WE LIVE BECAUSE THERE'S LOVE

movie music magic football

เอนทรี่รับปี 2010: 5 ชอบแห่งปี 2009 (ตอนจบ)

with 49 comments


ต่อจากเอนทรี่ส่งท้ายปี 2009 กันเลยครับ กับเอนทรี่ต้อนรับ 2010 เอนทรี่แรกของปีแต่ต้องย้อนกลับไปเล่าเรื่องที่ค้างเติ่งกันไว้นั่นคือ 5 หนังที่ชอบที่สุดในปี 2009

เป็นที่แอบรู้กันเงียบ ๆ ว่าปีวัวที่ผ่านมานั้น ตัวผมชวนตัวเองเข้าไปอยู่ในโรงหนังน้อยมาก นับด้วยนิ้วมือข้างเดียวได้เลย เหตุผลก็ไม่มีอะไรมากนอกจากการเอารัดเอาเปรียบของธุรกิจโรงหนัง ซึ่งทำให้ผมคิดขำ ๆ ดูว่า ปีที่ผ่านมาหากใครยังคิดจะจีบสาวด้วยการพาไปเลี้ยงหนังเหมือนเดิมคงได้อดตายแน่ ๆ ในเมืองหลวงมีกิจกรรมสร้างสรรค์กว่านั้นเยอะครับ เอาแค่หอศิลป์ก็มีหลายที่ให้เลือกจิ้มได้ตามสะดวก พูดจานอกเรื่องรับปีใหม่มากไปจะไม่ดี เราไปติดตามกันเลยดีกว่าครับว่าปีวัวที่ผ่านพ้นไปนั้น มีหนัง 5 เรื่องไหนบ้างที่ผ่านตาและได้ใจผมไปเต็ม ๆ กติกาเหมือนเดิมนั่นคือนับเฉพาะหนังที่ฉายครั้งแรกในปี 2009 เท่านั้น (ไม่เรียงตามลำดับชอบมากน้อยนะครับ)

5 หนังที่ชอบที่สุดในปี 2009

1.Watchmen

สร้างจากหนังสือการ์ตูน (หรือที่เรียกให้เท่ว่านิยายภาพ) ที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดในโลก Watchmen เป็นเรื่องราวของโลกในยุคสงครามเย็น และเป็นโลกที่เหล่าซูเปอร์ฮีโร่สวมหน้ากากเป็นพลเมืองทั่ว ๆ ไปที่พบเห็นได้ตามท้องถนน จนวันนึงเหล่ามนุษย์สวมหน้ากากกลายเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และกลุ่ม Watchmen กำลังโดนตามไล่เก็บทีละราย ใครกันที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ที่จะพลิกชะตากรรมของโลกไปตลอดกาลนี้

วรรคบนนั่นเอาไว้ให้คนที่ยังไม่ได้รับชมหนังเรื่องนี้อ่าน ส่วนคนที่ดูแล้วคงพูดได้คำเดียวครับว่า หนังเรื่องนี้มีการเขียนบทที่ยอดเยี่ยมระดับที่เข้าชิงรางวัลในสาขาบทดัดแปลงยอดเยี่ยมได้ง่าย ๆ ด้วยตัวละครที่มีตัวตนจับต้องได้ เนื้อเรื่องที่ค่อย ๆ บีบคั้นจนถึงขีดสุด ประเด็นเรื่องสันติภาพของโลกที่ถูกตีความในมุมมองชวนขนหัวลุก และบทสนทนาสุดเท่จำนวนมหาศาลที่ก๊อปปี้ไรเตอร์ในวงการโฆษณาสามารถลอกไปใช้ได้แบบไม่ต้องคิดมาก (หรือจะใช้คำว่า ได้แรงบันดาลใจ ก็ได้) หนังเรื่องนี้เป็นเจ้าของเทคนิคการถ่ายทำที่หน้าตื่นตาตื่นใจที่สุดเรื่องหนึ่งในรอบปีที่ผ่านมา การันตีด้วยผู้กำกับสุดอาร์ทแห่งยุค แซ็ค ชไนเดอร์ เจ้าของผลงานหนังอย่างเรื่อง 300

ปล. เรื่องนี้มีภาพที่อาจจะรุนแรงเกินสำหรับคนขวัญอ่อน

 

2.District 9

ถ้าเทียบกับหนังฮอลลี่วู้ดที่พูดถึงเรื่องราวผู้มาเยือนจากนอกโลกแล้ว District 9 ไม่เหมือนหนังเรื่องใดและไม่มีหนังเรื่องใดเหมือน ด้วยการยกระดับเรื่องราวของมนุษย์ต่างดาวเยือนโลกไปอีกขั้น ในมุมมองที่แปลกออกไป และมันได้ผลอย่างน่าทึ่ง!

หนังบอกเล่าเรื่องราวการลงจอดของยานมนุษย์ต่างดาวรูปร่างเหมือนกุ้งเดินได้เหนือเมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ เรื่องราวจะไม่แปลกอะไรเลยหากไม่ใช่เพราะว่า มนุษย์ต่างดาวบนยานลำยักษ์เหล่านั้นคือพวกชายขอบของจักรวาลที่เดินทางมาในฐานะผู้อพยพมาขอแหล่งพักพิงบนดาวโลก รัฐบาลทั่วโลกไม่รู้จะรับมือสิ่งมีชีวิตต่างชาติพันธุ์นี้ยังไง เลยจัดเขตกักกันให้พวกมันอยู่ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อ เขต 9 (District 9) ด้วยหวังว่าวันนึงเดี๋ยวพวกกุ้งต่างดาวก็ออกจากโลกไป แต่พวกเขาคิดผิด เพราะนานถึง 30 ปีผ่านไป มนุษย์กุ้งอยู่กินกันในย่านเขต 9 จนมีสภาพไม่ต่างจากสลัม ในที่สุดรัฐบาลก็ต้องตัดสินใจขับไล่พวกมัน!

ด้วยเนื้อเรื่องแฝงการเมืองถึงขีดสุด ผู้กำกับนีล บล็อมแคมป์ จึงตัดสินใจเล่าเรื่องผ่านตัวละครเจ้าหน้าที่เวนคืนที่ดินจากมนุษย์ต่างดาว ด้วยมุมกล้องแบบการรายงานข่าวสด ๆ และผลที่ได้คืองานด้านภาพที่สมจริงจนเรานึกว่ากำลังเปิดโทรทัศน์ดูข่าวอยู่ บวกกับเรื่องราวสุดพลิกผันเมื่อเจ้าหน้าที่หนุ่มติดเชื้อจากต่างดาวและค่อย ๆ กลายร่างเป็นมนุษย์กุ้งทีละน้อย จนถูกทางการตามล่าตัว ส่งผลให้ครึ่งหลังของหนังกลายเป็นหนังแอคชั่นที่มันส์ที่สุดในรอบหลายปี (อย่าลืมว่านี่ใช้เทคนิคการถ่ายทำแบบเรียลทีวีด้วยนะ) ก่อนที่หนังจะทิ้งให้เราคิดว่าจริง ๆ แล้วใครกันแน่ที่ควรจะไสหัวออกไปจากโลกใบนี้ซะ

รับรองความบรรเจิดด้วยการดูแลงานสร้างโดย ปีเตอร์ แจ็คสัน จากไตรภาคลอร์ดออฟเดอะริง

3. The Boat That Rocked

จากผู้กำกับหนังสุดฮิตอย่าง Love Actually กลับมาหนนี้กับเรื่องราวในยุค 60 ซึ่งดนตรีร็อคจากอังกฤษกำลังบูมถึงขีดสุด แต่ใครจะไปเชื่อว่าในยุคสมัยนั้น รัฐบาลอังกฤษสั่งให้วิทยุเปิดเพลงได้แค่วันละ 45 นาที! บีบกันซะขนาดนี้ก็เลยเถิดเกิดเป็นสถานีวิทยุเถื่อนกันเต็มเมือง โดยในหนังเรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวของเรือเดินสมุทรลำหนึ่งซึ่งลอยเท้งเต้งกลางทะเลเพื่อทำหน้าที่กระจายเสียงเพลงตามสัญญาณวิทยุไปทั่วเกาะอังกฤษในชื่อคลื่น Radio Rock

พระเอกหนุ่มน้อยโดนไล่ออกจากโรงเรียนถูกแม่ส่งตัวมาฝึกงานบนเรือร็อคลำนี้ ที่ซึ่งเขาจะได้พบกับเหล่าดีเจสุดเจ๋ง บุคลิคไม่ซ้ำหน้า และฮาไม่ซ้ำแบบ (มีบางรายที่ทั้งเรื่องพูดแค่ 4 ประโยค แต่คุณจะจำเค้าได้แม่นยำไม่แพ้คนที่พูดเป็นร้อยประโยค) เรื่องราวความรักในเสียงดนตรีและช่วงเวลาแห่งความขบถในสายเลือด

The Boat That Rocked คือหนังฟีลกู้ดที่ไม่ว่าใครได้ดูก็ต้องตกหลุมรักมัน

4.The Damned United

หนังจากเกาะอังกฤษอีกแล้ว เรื่องราวของผู้จัดการทีมที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ไบรอัน คลัฟชายผู้พาทีมต่ำศักดินาคว้าแชมป์ยุโรปได้สองสมัยซ้อน ยิ่งใหญ่กว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ใน The Damned United เป็นช่วงเวลาการคุมทีมลีดส์ ยูไนเต็ด 44 วันก่อนโดนไล่ออก

ช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในอาชีพของคลัฟ กลายมาเป็นหนังที่สั่นสะเทือนวงการ สาวกเกมลูกหนังทุกคนไม่สมควรพลาดหนังที่ตีแผ่ทุกด้านของเกมกีฬาที่ได้ชื่อว่าเป็น กีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ

ในวันที่สิ้นไบรอัน คลัฟไปแล้ว เหลือแต่ผลงานระดับตำนานให้พูดถึง พร้อมจะเดินทางย้อนกลับไปสัมผัสตัวตนของเอกบุรุษผู้นี้กันรึยังครับ

5.Avatar

กว่าโหลปีที่เจมส์ คาเมร่อนบ่มเพาะฟูกฟักภาพยนตร์เรื่องนี้ ผลที่ได้มันสุดคุ้มค่าเหลือคำบรรยาย หนังเรื่องนี้เป็นมากกว่าความบันเทิงที่ดีที่สุดในรอบทศวรรษ แต่มันคือหลักไมล์สำคัญของโลกภาพยนตร์ในยุคที่เทคนิคการถ่ายทำและบทภาพยนตร์หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างกลมกล่อม

พิสูจน์ด้วยตาตัวเองครับ ในรูปแบบสามมิติเท่านั้น!

………………

มีแค่เรื่องที่ 5 เรื่องเดียวครับที่ผมได้ดูในโรง นอกนั้นผ่านการดาวน์โหลดทั้งสิ้น (ตำรวจจจจจจจ!!) ใครมีหนังในดวงใจแนะนำกันมาได้เลย

สวัสดีปีเสือครับทุกคน Open-mouthed

Written by ljungdurst

มกราคม 1, 2010 ที่ 09:20

เขียนใน Entertainment

49 Responses

Subscribe to comments with RSS.

  1. วันสอบเสร็จชวนกี้ไปดูอวตาร แต่ไปถึงสยามแล้วเปลี่ยนใจไปดู Boku no hatsukoi wo kimi ni sasagu ที่ลิโด้แทน แหะแหะฮัปปี้ปีเสือนะค้าพี่โจ้วววมีความสุขทุกวันค่า

    melon

    มกราคม 1, 2010 at 11:29

  2. ยังไม่ได้ดูอีกหลายเรื่องเลย *0*

    Vanilla

    มกราคม 1, 2010 at 11:57

  3. ดูแล้วสามเรื่องชอบ AVATAR สุดๆขอบคุณจะตามดูอีกสอง THANKS

    EDDY MEKING

    มกราคม 1, 2010 at 12:43

  4. ปี 2552 นับได้ดูหนังในโรง 2 เรื่องส่วนมากไปเป็นเพื่อนหลาน หนังที่ได้ดูก็เลยเหมือนหนังเด็กวัยรุ่นเขาดูกันสวัสดีปีเสือจ้า สงสัยพี่แอ๋วต้องหาแผ่นหนังที่น้องโจ้บอกมาดูบ้างเสียแล้วละ

    Especially for you

    มกราคม 1, 2010 at 13:25

  5. ผมยังไม่ได้ดูสักเรื่องเลยอ่ะ

    hud

    มกราคม 1, 2010 at 13:39

  6. ปีที่แล้วดูหนังไว้เยอะเหมือนกัน เรื่องแรก ก็ Rouge http://naronwo.multiply.com/reviews/item/47 อันนี้ ไม่ได้ นับปีสร้าง แต่ นับปีดู …บางเรื่องก็เอามาจดไว้ใน Multiply เลย พอให้ไล่ได้ง่ายว่า ชอบเรื่องอะไรบ้าง…หนังบางเรื่อง Feel มันต่างกันนะ ระหว่าง ดู รอบแรก กับ รอบหลังๆ ปีที่แล้ว มีความสุขมาก เพราะ หนัง Sci-Fi หลายเรื่อง ดีๆ ถ้าถามว่าชอบ ก็ คงชอบหมดครับ เพราะ งานสร้างแต่ละเรื่องนั้น ใช้จินตนาการเยอะ จนไม่กล้าวิจารณ์ เชิงลบอย่าง Startek ภาค 11 ที่มาฉาย นี่ก็ชอบครับ (http://naronwo.multiply.com/reviews/item/69)Terminator Salvation นี่ยิ่งไม่ต้องบอก นึกดู ความต่อเนื่องตั้งแต่ภาคแรก เรียนมัธยมอยู่เลย ก็ขนลุกแล้ว (http://naronwo.multiply.com/reviews/item/71)GI Joe นี่ก็มันส์ มาก ยิ่งดู Clip ที่แปะไว้ ต้องบอกว่า ทำการตลาดเก่งดี (http://naronwo.multiply.com/reviews/item/78)แต่ อวตาร นี่ ขอชื่นชมเลยครับ …ทำได้ดีมาก ทั้ง เนื้อเรื่อง และ effect กลิ่นไอ ของ คาเมรอน กรุ่นออกมา เหมือนครั้ง ที่ดู Aliens ตอนเรียนมหาลัยยังไงอย่างนั้น …ตอนนั้น จำได้ ว่าดูรอบสี่ทุ่มที่แมคแคนน่า กับ เพื่อน …ดูเสร็จ ไปนอนบ้านเพื่อนที่สีลม …เดินไป ต่างหาก…แนวอื่น อยากตลก ก็ชอบ Good luck chuk นะครับ ฮา แบบผู้ใหญ่ดี (http://naronwo.multiply.com/reviews/item/80)ตกลง ไม่ได้จัดอันดับ นะครับ เพราะชอบหมด…

    Narong

    มกราคม 1, 2010 at 15:00

  7. อืมซื้อ แผ่นเถื่อน กับ load มาดู นี่ …เลวพอกันหรือเปล่าครับ …. :) เพราะถ้าโดนแผ่นละปี … สงสัยต้องติดคุก สัก 800 ปี เห็นจะได้….เหอ เหอ….

    Narong

    มกราคม 1, 2010 at 15:01

  8. Distric ออกแนวดูไม่ค่อยรุ้เรื่องเท่าไหร่ แต่น่าจะมีภาคต่อแน่ๆ เลย Avatar มาแรงจริงๆ

    Invisible

    มกราคม 1, 2010 at 15:06

  9. good review!

    Pongsakorn

    มกราคม 1, 2010 at 15:15

  10. melon 。◕‿◕。..มีโอกาสอีกหนอย่าพลาดอวาตาร์นะ หนังเค้าดีมากๆจริงๆ (พี่ไม่ได้ค่าโฆษณาด้วยนะเนี่ย)Vanilla Day Dream..โหลดบิทเลยครับแบงค์ EDDY MEKING หัวใจสี่ห้อง..หวังว่าจะถูกใจครับร่มคันเดียว ลุ่มแม่น้ำโขง..มีหนังแนะนำบ้างมั้ยครับพี่แอ๋วhud thu-ka..ลาสิกขาออกมาแล้ว ได้เวลาดูหนังแล้วครับ ^^พี่ป๋อง..คิดเหมือนกันเลยครับ เป็นปีที่มีหนังไซไฟเยอะพอสมควร ซึ่งถูกใจผมมากทีเดียว สตาร์แทร็คนี่เกือบจะได้อยู่ในเอนทรี่นี้แล้วครับ แต่ก็ต้องฝืนใจไม่ใส่ลงไป เพราะยังมีเรื่องอื่นที่ชอบมากกว่าเทอมิเนเตอร์นี่ นอกจากภาค 2 แล้ว ผมว่าภาคอื่นเป็นแค่หนังแอคชั่นสนุก ๆ แต่ยังไม่มีภาคไหนไปไกลเท่าที่ระดับภาค 2 มันทำไว้เลยครับแต่เรื่องจีไอโจนี่ผมเห็นต่างไปนิดครับ ผมว่าสตีเฟ่น ซอมเมอร์ส ยิ่งทำหนังยิ่งออกทะเลไปทุกวันทุกวันแล้วส่วน กู้ดลัคชัค ยังไม่ได้ดูเลยครับ เห็นตัวอย่างในลิงค์แลวน่าดูมากๆปล. ถ้าซื้อแผ่นเถื่อน ผมว่าโหลดบิทดีกว่าครับ อย่างน้อยเถื่อนเหมือนกัน แต่ไม่เสียเงินครับ ^^

    Piyapong

    มกราคม 1, 2010 at 15:17

  11. Invisible Real..มุมกล้องเค้าไปไกลจริงๆนะพีทเรื่องนี้ ผมค่อนข้างแข็งแรงกับหนังที่ภาพเหวี่ยงๆเลยชอบมันมากๆเลย ก่อนดูอวาตาร์ผมยกให้ดิสทริคต์ไนน์ดีที่สุดในปีนี้เลยคิว..โย่ว แต๊งกิ้วเว้ย แวะมาอ่านด้วย

    Piyapong

    มกราคม 1, 2010 at 15:18

  12. ไปดูavatar มาเมื่อวาน หนังเค้าดีจริงๆ

    ริกะ

    มกราคม 1, 2010 at 16:21

  13. หนังในดวงใจยกให้ Patch Adams ครับ…

    Ekkarach

    มกราคม 1, 2010 at 18:15

  14. กิ๊ป..สามมิติรึเปล่าEkkarach Luksanasumrith..ถึงจะผิดกติกา (ต้องหนังฉายปี2009) แต่เรื่องนี้ผมก็ชอบมากเช่นกัน ยกประโยชน์ให้จำเลยครับ :)

    Piyapong

    มกราคม 1, 2010 at 22:05

  15. สงสัยพี่คงแนะนำน้องโจ้บ่ได้หรอกจ้าเพราะแนวหนังที่พี่ดูกับแนวหนังที่โจ้ดูคงละแนวแล้วละ พี่แอ๋วชอบ โรแมนติกคอมมิวดี้ จ้า

    Especially for you

    มกราคม 2, 2010 at 01:14

  16. แนวนั้นผมก็ชอบครับ เพียงแต่ปีที่ผ่านมาหนังแนวอื่นมันโดนใจมากกว่าเท่านั้นเองครับ เลยเลือก 5 เรื่องนี้มาจริงๆหนังอย่าง ‘ความจำสั้น แต่รักฉันยาว’ ก็เกือบได้อยู่ในลิสต์นี้แล้วครับ ถ้าจัด 10 ชอบแห่งปี เรื่องนี้น่าจะติดลิสต์ได้สบายๆครับสรุปแล้ว มีหนังโรแมนติคคอมเมดี้แนะนำมั้ยครับ (ออกแนวเริ่มกดดัน ฮ่าๆๆ)

    Piyapong

    มกราคม 2, 2010 at 09:18

  17. ขอแจม โรแมนติค น่าจะเข้าดีๆ ที่ปีหน้าล่าสุดที่ดูเป็นหนังเรื่อง 32 ธันวาคม คิดว่าใช้ได้ทีเดียวMogan ก็ โอเค นะ -.-

    Invisible

    มกราคม 2, 2010 at 11:07

  18. หนังกับทีวีไม่ค่อยได้ดูอะไรเลย ไม่ค่อยจะมีเวลาพล็อตเรื่องน่าดูทุกเรื่องเลยชอบหนังแนวนี้ อย่างพี่คงโรแมนติกไม่ไหวว่ะ 55

    Reeja

    มกราคม 2, 2010 at 11:15

  19. วันนี้พี่แอ๋วได้หนังทางช่องบิ๊กเคเบิลท้องถิ่นนะ สงสัยน้องโจ้ต้องเคยดูแน่ๆเลยแหละดูแล้วพี่แอ๋วชอบไม่อยากลุกไปทำอะไร ถ้าหนังไม่จบนะ เรื่องThe Shawshank Redemption ชอบที่เขาบอกว่าบางเรื่อง…ตัวอย่างเรื่องความรักผมคิดว่าการครอบครองนั้นเป็นบาป ถ้าหากว่าอีกฝ่ายไม่มีความสุขที่จะอยู่กับเรา การดึงรั้งเอาไว้ไม่เคยทำให้ผู้ครอบครองมีความสุขที่แท้จริง เพราะต้องกังวลเสมอว่า ของที่รักจะหลุดลอยไปเมื่อใดเราอาจจะต้องหันมาดูบ้านของเราว่าน่าอยู่สำหรับเค้าหรือไม่หากที่ที่เค้าคนนั้นจะไปมันอุดมสมบูรณ์ สุขสงบกว่าบ้านใหญ่ๆแต่ขาดอิสระภาพของเราก็จงปล่อยให้เค้าไปเถิดและจงเดินไปส่งเค้าด้วยความยินดี…ที่ได้รู้จัก…และรักกัน :)ส่วนหนังที่พี่แอ๋วแนะนำน่าจะเป็นหนังเรื่องนี้นะเป็นหนังเรียบๆดี แต่พี่ชอบTHE PROPOSAL (อันนี้ดูแล้ว) ส่วนเรื่องนี้ยังไม่ดู LOVE HAPPENS

    Especially for you

    มกราคม 2, 2010 at 13:15

  20. คำพูดบางคำพูดฟังแล้วกินใจดีเนาะเป็นคำพูดที่เรดรู้สึกต่อแอนดี้ในวันที่แอนดี้ไม่ได้อยู่กับเพื่อนแล้วใน Shawshank… พวกเรารู้จักเขาดีที่สุด พูดถึงเค้าอยู่เสมอ ผมสาบานได้ว่าวีรกรรมของเขาจะยังคงอยู่บางครั้งผมก็รู้สึกเศร้า เมื่อนึกถึงว่าแอนดี้ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว ผมต้องเตือนตัวเองว่านกบางตัวนั้น ไม่ได้เกิดมาเพื่ออยู่ในกรง ขนของพวกมันสดใสเกินไป และเมื่อพวกมันบินจากไป ส่วนลึกในใจคุณรู้ว่ามันเป็นบาป หากจะเก็บมันไว้เพื่อชื่นชมเพียงลำพังเนื่องจากไอ้ที่ที่คุณอยู่ตอนนี้น่ะมันแห้งแล้งว่างเปล่ากว่าที่ๆพวกมันจะไปมากนัก

    Especially for you

    มกราคม 2, 2010 at 13:17

  21. พึ่งไปดู Avatar มาครับ ขอแสดงความคิดเห็นตามความคิดของตัวเองล้วนๆนะครับ- เป็นหนังเทคนิคสุดยอด ใน plot เดิมๆ ไม่มีอะไรใหม่- เหมือนจะดูสนุก แต่ผมรู้สึกจุกๆในอก ด้วยอคติส่วนตัว ผมไม่ชอบหนังประเภท ผู้มีอำนาจถล่มผู้ที่ด้อยกว่าสักเท่าไร หรือประเภท ล่าทาส หรือ ทำร้ายสัตว์ที่ไม่มีทางสู้- สรุปว่า เป็นหนังดี ที่ผมไม่ค่อยชอบ เหมือนเช่น The dark knight หนังดีที่ผมไม่อยากดูซ้ำ เพราะมันทำให้ผมหดหู่

    hud

    มกราคม 2, 2010 at 13:21

  22. นอกจากประโยคสนทนาเท่บาดใจแล้วInsert Song ในเรื่อง Watchmen ยังช่วยร่ายมนต์เพิ่มสเน่ห์ใส่ตัวหนัง ทำให้อยากดูซ้ำอีกWatchmen เป็นหนังย้อนยุค (ปี 85) ที่ล้ำยุค (ไปดาวอังคาร)ประมาณนั้น (^^ll)โนคอมเม้นท์สำหรับ Avatar นะ ที่เหลือยังไม่ได้ดู (พลาด District9 ไป)ชักอยากจะดู The Damned United ขึ้นมาแล้วแฮะส่วนหนังปี 2009 ที่พี่ชอบที่สุดคือ UP

    「POP」

    มกราคม 2, 2010 at 13:59

  23. Invisible Real..ผมก็อยากดูพอสมควรเลยครับ ถ้าไม่ติดว่าเป็นแดนแสดงนำ -*-Reeja..ไม่อยากให้พี่จาพลาดซักเรื่องเลยครับ โดยเฉพาะ เดอะโบ๊ทแด็ทร็อคร่มคันเดียว ลุ่มแม่น้ำโขง..ชอว์แชงค์ เป็นหนังในดวงใจเรื่องนึงเลยครับ ฉากที่ชอบที่สุดคือตอนที่พวกนักโทษนั่งกินเบียร์กินลมกันบนดาดฟ้า มันรับรู้ได้เลยว่าในสถานที่ที่อิสรภาพเป็นสิ่งไม่มีอยู่จริงนั้น เราต้องเรียบง่ายที่สุดกับการแสวงหาความสุขhud thu-ka..เห็นด้วยกับเรื่องพล้อตเรื่องครับว่าธรรมดามากๆ แต่เจมส์ คาเมร่อนก็ทำให้เนื้อเรื่องที่โคตรจะธรรมดากลายเป็นหนังที่โคตรไม่ธรรมดาจนได้พี่ฮัทชอบหนังที่ไม่หดหู่ต้องดูเรื่อง เดอะโบ๊ทแด็ทร็อค ครับ รับรองว่าอมยิ้มกันทั้งเรื่อง「POP」..เพื่อนผมหลายคนไม่ชอบวอทช์เม็นเลย บอกว่าดูไม่รู้เรื่อง -*-

    Piyapong

    มกราคม 2, 2010 at 18:09

  24. The Boat That Rocked ไว้จะไปตามหามาดูครับ แต่เรื่องโหลด นี่ไม่ค่อยถนัด ต้องไปหาแผ่นมาดู

    hud

    มกราคม 3, 2010 at 06:06

  25. เป็นปีที่เงียบเหงาสำหรับเรามากๆไอ้เรื่องที่อยากดูก็ไม่ได้ดูซักกะที (Julie and Julia,Up,ฯลฯ)ส่วนไอ้เรื่องที่ไปดูก็ออกแนวเสียดายเงินซะเยอะก็หลายเรื่องที่โจ้รีวิวมา เราชอบเรื่อง The Boat That Rocked กับ The Damned United มากๆส่วน Avatar ถ้าไม่นับเรื่องบทที่ธรรมดาอ่ะนะ (จะว่าไปไททานิคก็ธรรมดานะ) ก็ต้องบอกว่าภาพของหนังเรื่องนี้สวยมากๆเลยเป็นหนังสามมิติที่ดีที่สุดที่เคยดูมาเลยก็ว่าได้ คุ้มอ่ะ..ส่วนหนังในดวงใจนี่หลายเรื่องจัดถ้าเอาที่ได้ดูแบบเป็นแผ่นในปีนี้ก็ต้องแนะนำ Frost/Nixon เลยล่ะ

    Le temps

    มกราคม 3, 2010 at 06:36

  26. ปล. เรื่อง The Road ที่มี วิกโก้ มอนเทนเซ่น แสดงนำก็ดีนะ(หนังเอาเนื้อเรื่องมาจากคนเดียวกับที่เขียนเรื่อง No Country for Old Men)

    Le temps

    มกราคม 3, 2010 at 07:04

  27. hud thu-ka..ผมเห็นแผ่นที่ร้านบูมเมอแรงอยู่ครับ สองร้อยกว่าบาท (ผมเห็นที่สาขาฟิวเจอร์พาร์ครังสิต)Le temps ™..เห็นด้วยเลย อวาตาร์บทธรรมด๊าธรรมดา แต่งานด้านภาพมันล้ำมากจนข้อด้อยเรื่องบทกลายเป็นเรื่องไม่น่าใส่ใจไปเลย

    Piyapong

    มกราคม 3, 2010 at 08:36

  28. เราหลุดจากวงโคจรพวกนี้ไปเลย -.-

    ทราย ณ

    มกราคม 3, 2010 at 10:27

  29. ปีนี้ดูหนังน้อยกว่าปกติ หลายเรื่องพลาดไปไม่ได้ดูโรง ปกติชอบดูในโรงมากกว่า จากลิสที่โจ้รีวิวนี้ มีแค่เรื่อง อวตารที่ติดโผหนังในใจผมนะอีกสี่เรื่องนั้นได้ดู แต่ก็ยังไม่ใช่ที่ชอบไหนๆก็เมนท์แล้ว เลยย้อนดูว่าปีที่ผ่านมาชอบเรื่องอะไร ก็พบว่ามันคืออวตาร ชอบที่เทคนิค และ การใช้เรื่องธีมโบราณมาเล่าใหม่ ทึ่งกับการคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ สัตว์ ฉาก ต้นไม้ และ ชาวนาวี้ ช่างเหนือจินตนาการเป็นยิ่งนักเรื่องที่สองที่ชอบก็ต้องเฮียเควนติน หลังจากลุ้นสุดโก่งกับการไล่ล่ารถในเรื่องก่อน เรื่องใหม่นี้ แกกลับมาเข้าฟอร์มการเ่ล่าเรื่องบ้าบอได้อีกแล้ว คืเรื่อง ingorious Beasterds ชอบพลอตเรื่อง ที่ลอบสังหารฮิตเล่อร์ได้สำเร็จ (บ้าจริงๆ) ชอบการเล่าเรื่อง และ ชอบ "jew hunter" มาก คาดว่าน่าจะได้เข้ิาชิงนักแสดงในออสการ์เรื่องที่สามนี่้ของเป็นหนังไทยเรื่องห้าแพร่ง แต่ขอชอบแค่แพร่งเดียว คือแพร่งที่มาช่าเล่น ผีกอง.. หนังฮาและหลอกล่อคนดูได้ดี..เรื่องที่สี่ขอเป็นหนังเรื่อง The Road เพิ่งได้ดู ชอบตรงการแสดงของตัวเอก พลอตเรื่องอิงเรื่องโลกมลาย แต่ไม่บอกเหตุผล เล่าได้กินใจในเรื่องรักของพ่อ..เรื่องที่ห้า ของเป็นหนังเล็กๆ ขำๆ ฮอลีวู้ดจ๋า ชอบเรื่ิอง The proposal และ Good Luck Chuck เรื่องแรกเน่าดี และทำได้ถึง ส่วนเรื่องที่สองติดใจคนแสดงเป็นตัวเอก บ้าบอมาก ส่วนนางเอก เซะซี่ เหลือขนาด..ได้ดูหนังปีนี้น้อย โดยเฉพาะสารคี แทบไม่ได้ดูเลย … เพิ่งได้ดูเรื่อง standard procedure สารคดีว่าด้วยการกระทำเกินเลยต่อเชลย (อเมริกันในอิรัก) ก็ยกให้เป็นที่ชอบที่่สุดในเชิงสารคดีแล้วกัน..อนิเมชั่น ขอให้เท่ากัน ระหว่าง ponyo on the cliff in the sea กับ up แม้หลายคนจะบอกว่าเรื่องแรก จิบลี่ ฝีมือตก ผมกลับมองว่าเรื่องนี้เขาพีคมาก ในแง่ภาพ เพราะเป็นการรวมการเคลื่อนไหวแบบใหม่ๆ ไว้มากพอดู อย่างเช่นคลื่นทะเลสาด..ส่วนเพลงนั้นยิ่งไปกั้นใหญ่ ปีนี้ไม่ได้อัพเดทเ่ท่าไหร่เลย ที่ชอบก็น่าจะเป็นเพลง เขาพระจันทร์ของคาราบาว..

    Strange Loop

    มกราคม 3, 2010 at 10:43

  30. ไม่ได้ดูหนังในโรงมาน๊านนานนนนนนนแล้วถ้าอยากดูเรื่องไหนก็สั่ง(ตำรวจจจจจจจจจจจจจจจจจ)นั่นแหละหามาให้ดู

    An-un-ya

    มกราคม 3, 2010 at 10:57

  31. ทำใจดูให้เป็นกลางสิโจ้ 555

    Invisible

    มกราคม 3, 2010 at 13:25

  32. Avatar ต้อง 3D เท่านั้นจริงๆ

    Petite

    มกราคม 3, 2010 at 14:07

  33. ชอว์แชงค์ พี่ชอบเวลาที่เรคกับแอนดี้ เขาคุยกันนะในชีวิตคนเราจะมีเพื่อนสักกี่คนที่คุยกันได้เข้าใจแบบนี้

    Especially for you

    มกราคม 3, 2010 at 15:05

  34. Strange Loop Poo..ปีนี้ผมโบกมือลาหยอย ๆ ให้กับแอนิเมชั่นเรื่องอื่นไปก่อนครับ เพราะดู Coraline ซึ่งเป็นสต๊อปโมชั่น (ที่น่าดีที่สุดตั้งแต่สร้างกันมา) แล้วถูกใจมาก ๆ จนงานแอนิเมชั่นที่ทำจากคอมพิวเตอร์ (หรือวาดมือ) ไม่รู้สึกดึงดูดผมเลยจริง ๆ พอมาคิดดูแล้วว่าพลาดการดุหนังโรงเยอะ ๆ มันก็น่าเสียดายเหมือนกัน แต่พอไม่ค่อยมีทางเลือก (และเวลา) ก็ทำใจโหลดบิทมาดูแบบคุณภาพและอรรถรสน้อยกว่าในโรงเยอะไปก่อนAn-un-ya Ji-Hoon..เยี่ยมมาก คอเดียวกันอย่างแท้จริง ฮ่าๆๆInvisible Real..สงสัยต้องผิดตาทุกฉากที่แดนออกมา -.-134340..ฮั่นแน่ ไปดูกับใครร่มคันเดียว ลุ่มแม่น้ำโขง..มีเพื่อนเจ๋งๆแค่หยิบมือ ผมว่าดีกว่ามีเพื่อนห่วยๆเป็นร้อย

    Piyapong

    มกราคม 4, 2010 at 09:45

  35. ทราย..แก่แล้ว เข้าออฟฟิศแล้วก็งี้แหละ

    Piyapong

    มกราคม 4, 2010 at 09:45

  36. ไปดูมาแล้วเหมือนกัน…คนแน่นโรงเลย แม้คนข้างๆจะทำให้เสียอารมณ์อยู่บ้าง คนข้างหลังจะนอนกรนเสียงดังไปหน่อย แต่บทของหนังและแง่คิดก้ทำให้ไม่เบื่อCGเค้าก็ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่ดูแล้วอิ่มใจ น่าจะทำให้มนุษย์นึกถึงความจริงที่ว่ามนุษย์ไม่ใช่พระเจ้าและสามารถแย่งของคนอื่นมาเป็นของตนเองได้หมด

    Neo

    มกราคม 4, 2010 at 14:06

  37. มนุษย์นี่ไปอยู่ไหนก็พินาศหมดเลยจริงๆ

    Piyapong

    มกราคม 4, 2010 at 21:14

  38. avatar สนุกมากเยยย

    Prawpun

    มกราคม 6, 2010 at 12:44

  39. ชอบ District 9 นะ เป็นหนังเรื่องเดียวที่เอามาเขียนเอ็นทรี่ปีนี้ปีที่แล้วก็ชอบ THE DAY THE EARTH STOOD STILL ชอบจังหนังแนวๆนี้รถไฟฟ้าฯ ก็ชอบนะ หนังดังแห่งปี ดูแล้วก็มีความสุขไปอีกแบบถ้ามีเวลาจะลองไปดู Avatar ที่โรงให้ได้ค่ะ

    กุ้งกะต่อม

    มกราคม 6, 2010 at 14:43

  40. วันนี้ไปดู เชอร์ล็อค โฮล์ม มาก็อ่านหนังสือมาแล้ว ก็อยากรู้ว่าในหนัง เชอร์ล็อค โฮล์ม จะเป็นอย่างที่เคยคิดหรือเปล่า?แต่จริงๆแล้วก็อ่านมานานมากเกินจะจำจินตนาการในตอนอ่านได้แต่ผมว่าเชอร์ล็อค โฮล์ม หนุ่มไปนิด ซกมกไปหน่อย วัตสันหล่อและเก่งเกิืนไปหน่อยตอนนี้ชักอยากปัดฝุ่นหนังสือมาอ่านอีักสักรอบเหมือนกัน

    hud

    มกราคม 6, 2010 at 15:53

  41. Prawpun Weeranorapanich..เห็นด้วยอย่างยิ่งกุ้งกะต่อม …รีบหาโอกาสดูก่อนมันออกโรงนะครับ หนังเรื่องนี้ต้องดูในโรงแบบสามมิติเท่านั้น

    Piyapong

    มกราคม 6, 2010 at 16:17

  42. พี่ฮัท..ผมอยากดูมุมมองของกาย ริทชี่เหมือนกันครับ ติดที่ว่าคงไม่ได้ดูในโรงแน่ๆเลย

    Piyapong

    มกราคม 6, 2010 at 16:18

  43. พึ่งได้ดูDistrict 9ก็สนุกดีและหนังก็เล่นกับสันดานของมนุษย์ได้ดี ทำให้นึกถึง The Mistและก็พึ่งได้ดู up ผมชอบ up มากนะ หากพิจารณาดีๆ มันมีปรัชญา แง่คิด หลายอย่างอยู่ในตัวหนังด้วย

    hud

    กุมภาพันธ์ 6, 2010 at 04:51

  44. ผมชอบ District 9 กับ Watchmen ม๊ากกก

    กตัญญู

    กุมภาพันธ์ 6, 2010 at 05:21

  45. ทั้ง ดิสทริคท์ไนน์ และ อัพ หลุดเข้าไปชิงออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเรียบร้อยแล้วส่วนตัวผมชอบอารมณ์ในเรื่อง อัพ มากแต่เนื้อเรื่องไม่ถูกใจเท่าไหร่เลย

    Piyapong

    กุมภาพันธ์ 6, 2010 at 07:31

  46. Up.. ดูแล้ว น้ำตาไหล..ผมให้ Up ไปเต็มๆ เลย

    Invisible

    กุมภาพันธ์ 6, 2010 at 07:40

  47. ผมชอบ 15 นาทีแรกของอัพมากๆมันให้ความรู้สึกเลยว่า นี่แหละชีวิตที่ต้องการชีวิตนิ่งๆ เรียบง่าย กับผู้หญิงสักคนที่ได้หัวใจเราไปทั้งใบ

    Piyapong

    กุมภาพันธ์ 7, 2010 at 12:19

  48. Inglourious basterds ชอบบทพูดมันมากNew York,I Love you ไม่แปลกใหม่แต่กินใจเหมือนเดิม

    Jumbb

    กุมภาพันธ์ 11, 2010 at 09:18

  49. จั้มมาอ่านเอนที่กูด้วย ดีใจวู้

    Piyapong

    กุมภาพันธ์ 11, 2010 at 09:27


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: