 2009 at 07:38

  31. Reejaตอบ..แล้วฝึกไม้ตีสุนัขครบทุกท่ายังเนี่ย ^^Vanilla Day Dreamตอบ..ตกโกวคิ้วป้าย (ผู้ไม่เคยออกมาเลยซักเรื่อง มีแต่โดนพูดถึง)Strange Loop Pooตอบ..อยากลองนิยายกำลังภายในแบบร่วมสมัย แนะนำของ กิดเด้นส์ ครับ มีแปลไทยหลายเล่มแล้ว รับรองล้ำจินตนาการแน่นอนOdalisqueตอบ..สบายดีครับตอนนี้ ขอบคุณครับผมโจโจ้ .ตอบ..ขอคารวะด้วยเช่นกันครับ

    Piyapong

    เมษายน 20, 2009 at 13:24

  32. พี่ฝึกแต่วิชาไม้ตีแมลงวันฟร่ะ (- -||)

    Reeja

    เมษายน 20, 2009 at 14:47

  33. ที่ออฟฟิศแมลงวันเยอะมากวันไหนว่าง โปรดมาชี้แนะด้วย พลีซ

    Piyapong

    เมษายน 20, 2009 at 15:16

  34. เขียนดีได้ใจจริงๆเลย บทความนี้ สงกรานต์ในส้วม และการยิ้มเย้ยยุทธจักรปรมมือๆ ให้ ฝากเพลงนี้ให้ฟังด้วยค่ะhttp://www.imeem.com/calabur/music/JSY2jA91/nop-pornchamni-a-man-of-smile/

    JUST WAIT..

    เมษายน 29, 2009 at 13:53

  35. พูดซะเขินเลยครับ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนอ่านเอนทรี่นะครับ

    Piyapong

    เมษายน 29, 2009 at 15:22


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: