WE LIVE BECAUSE THERE'S LOVE

movie music magic football

photos’ tales

with 28 comments


ผมถ่ายรูปไม่เก่ง ผมรู้ตัวเองในข้อนี้มานานแล้ว
ผมเคยนึกเข้าข้างตัวเองว่า "ก็มึงใช้กล้องคอมแพ็คกระจอก ๆ จะไปถ่ายสวยได้ยังไง"
แต่ผมรู้ดี นั่นมันแค่ข้อแก้ตัว
เพราะหลายคนที่ผมรู้จักสามารถใช้กล้อง "กระจอก ๆ" ที่ผมว่า ถ่ายภาพให้ออกมาสวยดูดีมีสไตล์ได้
เอาน่ะ ถึงผมจะมีทักษะในการถ่ายรูปไม่เอาไหน แต่ทักษะในการจดจำรายละเอียดของภาพต่าง ๆ ที่นิ้วมือเคยกดชัตเตอร์ ก็พอจะใช้ได้อยู่บ้าง
วันว่าง ๆ เลยถือโอกาสนั่งดูรูปที่ถ่ายไว้ปริมาณน้อยนิด
หลายภาพพอจะมีเรื่องราวน่าสนใจบ้าง ก็คิดซะว่าเอามาเล่าสู่กันฟังให้พอสนุกสนานละกันครับ
 
1. 
 
วันนั้นเป็นวันซ้อมรับปริญญาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผมพอจะมีคนรู้จักอยู่บ้างพอดี ก็เลยมีโอกาสได้ไปเดินแรดในรั้วมหาวิทยาลัยชื่อดังนี้ได้ เป็นวันที่ผมได้เจอหน้าคุณ "พ่อโจ้" ซึ่งไม่ใช่พ่อของผมแน่นอน แต่แกชื่อเสียงเรียงนามแบบนี้จริง ๆ (ดีนะที่แกไม่ไปเปิดมหา’ลัยแข่งกับ แม่โจ้) ถ้าอยากรู้ว่าคุณพ่อโจ้เป็นใคร ลองกระซิบถามจุ๋มดูได้ครับ
ระหว่างที่ผมเดินเหินไปมาบนพื้นที่ของจุฬาฯ จนเหนื่อยอ่อน ก็เลยตัดสินใจนั่งพักซะหน่อย หย่อนก้นมันตรงริมฟุตบาทหน้าตึกคณะศิลปกรรมฯ นั่นแหละครับ
วินาทีนั้น ผมถามตัวเองว่า ผมจะมีโอกาสชวนส้นเท้าตัวเองมาเหยียบย่ำพื้นถนนตรงนี้อีกมั้ยในอนาคต เท่านั้นเองผมก็ตัดสินใจชักภาพพื้นถนนตรงหน้าเก็บไว้เป็นที่ระลึก
ตอนนี้อะไรหลาย ๆ อย่างก็พอจะช่วยตอบคำถามนั้นได้แล้วครับ
 
2.
เป็นโปรเจ็คต์ดีไซน์ตอนปี 2 เนื้อหาของโปรเจ็คต์นั้นกว้างและให้อิสระนักศึกษาเยอะมาก นั่นคือ ให้หาของเหลือใช้อะไรก็ได้มาออกแบบและดัดแปลงให้เป็นข้าวของเครื่องใช้ หรือเป็นงานอาร์ทไปเลยก็ได้
ผมเองด้วยความที่คลุกคลีกับกองหนังดีวีดีท่วมบ้าน พอได้ยินโจทย์มาแบบนี้ก็วิ่งหาดีวีดีเลย
ในภาพเป็นงานชิ้นไฟน่อล (ที่ดูง่อย ๆ พิกล) ของผมเอง แนวคิดก็ง่ายโคตร คือผนังขนาดเล็กสำหรับกั้นสเปซห้องซึ่งทำหน้าที่เก็บแผ่นซีดี (และแน่นอน แผ่นดีวีดี)
ตอนนั้นด้วยความแรดก็เลยตั้งชื่อคอนเซปต์งานไว้ว่า "The Art of Random"
ว่าด้วยการเก็บแผ่นซีดีบนผนังชิ้นนี้นั้นจะเป็นไปด้วยความมั่วซั่วของเจ้าของห้องเอง อันส่งอิมแพ็คให้รูปแบบและหน้าตาของผนังแปรเปลี่ยนไปได้ตลอดตามการใช้งาน
ภาพนี้ถ่ายขึ้นที่สตูดิโอของคณะทันทีที่ผมประกอบโมเดลไฟน่อลตัวนี้เสร็จ (ใช้เวลาทำเกือบ 10 วัน)
มีคนพยายามจะจ้างให้ผมทำโมเดลแบบนี้ให้อีกตัว โดยจะให้ราคาที่ 5 พันบาท
สมัยนั้นหยิ่ง เลยเซย์โนไป แถมตอนนั้นความรู้เรื่องแมททีเรียลต่ำมาก (ตอนนี้ก็ไม่ดีขึ้นเท่าไหร่) ต้นทุนของโมเดลชิ้นนี้แบบไม่รวมค่าแรงก็เลยฟาดไป 3 พันกว่าบาทแล้ว
เหนื่อยแสนเหนื่อยเพื่อเงินส่วนต่างเพียงไม่ถึง 2 พันบาท ก็เลยเก็บแรงไว้นอนดีกว่า (เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่เยาวชน)
 
3.
สารภาพว่าจำชื่อวัดไม่ได้จริง ๆ ครับ
นี่เป็นโปรเจ็คต์ส่งท้ายปี 2 ด้วยวิชา ‘ถาปัดไทย’ อันแสนเร้าใจ อาจารย์สั่งงานเรียบ ๆ ง่าย ๆ แต่วิธีทำให้งานเสร็จนั้นยากนรกแตก
"ทำโมเดลพระอุโบสถวัดไทยมากลุ่มละหนึ่งแห่ง แยกตามลักษณะของพระอุโบสถ"
กลุ่มผม (มี 4 คน) ได้โจทย์เป็นพระอุโบสถแบบราชคฤห์ ใครไม่รู้เป็นแบบไหนก็ดูในรูปเอาน่ะแหละครับ หรือถ้าอยากรู้จริง ๆ ไปที่ ลิงค์นี้ เลยครับ
พวกเราต้องค้นหาวัดเอง เดินทางไปดูเอง วัดขนาดทุกอย่างของพระอุโบสถแบบละเอียดยิบ เพื่อนำมาทำเป็นโมเดลที่สเกลเล็กลงให้ใกล้เคียงของจริงที่สุด
เป็นงานช้างที่เหนื่อยสุด ๆ แต่สนุกมาก ๆ เช่นกัน
บรรยากาศที่วัดดังกล่าวเงียบวังเวงมากจนไม่น่าเชื่อว่าตั้งอยู่ใจกลางเมือง (ไม่ห่างจากวัดใหม่ยายนุ้ยมากนัก) หลังจากจบโปรเจ็คต์นี้ไปไม่นาน เพื่อนร่วมกลุ่มคนหนึ่งก็เสิร์ชหาข้อมูลของวัดไว้ใส่ในพอร์ต
ผลที่เจอคือ วัดนี้คือหนึ่งในสิบวัดที่ผีดุที่สุดในกรุงเทพฯ ในบทความนั้นระบุไว้ชัดเจนว่า ไม่มีมนุษย์ปกติที่ไหนกล้าเข้าวัดนี้คนเดียว แม้แต่ในเวลากลางวันแสก ๆ ก็ตาม
อ่านประโยคบรรทัดบนจบแล้ว ขอเรียนเชิญทุกคนชวนสายตาตัวเองย้อนกลับไปมองภาพอีกรอบสิครับ
 
4.
หอศิลป์ กับความทรงจำดี ๆ
ขอบคุณนางแบบสวย ๆ ที่เอามือปิดหน้าตัวเองไว้ซะมิดชิด
เป็นภาพสำคัญช่วยเตือนผมตลอดว่า วันคืนดี ๆ ก็มีวันหมดอายุเป็นธรรมดา
 
5.
พระอาทิตย์ขึ้น ณ ระเบียงฝั่งตะวันตื่น
นี่เป็นภาพปกติในชีวิตประจำวันของผมตลอด 2 ปีมานี้
ในภาพเป็นเช้าก่อนเทศกาลปีใหม่
หากผมได้เห็นตะวันทอแสงเช่นนี้ และมีเพื่อนร่วมหอยังไม่นอน
สิ่งที่เราจะทำคือ เดินข้ามฟากถนนไปหอฝั่งตรงข้ามเพื่อกินไก่ทอดขึ้นชื่อของเชียงราก "ไก่หว่าว"
ที่มาของชื่อไก่ยังเป็นเงื่อนงำ แต่รสชาตินั้นการันตีได้ว่าคุ้มค่าเวลาทุกวินาทีที่อดนอนเพื่อจะได้กินมัน
เพราะไก่หว่าวนี้ ขายเฉพาะตอนเช้า ช่วงเวลาประมาณ 6 โมงถึง 8 โมงเท่านั้น
ใครมาเชียงรากแล้วไม่เคยกิน เราถือว่าคุณมาไม่ถึง!
 
6.
อาจจะเป็นภาพที่ไร้สาระที่สุดในเอนทรี่ก็ได้
ด้วยความที่นิยมทำงานดึก ๆ ดื่น ๆ หมากฝรั่งนั้นช่วยได้ดีในการทำให้ไม่ง่วงและมีสมาธิ
เหมือนเคยอ่านมาว่ามีคนวิจัยไว้ถึงหมากฝรั่ง การเคี้ยวหมากฝรั่งช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น 10% (ใครมีข้อมูลยืนยันหรือหักล้างก็ยกมาเป็นวิทยาทานเลยครับ)
ก็เคี้ยวไปเรื่อย รู้ตัวอีกทีหมากฝรั่งก็เต็มห้องซะแล้ว
เลยถือโอกาสเก็บภาพไว้เสียก่อนจะหอบไปทิ้ง โดยในภาพเนี่ยเป็นปริมาณประมาณครึ่งหนึ่งของที่กินจริง ๆ (อีกครึ่งอยู่ในถังขยะแล้ว)
ลองเดาดูครับว่าหมากฝรั่งกองโตในภาพเนี่ย ผมใช้เวลาในการ ‘เคี้ยว’ จนได้เศษซากขนาดนี้กี่วัน (เน้นว่าวันนะครับ ไม่ใช่กี่เดือน ฮ่าๆๆๆ)
 
จบเอนทรี่ไม่ค่อยมีสาระไปแล้ว
หวังว่าภาพถ่ายไม่ค่อยสวยจะไม่ทำให้หงุดหงิดหัวใจกันนะครับOpen-mouthed
 
*หมายเหตุ ทุกภาพบันทึกสดจากกล้อง ไม่ผ่านโปรแกรมตกแต่งภาพใด ๆ ทั้งสิ้น

Written by ljungdurst

กุมภาพันธ์ 9, 2010 ที่ 08:38

เขียนใน Health and wellness

28 Responses

Subscribe to comments with RSS.

  1. สวยดีออก ชอบมากก้อภาพพื้นคอนกรีต กะ ท้องฟ้า แล้วก้อ หมากฝรั่ง ที่เราชอบเคี้ยวแล้วคายมันยัดเข้าช่องเดิมอ่ะ จำได้มะ..

    ATISA

    กุมภาพันธ์ 9, 2010 at 08:52

  2. ทำไมหลังจากดูครบทุกรูป เราสัมผัสได้ถึงความเหงาของตากล้องล่ะเนี่ย??..หืมมม

    c e r e a l

    กุมภาพันธ์ 9, 2010 at 09:35

  3. ผมเคยเขียนเอาไว้ใน entry เก่า(มากๆ) เกี่ยวกับการถ่ายรูปว่า- อย่าถ่ายเพียงเพราะสายตาเห็นว่ามันสวย แต่ถ่ายด้วยความรู้สึกต่อสิ่งที่เห็นผมว่าไม่ใช่ว่าโจ้ถ่ายรูปไม่เก่งหรอก แค่อาจไม่ค่อยได้สนใจศาสตร์นี้มากมายนักหรือเปล่า?ไม่ต้องสนใจว่าภาพจะสวยไม่สวยหรอกครับ ผมนั่งอ่านไปก็เพลินแล้ว

    hud

    กุมภาพันธ์ 9, 2010 at 09:36

  4. เยี่ยมจ๊ะ วัดต่างจังหวัดน่ากลัวเหมือนกันน๊า ถึงแม้ผีไม่ดุ

    Especially for you

    กุมภาพันธ์ 9, 2010 at 09:47

  5. รูปที่ดีไม่ต้องสวย แต่ต้องสื่อถึง…หยุดดูภาพแรกแล้ว คิดอะไรเพลินๆ ได้หลายอย่างเชียววันเวลาดีๆ มันไม่ได้หมดไปหรอก แต่คนลืมมันไปตะหาก

    Invisible

    กุมภาพันธ์ 9, 2010 at 09:51

  6. มีฝีมือเหมือนกันนี่หว่า!!!!

    Pitcha

    กุมภาพันธ์ 9, 2010 at 11:14

  7. นานแค่ไหนแล้วหนอที่มิได้ สัมผัส บรรยากาศยามอรุนรุ่งเช่นนี้ ลืมตามาก็พบกับแสงแดดอันอุ่นกาย ทอดสายผ่าน มูลี่ของห้องคอมที่เราเร้นกายมานานนับเดือน แต่วัดแห่งนั้น แค่เห็นรุปก็ขนลุกซุ่แล้ว น่าไปสัมผัสบรรยากาศจริงดูสักครั้ง many more…..

    ORDIN

    กุมภาพันธ์ 9, 2010 at 11:23

  8. สวยออกผนังเก๋ดีนะส่วนหมากฝรั่งนี่….เอ่อ .. โนคอมเมนต์

    ริกะ

    กุมภาพันธ์ 9, 2010 at 13:34

  9. ไก่หว่าวววววววอยากกินๆๆแต่ไม่อยากไปเชียงรากอ้ะ

    Petite

    กุมภาพันธ์ 9, 2010 at 13:57

  10. สงสัยเค้าลืมไปแล้วจริงๆ..

    Invisible

    กุมภาพันธ์ 9, 2010 at 15:20

  11. อาจจะถึงตาเราลืมแล้วบ้างล่ะมั้ง

    Piyapong

    กุมภาพันธ์ 9, 2010 at 15:56

  12. ขนาดรูปสุดท้ายยังtectเลยสวยดี

    tean

    กุมภาพันธ์ 9, 2010 at 16:59

  13. นางแบบมาเอง

    Piyapong

    กุมภาพันธ์ 9, 2010 at 17:20

  14. กินหมากเก่งจิงจัง ^^

    Miss Sally

    กุมภาพันธ์ 9, 2010 at 17:44

  15. ปล.เคสเปิดประทุน เท่ห์มาก!!

    Miss Sally

    กุมภาพันธ์ 9, 2010 at 18:00

  16. ยังอุตส่าห์เห็นอีก!

    Piyapong

    กุมภาพันธ์ 9, 2010 at 20:57

  17. ใครบอกถ่ายไม่สวยชอบภาพแรกกับภาพท้องฟ้ามากเลย…เข้าขั้วต่อมความรู้สึก

    Who am i

    กุมภาพันธ์ 10, 2010 at 02:40

  18. ชอบภาพที่สี่นะและก็เห็นด้วยกับที่บอกว่าวันคืนดีๆไม่มีวันหมดอายุความรู้สึกดีๆก็ด้วยเหมือนกันนะ

    An-un-ya

    กุมภาพันธ์ 10, 2010 at 05:17

  19. พยายามหาสิ่งผิดปรกติในรูปวัดมากแต่เราไม่เห็นง่ะ

    June

    กุมภาพันธ์ 10, 2010 at 06:06

  20. แน่น๊อนนนน ก็เราช่างสังเกตุ (ความจริง เปิดประทุน คือๆกัน 55+)

    Miss Sally

    กุมภาพันธ์ 10, 2010 at 07:07

  21. รูปเอามือปิดหน้านั่นพี่สาวหนูหยอเหมือนหัวล้านเลยหงิ

    melon

    กุมภาพันธ์ 10, 2010 at 12:30

  22. สเปียร์มิ้นหมดอายุ *0*

    Vanilla

    กุมภาพันธ์ 10, 2010 at 13:36

  23. Who am i …..เทียบกับคนอื่นแล้ว ฝีมือผมด้อยกว่าเยอะเลยล่ะครับAn-un-ya Ji-Hoon..มันอาจจะหมดอายุโดยที่เราไม่รู้ตัวก็ได้นะJune S.Santijitrungruang..อาจจะเพราะไปกัน 3 คนล่ะมั้ง อะไรบางอย่างแถวนั้นเลยติดลูกเกรงใจMiss Sally B…เย็นสบายยยยmelon 。◕‿◕。..ไม่น่าเอามือปิดหน้าเลยเนอะ สวยออกขนาดนั้นVanilla Day Dream..ไม่หมดอายุผมก็ซัดซะหมดห่อล่ะครับ

    Piyapong

    กุมภาพันธ์ 10, 2010 at 15:11

  24. ภาพแรกสวยดีนะโจ้เอ้อ.. ตอนนี้ "พ่อโจ้" ผอมมากเลยผอมจากวันนั้นจนน่าตกใจ(น่าจะผอมเพราะรัก ฟร่ะ 55)

    Le temps

    กุมภาพันธ์ 16, 2010 at 04:44

  25. โหยถ้าผอมเพราะรัก ตอนนี้เราต้องอ้วนเป็นหมีแน่ ๆ

    Piyapong

    กุมภาพันธ์ 16, 2010 at 10:04

  26. ที่ธรรมศาสตร์ก็เคยไปทำงานแถวนั้นพักนึงแต่ไม่เคยได้ยินข่าวไก่หว่าวเลยแฮะ รูปท้องฟ้าสวยดีแต่เรื่องผีดุนี่โนคอมเม้นท์ แค่ตอนตรุษจีน"ตา" เค้าบอกว่ามาจากศาลตายายที่บริษัทพี่เนี่ยแหละมาเข้าพี่คนนึงแล้วก็ชี้หน้าว่า ผจก.โรงงานพี่บอกว่า "ผู้หญิงใจร้ายบอกจะให้กินก็ไม่ให้กิน กูอยากกินไก่…." แถมมีสอนสวดด้วยนะแค่นี้พี่ก็สยองจะแย่ละ ขนหัวลุกเลย

    Reeja

    กุมภาพันธ์ 20, 2010 at 06:03

  27. แสดงว่าพี่จามาไม่ถึง!

    Piyapong

    กุมภาพันธ์ 20, 2010 at 06:08


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: