WE LIVE BECAUSE THERE'S LOVE

movie music magic football

สถานที่ที่ชัยชนะอาจไม่สำคัญ

with 44 comments


ใครพอได้ตามข่าวฟุตบอลอังกฤษในช่วงเดือนที่ผ่านมา น่าจะผ่านตาข่าวอื้อฉาวสุด ๆ ของวงการ เมื่อมีการเปิดเผยว่า จอห์น เทอร์รี่ กองหลังกัปตันทีมชาติอังกฤษ และกัปตันทีมเชลซี แอบเล่นชู้กับเมียเพื่อนตัวเอง เวย์น บริดจ์ แบ็คซ้ายทีมชาติอังกฤษ และทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เล่นกันถึงขนาดท้องและทำแท้งไปเรียบร้อยแล้ว
ที่สำคัญคือ เฮียแกทำมาสองปีแล้ว แต่ด้วยอำนาจศาลสั่งคุ้มครองไว้ จึงเพิ่งมีการนำเสนอข่าวเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
ผลที่เกิดขึ้นคือ สังคมรุมประนามกัปตันทีมชาติอังกฤษยับเยิน (ทั้ง ๆ ที่ปีที่แล้วเทอร์รี่เพิ่งได้รับรางวัลคุณพ่อดีเด่นจากสมาคมผู้ปกครองในอังกฤษ)
จอห์น เทอร์รี่ ถูกปลดจากตำแหน่งกัปตันทีมอังกฤษชุดลุยบอลโลก 2010 ทันที
เมียจอห์น เทอร์รี่ รับไม่ได้สุดขีดกับเรื่องนี้ ตัดสินใจหนีออกจากประเทศ ไปเลียแผลใจที่ดูไบ ก่อนที่หนุ่มจอห์น จะบินตามไปง้อคืนดี (ไม่รู้ง้อสำเร็จมั้ย)
เวย์น บริดจ์ ประกาศตัดเพื่อนกับจอห์น เทอร์รี่ทันที ก่อนตัดสินใจประกาศเลิกเล่นทีมชาติเป็นการถาวร เพื่อคงสปิริตภายในทีมไว้
เรื่องราวคุกรุ่นไม่มีทีท่าจะมอดลง นักเตะ แฟนบอล และผู้เกี่ยวข้องมากมายออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องอื้อฉาวแทงหลังเพื่อนเรื่องนี้
และคืนวันเสาร์นี้เอง ดีกรีความร้อนแรงพุ่งถึงขีดสุด
เมื่อเชลซีกำลังเร่งทำแต้มทิ้งห่างทีมอันดับสองอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด เพื่อลุ้นแชมป์ลีกหนแรกในรอบ 4 ปี
และดันแจ็คพ็อตแตก เมื่อคู่แข่งที่มาเยือนรังแสตมฟอร์ด บริดจ์ของเชลซีคือ แมนฯ ซิตี้ ทีมต้นสังกัดของหนุ่มผู้โดนเพื่อนแทงหลัง เวย์น บริดจ์ นั่นเอง
สื่อมวลชนที่โน่นถึงขนาดเอาชื่อสนาม (เรียกสั้น ๆ ว่า เดอะบริดจ์) และชื่อของเวย์น บริดจ์ มาเป็นจุดขาย
ด้วยการยกให้ฟุตบอลนัดนี้เป็น "War of the Bridge"
…..
.
ตามธรรมเนียมก่อนเริ่มเกมการแข่งขัน จะมีการต่อแถวของนักเตะทีมเยือนเพื่อจับมือกับนักเตะเจ้าถิ่น
เวย์น บริดจ์ เลือกแสดงออกถึงความผิดหวังและเกลียดชังต่ออดีตเพื่อนคนนี้อย่างสุภาพ
ด้วยการเมินเฉยต่อการจับมือจอห์น เทอร์รี่
ทั้ง ๆ ที่ก่อนเริ่มเกมไม่กี่วัน จอห์น เทอร์รี่ออกมาพูดอยู่ปาว ๆ ว่า เขาอยากจับมือกับเพื่อนเก่าคนนี้มาก ๆ
การกระทำง่าย ๆ สั้น ๆ นี้ของเวย์น บริดจ์ เขย่าความรู้สึกของเทอร์รี่และทีมเชลซีอย่างรุนแรง
เทอร์รี่เล่นไม่ออก
เชลซีไปไม่เป็น
จากทีมที่ไม่แพ้ในบ้านมานานนับปี
วันนี้เชลซีแพ้ยับคารังไปด้วยสกอร์ 2-4
สถานการณ์การลุ้นแชมป์ยากลำบากทันที เพราะแมนฯ ยูไนเต็ดจ่อคอหอยอยู่ที่ช่องว่างแค่แต้มเดียว
 
 
ชัยชนะครั้งนี้ของแมนฯ ซิตี้ทำให้พวกเขาขยับไปอยู่อันดับ 4 ของตาราง ลุ้นไปเตะบอลยุโรปในปีหน้าเต็มตัว
ถ้าเลือกได้ เวย์น บริดจ์ อยากชนะในเกมนี้ หรืออยากจะยังมีเพื่อนเก่าซี้ปึ้กอย่างจอห์น เทอร์รี่ และยังมีภรรยาที่ดีที่ไม่สวมเขาให้เขา
แต่บริดจ์เลือกไม่ได้
เวย์น บริดจ์เดินออกจากรังเดอะบริดจ์พร้อมหัวใจที่ว่างเปล่า กับชัยชนะที่ว่างเปล่า
…..
.
3 ชั่วโมงหลังจบเกมที่เดอะบริดจ์ อาร์เซน่อลทีมอันดับ 3 ของตารางพาตัวเองไปเยือนรังบริทาเนีย สเตเดี้ยมของ สโต๊ค ซิตี้
เป้าหมายมีเพียงอย่างเดียวคือ ชัยชนะ เพื่อทำแต้มขึ้นไปจ่อคอหอยเชลซีอีกทีม
ฟุตบอลเทคนิคแบบอาร์เซน่อลมักเจอคู่แข่งงัดลูกหนักมาใช้เพื่อตัดเกม
สโต๊ค ซิตี้ทำทุกอย่างเพื่อสกัดกั้นพลังเกมรุก และการเคลื่อนบอลอันลื่นไหลของทีมเยือนจากเมืองหลวง
และทำได้เยี่ยม เมื่อลูกทุ่มไกลมหาประลัยของ รอรี่ ดีแลป พุ่งไปเข้ากบาลกองหน้าที่โหม่งเช็ดบอลตกที่เสาสอง มีตัวสอดมาโขกเน้น ๆ ระยะหลาเดียว
บอลตุงตาข่าย
สโต๊คขึ้นนำ 1-0
อาร์เซน่อลออกอาการป้อแป้เหมือนเด็กเจอผู้ใหญ่ตี ต่อเกมกันไม่ติด และทำท่าจะโดนนำห่างเป็น 2-0 หลายต่อหลายหน
ก่อนที่กัปตันทีม เชสก์ ฟาเบรกาส จะวางบอลจากกราบขวาเข้าไปในเขตโทษที่อุดมไปด้วยผู้เล่นสโต๊ค ในอัตรา 3 ต่อ 1
บังเอิญว่าหนึ่งคนของอาร์เซน่อลนั้นเป็นนักเตะรูปร่างยักษ์อย่าง นิคลาส เบนด์ทเนอร์
เด็กหนุ่มจากเดนมาร์กกระโดดตัวลอยโขกลูกบอลลอยเข้าประตูคมกริบ ชนิดที่ผู้รักษาประตูคนไหนในโลกก็ปัดป้องไม่ได้
สกอร์บอร์ดขยับเป็น 1-1
…..
.
เริ่มครึ่งหลัง อาร์เซน่อลเปิดเกมบดใส่เจ้าบ้านอย่างหนัก หวังจะควักชัยชนะกลับเมืองหลวงให้ได้
สโต๊คเจ้าถิ่นเริ่มเปิดตำราลูกหนังไม่ทัน ยิ่งใช้ลูกหนักเข้าต่อสู้มากขึ้น
จนถึงนาทีที่ 66 ของเกมการแข่งขัน อาร์เซน่อลบุกหนัก และจ่ายบอลให้นักเตะดาวรุ่งวัยยังไม่ถึง 20 ขวบอย่าง อาร่อน แรมซีย์ กำลังจะหลุดไปทำเกม
ไรอัน ชอว์ครอส กัปตันทีมเจ้าบ้านเห็นท่าไม่ดี ปรี่เข้ามาปะทะเต็มแรงเพื่อตัดเกม
แม้เสียงเชียร์ในสนามจะดังเขย่าหัวใจแค่ไหน
แต่ก็ยังไม่ดังพอจะกลบเสียงการเข้าปะทะสุดโหดร้ายนี้ได้
แรมซีย์นอนโอดครวญที่พื้นสนาม เพื่อนร่วมทีมพรวดพราดเข้ามาดูอาการ
ทุกคนตกตะลึง ขวัญเสีย หน้าถอดสี บางคนหลั่งน้ำตา
รอยยิ้มถูกพรากออกไปจากทุกใบหน้าในถิ่นบริทาเนีย สเตเดี้ยม
อาร่อน แรมซีย์หน้าแข้งหักสองท่อน
 
 
ผู้ตัดสินควักใบแดงไล่ชอว์ครอสออกจากสนามทันทีแบบไม่ลังเล
กัปตันทีมสโต๊คร่ำไห้ที่การเข้าบอลของตนได้ทำร้ายนักเตะรุ่นน้องถึงขั้นอาจจะหมดอนาคต
ไม่มีใครโทษชอว์ครอส มันคืออุบัติเหตุบนฟลอร์หญ้า
ความโชคร้ายที่ไม่มีใครอยากให้มันเกิด
ชอว์ครอสเดินออกจากสนามน้ำตานองหน้า
เป็นภาพที่สะเทือนใจพอ ๆ กับภาพเด็กหนุ่มจากเวลส์นอนโอดครวญกับกระดูกหน้าแข้งและอนาคตที่อาจจะจากไป
 
 
เกมหยุดไปร่วม 5 นาที และกลับมาเตะกันต่อ
สโต๊คเหลือผู้เล่น 10 คน แต่อาร์เซน่อลกลับไม่สามารถทำอะไรได้เป็นชิ้นเป็นอัน
นักเตะทุกคนยังอกสั่นขวัญแขวนกับเหตุการณ์เมื่อครู่
ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงท้ายเกม สโต๊คที่คนน้อยกว่าเริ่มอ่อนล้า และถูกบดจนโงหัวไม่ขึ้น
เข็มนาฬิกาตีเผงที่ครบ 90 นาทีอาร์เซน่อลบุกทะลวงจากหน้ากรอบเขตโทษ ลูกฟุตบอลบอลคว้างกระทบฝ่ามือแดนนี่ พิวจ์ นักเตะเจ้าบ้านในกรอบเขตโทษ
ไม่มีทางเลือกให้ผู้ตัดสิน นอกจากเป่านกหวีดปรี๊ด และชี้ไปที่จุดโทษ
เชสก์ ฟาเบรกาส กัปตันทีม ก้าวขึ้นมารับบอลและทำหน้าที่สังหารจุดโทษด้วยตัวเอง
หากไม่เข้า
วันนี้คือวันที่สูญเปล่า
หนึ่งแต้มไม่เพียงพอต่อสิ่งที่เสียไป
ไม่เพียงพอกับอาการบาดเจ็บสาหัสของอาร่อน แรมซีย์
และแน่นอน มันไม่เพียงพอต่อการลุ้นแชมป์
 

 
กัปตันทีมวัยกำลังห้าวไม่ทำให้กองเชียร์อาร์เซน่อลผิดหวัง
อาร์เซน่อลพลิกกลับมานำที่ 2-1
ผู้ตัดสินที่ 4 ข้างสนามชูป้ายทดเวลาบาดเจ็บ 7 นาที
สถานการณ์บีบหัวใจ
7 นาทีที่จะชี้ชะตาทีมเด็กหนุ่มจากเมืองหลวง
สโต๊คพยายามจะกดดันทีมเยือนกลับ แต่ไม่เกิดผล
อาร์เซน่อลพยายามประคับประคองสกอร์และสภาพจิตใจที่ง่อนแง่นให้จบเกม
จนช่วงนาทีสุดท้ายของเกม ทุกคนในทีมดันสูงหวังปิดเกมในขาด
โทมัส โรซิสกี้ มิดฟิลด์เทคนิคสูงผู้ลงมาแทนอาร่อน แรมซีย์ ตัดสินใจยิงไกล บอลพุ่งวาบเข้าหากรอบประตู
ผู้รักษาประตูเจ้าบ้านผวาปัดบอลออกมาได้ทัน แต่บอลกระดอนมาเข้าทางฟาเบรกาสที่ระยะไม่กี่หลาหน้าประตู
ก่อนที่กัปตันทีมจะใจกว้างเป็นมหาสมุทรด้วยการบรรจงไหลบอลกลับไปเสาไกลให้โทมัส แฟร์มาเล่น กองหลังนักถล่มประตู (ยิงเยอะกว่ากองหน้าซะอีก) วิ่งมาเอาขากระแทกบอลเข้าประตูไป
สกอร์กลายเป็น 3-1
 
 
ความหนาหนักทั้งหลายทั้งปวงบนบ่าถูกขว้างทิ้งลงสนาม
อาร์เซน่อลคว้าชัยชนะครั้งสำคัญกลับเมืองหลวง พร้อมทำคะแนนจี้จ่าฝูงเหลือแค่ 3 แต้ม มีลุ้นแชมป์เต็มตัว
หลังจบเกม ผู้เกี่ยวข้องแทบทุกฝ่ายมิได้ให้ความสำคัญกับชัยชนะนี้มากนัก
ทุกความสนใจทุ่มไปที่อาการบาดเจ็บของอาร่อน แรมซีย์
การยิงสลุต 3 ประตูไม่อาจช่วยให้ลืมความเจ็บปวด
3 คะแนนเต็มไม่อาจลบคราบน้ำตา
ชัยชนะไม่อาจนำมาซึ่งรอยยิ้ม
หลายต่อหลายหนที่สนามฟุตบอลไม่ใช่สถานที่ที่ชัยชนะคือทุกสิ่ง
คงเพราะเช่นนี้กระมัง มันถึงเป็นสถานที่ที่ได้หัวใจผมไปทั้งดวง

Written by ljungdurst

กุมภาพันธ์ 27, 2010 ที่ 21:12

เขียนใน Entertainment

44 Responses

Subscribe to comments with RSS.

  1. ช็อตขาห้อยของแรมซีย์เสียงแฟนอาร์เซนอลในร้านเหล้าสบถกันดังกว่่าเสียงดนตรีซะอีก

    Petite

    กุมภาพันธ์ 28, 2010 at 02:09

  2. แฟนเชลซีไม่น่าโห่บริดจ์เลยแม่งงงแต่ไอ้ไมค์ดีนเป่าฟาล์วเชลซีทั้งเกมส์แล้วไอ้ลูกโทษ+ใบแดง ถามจริง บัลเล็ตติมันไปเกี่ยวโดนอะไรวะ?

    Pitcha

    กุมภาพันธ์ 28, 2010 at 02:10

  3. ประทบใจเชส กว่าสิ่งใดในเกมส์นี้

    Invisible

    กุมภาพันธ์ 28, 2010 at 02:17

  4. 134340..แถวนี้ก็เสียงดังไม่น้อยกว่ากันแน่ ๆ (จนเพื่อนที่อยู่อีกชั้นทักในเอ็มว่า เสียงมึงดังข้ามชั้นเลย)Pitcha Suthigul..กูดูแล้วนอยแทน ถือเป็นอาการ "จัดให้" เวลาที่ทีมเสื้อแดงอีกทีมกำลังจะได้เปรียบตลอด (วี้กนี้แม่งไม่มีเตะไง เดี๋ยวคะแนนทิ้งไปไกลแล้วไม่สนุก)Invisible Real..ผมประทับใจโซล แคมป์เบลมากที่สุด กระตุ้นเพื่อนร่วมทีมจนพลิกมาชนะได้ สุดยอดมากๆ

    Piyapong

    กุมภาพันธ์ 28, 2010 at 02:32

  5. จอห์น เทอร์รี่ รู้สึกจะง้อเมียสำเร็จแล้วนะ อ่านข่าวเจอ

    Especially for you

    กุมภาพันธ์ 28, 2010 at 03:04

  6. กล่างถึงจุดไหนดี…..แพ้คาบ้าน……………..กรรมจริงๆอยากจาบร้า

    the WiSe t0...

    กุมภาพันธ์ 28, 2010 at 03:10

  7. เป็นครั้งแรกนะขอบอก ที่พี่อ่านทุกตัวอักษรของบล็อกครบถ้วน แล้ว สะเทือนใจไปด้วย สนามนี้ ไม่ได้โหยหา แพ้-ชนะ เจงๆ

    ATISA

    กุมภาพันธ์ 28, 2010 at 08:13

  8. ร่มคันเดียว ลุ่มแม่น้ำโขง..นักข่าวเค้าวิเคราะห์แล้วครับว่าภาพข่าวที่ออกมาว่า เฮียแกคืนดีกับเมียแล้วน่ะมันเป็นการแสดงละครตบตา เพื่อรักษาขวัญกำลังใจของทีมเชลซีเอาไว้ เพราะลูกทีมคงเครียดถ้าเห็นกัปตันทีมหมดสภาพจากการโดนเมียทิ้ง ซึ่งผลก็เห็นแล้วว่าละครเรื่องนั้นไม่เนียน และเชลซีพ่ายยับคารังthe WiSe t0… The FoolisH..ทีมอื่นจะได้มีลุ้น จะได้ดูบอลสนุกๆATISA ผู้เป็นที่หนึ่ง..แสดงว่าครั้งอื่นไม่อ่านที่ผมเขียนเลย ฮือๆ T_T

    Piyapong

    กุมภาพันธ์ 28, 2010 at 14:00

  9. เขียนได้สนุกดีนะโจ้อ่านแล้วเพลินเลยล่ะ ชอบๆ..เราว่าดีนะ มีลุ้นๆกันหลายทีมหน่อยไม่งั้นเบื่อตาย

    Le temps

    กุมภาพันธ์ 28, 2010 at 14:20

  10. กลัวคนที่ไม่ดูบอลอ่านไม่รู้เรื่องจังแต่จุ๋มชอบก็ดีใจละครับ ^^

    Piyapong

    กุมภาพันธ์ 28, 2010 at 14:31

  11. อ๋ออออออ เป็นอย่างนี้นี้เอง นักฟุตบอลส่วนมากจะหล่อๆกันเนาะ ^^นี่คงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ดึงดูดให้สาวๆดูฟุตบอลกัน

    Especially for you

    กุมภาพันธ์ 28, 2010 at 15:04

  12. จุ๋มดูบอลตั้งแต่ปี 1991(ดีวิชั่นเดิม)ยุคที่ลีดส์เป็นแชมป์สุดท้ายก่อนเกิดฟรีเมียร์ชิพน่ะค่ะไม่รู้ทำไม.. แต่ชอบซอคเกอร์ (ฟุตบอล)นะคะโดยเฉพาะยุคของ เอริค คันโทน่า (ที่โดนลีดส์ขายมาให้แมนยู)

    Le temps

    กุมภาพันธ์ 28, 2010 at 15:30

  13. ส่วนพี่ชอบยุค ร๊อบบี้ ฟาว์เลอร์ นะจ๊ะ นานมากแล้วแล้วก็ห่างหายไปนานนนนมากกกกกกก ถึงมากที่สุด

    Especially for you

    กุมภาพันธ์ 28, 2010 at 15:39

  14. ร่มคันเดียว ลุ่มแม่น้ำโขง..ยุคนั้นฟาวเลอร์โคตรเก่งจริง ๆ ครับ ง้างยิงเป็นเข้า อาร์เซน่อลผมโดนดีประจำLe temps ™..สมัยนั้นมีถ่ายทอดสดแล้วหรอจุ๋ม เราเริ่มดูบอลซีซั่น 94-95 (ถ้าจำไม่ผิด) ที่แบล็คเบิร์นแซงแมนฯยูฯเป็นแชมป์ จากนั้นก็ดูบ้างไม่ดูบ้างสลับไปเรื่อยๆ จนมาดูจริงจังแบบคลั่งไคล้เลยตอนซีซั่น 97-98 ที่อาร์เซน่อลคว้าดับเบิลแชมป์ ตั้งแต่นั้นมาก็มอบหัวใจให้อาร์เซน่อลไปทั้งดวงเลย ฮี่ๆ

    Piyapong

    กุมภาพันธ์ 28, 2010 at 15:54

  15. ไม่ได้ดูสดอะไรหรอกแต่มีลูกพี่ลูกน้องที่สนิทกันเค้าบ้า่มากขนาดไปหาซื้อวีดีโอดีวีชั่น1 มานั่งดูกันวันหยุดตอนนั้นยังไม่รู้อะไรมากเลย เด็กมากๆอ่ะเข้าใจผิดมาตลอดว่าบอลเนี่ยเค้าเตะกลางวัน(เวลาเมืองไทย)แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นให้รักฟุตบอลแหละโตหน่อยก็เริ่มรู้อะไรมากขึ้นฤดูกาลที่ชอบก็ช่วงที่แมนยูกับแบล็คเบิร์นแย่งกันเป็นแชมป์เชียร์เร่อ เก่งมาก!!

    Le temps

    กุมภาพันธ์ 28, 2010 at 16:20

  16. ปล.แบล็คเบิร์นVS แมนยู น่าจะ 94 – 95 แหละ

    Le temps

    กุมภาพันธ์ 28, 2010 at 16:22

  17. ปล.2 ตอนนี้ผีกำลังทุ่มเทเพื่อให้ได้แชมป์บอลถ้วยเล็กอ่ะ เฮ้ออ.. น่าจะเป็นเอฟเอ คัพมากกว่าเน้อ

    Le temps

    กุมภาพันธ์ 28, 2010 at 16:36

  18. ฟาวเลอร์ is the best of me (ในยุคของผม)

    Invisible

    กุมภาพันธ์ 28, 2010 at 16:56

  19. ได้แชมป์ไปเรียบร้อยแล้วจุ๋มดีใจด้วย เล่นรัดกุมมากจนวิลล่าทำอะไรแทบไม่ได้เลย

    Piyapong

    กุมภาพันธ์ 28, 2010 at 16:56

  20. เราเป็นแฟนเชลหละ แล้วเราก็ชอบชอว์ครอด้วย T__Tออกแนวเศร้า เห้อ…ปล.เอนทรี่นี้ขอชมว่าเฮียหนวดเขียนดีมากๆเลยหละ เอาซะเมนท์ไม่ออกเลย โอปอปลื้ม!!

    Miss Sally

    กุมภาพันธ์ 28, 2010 at 18:46

  21. เย่ มีคนชมว่าเขียนดีสองคนแล้ว

    Piyapong

    กุมภาพันธ์ 28, 2010 at 18:48

  22. สะเทือนอารมณ์สุดๆ

    Vanilla

    กุมภาพันธ์ 28, 2010 at 23:29

  23. สีฟ้าอีกแล้ว คงฟ้าไม่หม่น

    EDDY MEKING

    มีนาคม 1, 2010 at 02:24

  24. นอกจากเรือ่งดี ชื่อเรื่องดีีด้วย

    Strange Loop

    มีนาคม 1, 2010 at 03:28

  25. โอย…หน้าบานเป็นจานเชิงยักษ์แล้วนิ มีแต่คนมาชม

    Petite

    มีนาคม 1, 2010 at 03:42

  26. good เยี่ยมยอด

    Especially for you

    มีนาคม 1, 2010 at 03:51

  27. ชมไปงั้นแหละ ขอค่าชมด้วยเฮีย แฮ่…..

    Miss Sally

    มีนาคม 1, 2010 at 05:10

  28. Vanilla Day Dream..ยังจำได้ว่า ภาพแรมซีย์นอนโอดครวญทำผมมีน้ำตาEDDY MEKING หัวใจสี่ห้อง..อาจจะหม่นหลายวัน แต่ไม่หม่นทั้งวันครับStrange Loop Poo..ขอบคุณคร้าบบบบบ :D134340..แล้วไม่คิดจะชมมั่งรึ ฮึร่มคันเดียว ลุ่มแม่น้ำโขง..เย่ :DMiss Sally B…ไม่ให้เฟ้ยยย ไม่ได้จ้าง

    Piyapong

    มีนาคม 1, 2010 at 07:16

  29. ขี้งก….

    Miss Sally

    มีนาคม 2, 2010 at 19:12

  30. เอนทรี่นี้มีคนอ่านถึง 10 คนมั้ยนะ ฮืออ T.T

    Piyapong

    มีนาคม 2, 2010 at 20:42

  31. อ่านตั้งแต่คุณอัพแล้วค่ะ เช้าวันอาทิตย์ เสร็จแล้วดูข่าวรอบเช้า ขาห้อยเลยหวาดเสียวอ่ะ : (

    Au

    มีนาคม 3, 2010 at 03:46

  32. ขอบคุณครับ ^^

    Piyapong

    มีนาคม 3, 2010 at 07:58

  33. อ่านสิ เอนทรี่พี่น่ะ ตั้งใจเข้ามาอ่านมากกว่าเข้ามาเม้นนะ ^_^แต่เห็นเล่นกันเยอะ เลยเข้ามาแจมเฉยๆ วันหลังมาเมนท์เรื่องเฉยๆแล้วกันเนอะ …

    Miss Sally

    มีนาคม 4, 2010 at 02:12

  34. เพิ่งรู้ว่าการเอาลิงค์ไปแปะในเฟซบุคทำให้มีคนแอบมาอ่านเยอะเลยแต่มาอ่านแบบไม่ทิ้งคอมเมนท์ (เน้นไปพูดหลังไมค์แทน)

    Piyapong

    มีนาคม 4, 2010 at 08:18

  35. โจ้ พี่ยังเล่น เฟซบุค ม่ายเป็นอ่ะ..แหะแหะ..

    ATISA

    มีนาคม 4, 2010 at 08:22

  36. ผมว่ามันเล่นให้มีสาระยากกว่าสเปซอะครับอยู่ที่นี่ด้วยกันนี่แหละ สนุกสนานดีแล้ว ^.^

    Piyapong

    มีนาคม 4, 2010 at 08:35

  37. แม้จะไม่ได้เชียร์อาร์เซน่อลแต่จากเหตุการณ์แล้วผมสะเทือนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับแรมซี่ย์เข้าใจเลยว่านี่มันฝันร้ายชัดๆ ส่วนเรื่อง JT ผมไม่มีความเห็นครับ

    กานดา

    มีนาคม 5, 2010 at 03:39

  38. ข่าวล่าสุดคือพัก 6-9 เดือน และอาจนานกว่านั้นเพราะต้องฟื้นฟูกล้ามเนื้อเสียดายเวลาที่หายไปของแรมซีย์ แทนที่จะได้เตะบอลกลับต้องไปนอนเตียงแทน

    Piyapong

    มีนาคม 5, 2010 at 08:00

  39. เค้าเข้ามาอ่านก่อนหน้านี้แล้วแต่ไม่รู้จะเม้นท์อะไร ไม่รู้เรื่องอ่ะค่า แฮ่

    melon

    มีนาคม 7, 2010 at 12:44

  40. ต้องถามท่านพี่แบบด่วน ๆ แล้วล่ะเมล่อน

    Piyapong

    มีนาคม 7, 2010 at 13:18

  41. หงษ์แดงมาเยือน แดนดินถิ่นปืนแต่ จอห์น เทอร์รี่ นี่ เวล จริงๆ

    Chris

    มีนาคม 9, 2010 at 15:15

  42. พันธมิตรกันได้ครับ ยี้แมนฯยูฯเหมือนกัน :D

    Piyapong

    มีนาคม 10, 2010 at 02:42

  43. วินาทีของแรมซี่ย์ทำพี่น้ำตาร่วงขนาดคนข้าง ๆ ยังแปลกใจว่าทำไมต้องอินขนาดนั้นมันบรรยายความรู้สึกกันไม่ได้หรอกเอนทรี่นี้เขียนโคดดีเลยโจ้

    「POP」

    มีนาคม 11, 2010 at 12:15

  44. สาวกอาร์เซน่อลแบบเรานี่แหละครับเข้าใจดีที่สุดเลยว่า น้ำตาตอนนั้นมันไหลเพราะอะไรพูดแล้วยังช็อคไม่หาย

    Piyapong

    มีนาคม 11, 2010 at 12:19


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: