WE LIVE BECAUSE THERE'S LOVE

movie music magic football

ผู้หญิงนับ 0 ผู้ชายนับ 10: เรามีเวลารอกันทั้งชีวิตหรือ?

with 61 comments


ไม่ได้อัพเอนทรี่มานานพอสมควร ติดภารกิจทำทีสิสครับ มาหนนี้ไม่ได้มาเขียนบ่นบ้าปัญหาชีวิตให้น่าเบื่อหน่ายแล้ว แต่ไปอ่านเจอบทความสั้น ๆ ชิ้นนึงมา น่าสนใจดีครับ ไปลองอ่านกันดูเลย
 
ผู้หญิงนับ 0 ผู้ชายนับ 10
 
>ผู้ชายนับ – 10. ผมเกือบเดินกลับเข้าออฟฟิศแล้วสิ ถ้าไม่เห็นเธอเดินเข้ามา
>นางฟ้าของผมวันนี้เธอใส่เสื้อสีขาว กระโปรงสีชมพู
>เธอดูน่ารักเหมือนตุ๊กตาญี่ปุ่นแก้มแดง ๆ
>ผมเดินเสไปเสมาหาอะไรกินอีกหน่อย ทั้งๆ ที่อิ่มจะแย่แล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อเฝ้ามองนางฟ้าเวลาพักเที่ยงของผม
>อยากรู้จักเธอจัง ทำไงดีหว่า
>
>
>ผู้หญิงนับ – 0. ฉันสังเกตเห็นเขาตั้งหลายวันแล้วละ 
>คนอะไรก็ไม่รู้ กินเส้นเล็กน้ำเนื้อเปื่อยได้ทุกวัน ไม่รู้จักเบื่อมั่งเลย
>หน้าตาเขาตลกดีนะ นี่ถ้าเขาจะสร้างหนังโดราเอมอนเดอะมูฟวี่
>ฉันคงจะอีเมลไปบอกผู้กำกับให้มาเชิญพี่แกไปเล่นเป็นโนบิตะ

>
>
>ผู้ชายนับ – 9. วันนี้ผมตัดสินใจจะแอบตามเธอไปดูว่าเธอทำงานที่ไหน
>เพราะเธอไม่ใช่พนักงานบริษัทเดียวกับผม
>แต่ที่แน่ ๆกว่าเธอจะลงมากินข้าวก็เกือบบ่าย และกว่าจะกลับก็จวนบ่ายสอง
>แต่ที่ทำงานเธอคงอยู่แถวนี้แหละ
>
>
>ผู้หญิงนับ – 1. พี่กุ้งชี้หมอนั่นให้ฉันดูแล้วหัวเราะคิกคัก
>อีตาโนบิตะนั่นเอง! เขาทำเป็นเดินโทรศัพท์ตามพวกเรามาห่าง ๆ
>สงสัยพี่แกจะแอบชอบใครสักคนในกลุ่มเราแน่ ๆ เลย (สงสัยจะเป็นพี่กุ้งแฮะ ก็เธอสวยออกซะงั้น) 
>เอ..เอาเข้าจริง ๆ อีตานี่มองจากมุมเฉียง ๆ ก็ดูดีเหมือนกันนะ
>
>
>ผู้ชายนับ – 8. เธอทำงานแถวนี้จริง ๆ ด้วย
>เธอทำงานอยู่ในสถานทูตแห่งหนึ่งในหลาย ๆ แห่งแถวนั้น
>แต่เป็นหน่วยงานย่อยเกี่ยวกับวัฒนธรรมและความร่วมมือ และเป็นโรงเรียนสอนภาษาไปในตัวด้วย
>โรงเรียนสอนภาษาเหรอ… เออเข้าท่า
>
>
>ผู้หญิงนับ – 2. อีตาโนบิตะถ้าจะเอาจริงแฮะ! วันนี้บุกมาถึงที่เลย
>มาหยิบโบรชัวร์อะไรให้วุ่นเลย อยากรู้เหมือนกันแฮะว่าแกจะมาจีบใคร

>
>
>ผู้ชายนับ – 7. พักเที่ยง ผมยังไม่ไปกินข้าว แต่เดินมานั่งกินกาแฟอยู่ที่ Cafe ของสถานทูต
>รอนางฟ้าเสด็จลงมาเสวยภักษาหาร
>หัวใจผมเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ… ที่นี่เขาใช้กาแฟพันธุ์อะไรมาชงเนี่ย
>เมื่อเธอลงมาคราวนี้ผมจะต้องชวนเธอคุยให้ได้
>
>
>ผู้หญิงนับ – 3. นี่ พี่กุ้ง อีตาโนบิตะมารอพี่แหนะ
>นั่งกินกาแฟอยู่ที่คาเฟ่ด้วย จริงง่ะ!?
>เขาสมัครเรียนอะไรหรือเปล่าอ่ะ..หนิง?
>ไม่หรอกพี่ เขามารอพี่อ่ะแหละ
>สงสัยวันนี้พี่กุ้งไม่ได้กินข้าวกะพวกหนูแล้วละ?
>บ้า เหลวไหล!!!?
>
>
>ผู้ชายนับ – 6. คุณครับ ทำงานที่นี่ใช่หรือเปล่าครับ? ผมเดินเข้าไปถามเธอ
>ผมสนใจจะเรียนภาษาฝรั่งเศสครับ
>แต่มีคอร์สไหนสำหรับคนที่ไม่รู้อะไรเลยอย่างผมมั่งไหมครับ?
>
>
>ผู้หญิงนับ – 4. อีตาโนบิตะเขาเข้ามาคุยกับฉัน เขาถามฉัน!!!
>เขามารอฉันหรอกเหรอเนี่ย แล้วอย่างงี้ ทุกวันที่เขามอง…ก้อ…. หวาย~

>
>
>ผู้ชายนับ – 5. วันนี้เธอน่ารักเป็นพิเศษขึ้นอีกหลายเท่า
>แก้มงี้แดงน่ารักเชียว เธอบอกให้เพื่อคนอื่นไปทานข้าวกันก่อน
>ส่วนเธอยอมเข้ามาคุยกับผมใน Cafe
>และแจกแจงรายละเอียดเกี่ยวกับการเรียนให้ฟัง
>
>
>ผู้หญิงนับ – 5. พี่กุ้งน่ะสิ ทำขยิบหูขยิบตาให้ฉันคุยกับเขา จะบ้าเหรอ
>แต่ก่อนที่ฉันจะทันตอบอะไรได้ พี่กุ้งก็ชิงบอกว่า อ๋อ ยินดีค่ะ
>มีอะไรก็ปรึกษาน้องหนิงได้นะคะ น้องเขาดูแลเรื่องนี้อยู่พอดีค่ะ
>ผู้ชาย – ผู้หญิง
>คุณ…เคยเรียนภาษาฝรั่งเศสมาบ้างหรือเปล่าคะ?
>ไม่เคยครับ เอ้อ…ผมชื่อเอกครับ…
>หนิงค่ะ
>หนิงทำงานที่นี่นานหรือยังครับ หนิงจบเอกภาษานี้มาเหรอครับ
>ค่ะ หนิงเพิ่งจบได้ปีเดียวเอง
>ขอผมเลี้ยงข้าวนะครับ หนิงอุตส่าห์คุยกับผมตั้งนาน อดไปกินข้าวกับเพื่อนเลย?
>อุ๊ย อย่าเลยค่ะ ในนี้แพงออก ไว้คราวหน้าดีกว่าค่ะ
>คราวหน้า!!! คราวหน้า ได้ยินกันไหมครับ ท่านผู้ฟัง เข้าทางผมเลย
>บ้า!!! ฉันพลาดไปได้ไงอ้ะ
>อ้อ…ก้อ เอ้อ มีค่ะ … 0 1 6 1 5…
>ให้เบอร์เค้าไปทำไมอ่า… แง้ๆๆๆๆ
>ฉันจิกกระดาษทิชชูในมือจนเละเป็นปุยเหมือนปลาดุกฟู

>
>
>ผู้ชายนับ – 4. ผมคุยกับน้องหนิง (เธออ่อนกว่าผมสี่ปี) สองสามคืนติดต่อกัน
>คืนละหลายๆ ชั่วโมง ตอนกลางวันก็ไปนั่งกินข้าวด้วยกัน
>แต่ก็ได้แค่นั้นเอง…
>พอจวนบ่ายสองก็แยกย้ายกันไปทำงานเคยลองชวนไปดูหนังเธอก็บอกไม่อยากดู
>ตอนเย็นก็ต้องรีบกลับบ้าน ไปนั่งที่ไหนต่อก็ไม่ได้ 
>สงสัยเดี๋ยวกลับบ้านช้าแม่จะดุละมั้ง

>
>ผู้หญิงนับ – 6. พี่ๆ ล้อว่าฉันเป็นแฟนอีตาโนบิตะ เอ้ย! พี่เอก
>ไม่ใช่ซะหน่อย ก็แค่เพื่อนคนนึง ทำงานอยู่ใกล้ ๆ กัน
>ตอนกลางวันต่างคนต่างก็ต้องกินข้าวอยู่แล้ว ให้เขากินด้วยอีกคนจะเป็นอะไรไป
>แต่พี่เอกเค้าคุยสนุกดีเหมือนกันนะ ฟังเขาคุยทีเพลินเลย
>บางทีนึกว่าคุยแป๊บเดียว ที่ไหนได้ ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืน
>
>
>ผู้ชายนับ – 3. น้องหนิงน่ารักจริง ๆ และเธอเป็นนางฟ้าจริง ๆ
>เธอช่างมองโลกในแง่ดี สวยงาม และใสสะอาด เสียจนผมละอาย…
>ผมเริ่มได้คิดว่า ผมเหมาะกับเธอหรือเปล่า ผมสามารถใช้ชีวิตแบบเธอได้ไหม
>การเลี้ยงดูของเรามันต่างกันเหลือเกิน
>เธอไม่เคยพบกับความยากลำบากและสิ่งอันชั่วร้ายอะไรในโลกเลย…
>
>ถ้าเธอเป็นนางฟ้าจริงๆ ส่วนผมน่ะเหรอ เรียกว่าคนเดินดินยังยากเลย
>เธอเรียนจบจากโรงเรียนสตรีชื่อดัง จบมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีชื่อเสียง
>และเข้าทำงานกับสถานทูต
>ส่วนผมน่ะเหรอ… อย่าให้เล่าเลยคุณ ยาว
>
>
>ผู้หญิงนับ – 7. พี่เอกนี่มีอะไรมากมายกว่าที่ฉันคิดแฮะ
>พี่เขาผ่านอะไรต่ออะไรในชีวิตมามากมายกว่าที่จะนึกถึง
>เขาไม่เหมือนใครที่ฉันรู้จักเลย เขาเริ่มต้นจากเด็กเกเรคนหนึ่ง
>ลองมาหมดแล้วอะไรแสบ ๆ ทั้งหลาย เหล้า ยา การพนัน เคยเข้าบ้านเมตตาก็เคย
>แต่แล้วเขาก็สามารถตั้งใจเรียนจนจบทั้งการศึกษานอกโรงเรียน
>และเรียนมหาวิทยาลัยเปิดจนจบด้วยตัวเองตลอด
>และทำงานในบริษัทใหญ่ขนาดนี้ได้ในตำแหน่งและเงินเดือนที่ไม่น้อยทีเดียว
>ฉันทึ่งในชีวิตของพี่เขาเหลือเกิน
>
>
>ผู้ชายนับ – 2. วันนี้ตอนเช้า ผมซื้อดอกไม้ให้เธอ…
>เพราะรู้ว่าเธอจะมีแจกันใบเล็กๆ ใส่ดอกกุหลาบน่ารักๆ เอาไว้บนโต๊ะทำงานเสมอ
>แต่เธอรับไปแล้วก็ไม่ว่าอะไรสักคำ… ตอนเที่ยง
>ผมไปหาเธอที่ห้องทำงานตามปกติ
>ดอกไม้บนโต๊ะทำงานเป็นดอกเดียวกับที่ผมเห็นเมื่อวาน….
>เธอไม่ได้เอาดอกไม้ที่ผมให้มาปักแจกันหรือนี่…
>สงสัยดอกไม้ถูก ๆ ช่อเล็ก ๆ ซื้อที่สถานีรถไฟฟ้าแบบนี้ มันคงจะไม่ถูกใจเธอละมั้ง
>
>
>ผู้หญิงนับ – 8. พี่เขาให้ช่อดอกไม้เล็ก ๆ กับฉันล่ะ…
>มันน่ารักจนฉนพูดอะไรไม่ออกเลย แม้แต่คำว่าขอบคุณ
>สงสัยฉันต้องรีบไปหาซื้อซิลิก้าเจลมาเก็บดอกไม้นี่เสียแล้วสิ…
>ไม่อยากให้มันเหี่ยวไปเลย
>
>
>ผู้ชายนับ – 1. ผมพยายามที่จะยอมรับความจริง
>ว่าผมกับเธอนั้นแตกต่างกันแค่ไหน…
>นางฟ้าก็มีไว้สำหรับคนบนฟ้า…ผมคิด ผมพยายามทำงานให้หนักขึ้น
>กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงเหมือนเดิม และคุยกับเธอให้น้อยลง
>(หรือถ้าให้ถูก เธอเองก็ไม่ค่อยโทรหาผมสักเท่าไรแล้วช่วงนี้)
>ผมจะจำเธอไว้ในฐานะความทรงจำที่สวยงามแล้วกัน
>
>
>ผู้หญิงนับ – 9. เพื่อนฉันที่ทำงานบริษัทเดียวกับพี่เอกบอกว่า
>ช่วงนี้พี่เขาทำงานหนักมาก…
>บางวันสี่ทุ่มก็ไม่ยอมกลับบ้าน มาถึงก็ก่อนแปดโมง
>ฉันก็เหงานะ แต่เราก็ชอบที่พี่เขาเป็นอย่างนั้นไม่ใช่เหรอ
>ผู้ชายที่มีพลังและความรับผิดชอบ ที่พุ่งไปข้างหน้าตลอดเวลา
>
>สิ่งที่ฉันทำได้
>ก็คือให้เขาทำสิ่งที่เขาตั้งใจนั้นอย่างเต็มที่โดยไม่ขัดขวางหรือแง่งอน…
>ถึงจะไม่ได้คุยกับพี่เขาบ้าง แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกนะ… 
>ไว้ถ้าพี่เขาว่าง ๆ คราวนี้ถ้าจะชวนไปดูหนังหรือกินข้าวเย็นบ้าง ฉันจะไปละนะ
>
>
>ผู้ชายนับ – 0. ผมทำงานจนเกือบบ่ายสองแล้วนึกได้ว่าลืมกินข้าว
>พี่เอกคะ ทานข้าวมั่งป่ะเนี่ย? น้องออย เด็กฝึกงานมาถามผมด้วยความเป็นห่วง
>ออยไปซื้อให้ไหมคะ?
>ไม่เป็นไรหรอก พี่ไปกินเองก็ได้ แล้วออยล่ะกินหรือยัง?
>เธอสั่นหน้าแทนคำตอบ
>งั้นไปกินข้าวกับพี่ไหม… พี่เลี้ยงเอง
>น้องออยพยักหน้าตอบรับ… เออ วันนี้น้องออยแก้มสีชมพูเลย
>
>
>ผู้หญิงนับ -10. พี่กลับไปก่อนนะหนิง?
>ค่ะ เดี๋ยวหนูรอแถวนี้อีกแป๊บนึงแล้วกันนะ
>พี่เอกคงงานยุ่งจนไม่ได้ออกมาทานข้าว
>วันนี้แหละ ถ้าพี่เอกชวนฉันไปดูหนัง ฉันจะไปดูกับเขา

>
>มันสายเกินไปหรือเปล่านะ…
 
……..
….
 
..
อย่ารอที่จะบอก อย่ารอที่จะทำ อย่ารอจนสายเกินไป อย่ารอ รอ รอ….
 
*เครดิต: ขอบคุณเรื่องสั้นดี ๆ จาก joejamsai.com

Written by ljungdurst

พฤษภาคม 5, 2010 ที่ 12:03

เขียนใน Entertainment

61 Responses

Subscribe to comments with RSS.

  1. สำหรับเราเห็นว่า การที่รู้สึกอะไร อยากพูดอยากบอกอะไร ก็ควรบอกไป ไอเรื่องบอกรักเนี้ยไม่เคยช้า แต่เห็นจะแห้วทุกทีแงๆๆๆแค่ไม่พูดกันนิดเดียวเหตุการณ์ก็พลิกเลย เฮ้อออ

    eminy

    พฤษภาคม 5, 2010 at 13:22

  2. มึงจะซึ้งไปไหนวะสัด…..

    Pitcha

    พฤษภาคม 5, 2010 at 13:38

  3. แค่เข้าใจผิด…คิดต่างกันนิดเดียว…จบเศร้าเลยเนอะ -_-

    E-BeeR

    พฤษภาคม 5, 2010 at 14:10

  4. อ่านแล้วดูซับซ้อน….แต่คงเศร้าน่าดูในความจริง

    ต้นไม้ใต้จักรวาล

    พฤษภาคม 5, 2010 at 14:28

  5. ชายหญิงมักคิดต่างกัน ต้องศึกษากันและกัน…ส่วนใหญ่แล้วผู้หญิงใช้เวลาตัดสินใจนาน อาจเพราะเป็นเพศที่อ่อนแอกว่าอีกเคสหนึ่งถ้าต่างคนต่างมีความรู้สึกประมาณว่าเป็นคนที่ใช่ นานแค่ไหนก็อยากรอกันนะ ^^

    Who am i

    พฤษภาคม 5, 2010 at 14:36

  6. หึหึ เรื่องความรักเหรอ โลกนี้ไม่มีเรื่องแบบนี้อยู่จริงหรอก…

    Miss Sally

    พฤษภาคม 5, 2010 at 14:44

  7. เส้นชีวิต ของทั้งคู่ วางอยู่บนเส้นขนาน ที่มี "เวลา" และ "ความว่าง"

    ORDIN

    พฤษภาคม 5, 2010 at 15:01

  8. อ่านแล้วเราว่าผู้ชายไม่แน่จริงอะพยายามกว่านี้ยังได้นี่ตัดใจง่ายไม่แมนเลย

    ⓚⓘⓚⓘⓘ

    พฤษภาคม 5, 2010 at 16:04

  9. จุดสมดุลระหว่าง ญ และ ช คือ 5คงไม่ต่างกับ demand & supply แต่ฝ่ายไหนจะเป็นเส้นอะไรก็แล้วกันไป

    Chris

    พฤษภาคม 5, 2010 at 20:10

  10. ฮ่าๆๆๆอ่านแล้วตลก (หัวใจกระตุกเล็กน้อย)

    Puii

    พฤษภาคม 5, 2010 at 20:42

  11. เอ้อ.. กินใจ

    Invisible

    พฤษภาคม 6, 2010 at 01:23

  12. นึกถึงเพลงตัดใจของ วีนัส เลย

    Invisible

    พฤษภาคม 6, 2010 at 01:31

  13. แค่นิดเดียว…แต่คิดว่าคงไม่ต้องรอไปตลอดชีวิตหรอกนะ ^^

    เจ้าหงิญ

    พฤษภาคม 6, 2010 at 03:21

  14. ชอบกลวิธีในการเดินเรื่องนะ

    Strange Loop

    พฤษภาคม 6, 2010 at 08:48

  15. eminy hayes..ส่วนมากที่เคยเจอนะ บอกเร็วก็แห้วแดก บอกช้าก็แห้วแดก มันต้องมีจังหวะที่สมดุลอยู่ตรงนึง ซึ่งในเรื่องนี้เหมือนจะอยู่ช่วง ชาย 4 หญิง 6 แต่ก็คลาดกันจนได้Pitcha Suthigul..จริง ๆ มันไม่ซึ้งมากนะกูว่า แต่กูชอบที่มันจบแบบผู้หญิงแห้วแดก ฮ่าๆๆๆE-BeeR 666..ทำไมเราไม่ชอบพูดกันตรง ๆ ก็ไม่รู้นะครับ แปลกดีมนุษย์ต้นไม้ใต้จักรวาล …..เห็นว่าเขียนจากเรื่องจริงด้วยล่ะครับพี่ต้น แต่คงแต่งเพิ่มให้อ่านสนุกขึ้นWho am i …..คนที่ใช่มีได้ทั้งชีวิตแหละครับ แต่ถ้าไม่เปิดใจให้กันสักทีแบบในเรื่องนี้ รอทั้งชีวิตก็คงได้ตายก่อนแน่ ๆMiss Sally B…พูดจาแบบนี้เหมือนดูถูกความรักของพ่อแม่ตัวเองเลยว่ะ

    Piyapong

    พฤษภาคม 6, 2010 at 09:44

  16. ORDIN VASHJ..มันคือเรื่องราวที่ว่างเปล่าChris R.Chitmanut..เหมือนเราวางตัวเองอยู่ในสังคมว่าผู้หญิงต้องสงวนท่าที แล้วผู้ชายต้องลุยไปควักความรักออกมาเอง ทำไมไม่ช่วยกันล่ะ??Puii ★..ในวงเล็บนี่ยังไงInvisible Real..อันนี้รู้สึกจะตามหากันไม่เจอเจ้าหงิญ O_o..ไม่แน่นะครับ อย่าประมาทStrange Loop Poo..ชอบเหมือนกันครับ ขนารู้ว่าจะจบแบบนี้ แต่ก็ยังอ่านสนุกเลย

    Piyapong

    พฤษภาคม 6, 2010 at 09:46

  17. เอาแล้วสิ…เทรนนี้มาแรงแฮะช่วงนี้เราว่าได้อ่านเรื่องนี้…เรื่องที่สามนะ ประมาณว่าวันนี้คุณบอก รัก ใครหรือยัง

    ํํIf you want to find something

    พฤษภาคม 6, 2010 at 12:48

  18. "วันนี้คุณบอกรักใครหรอยัง" จี้ด)))

    ๏̯͡๏ J-zurzAwA-™-๏̯͡๏

    พฤษภาคม 6, 2010 at 12:54

  19. นี่แหละชีวิตจริงอีกมุมหนึ่งนะค่ะโจ้ อ่านแล้วซึ้งใจจังเลย อินมากแหละ

    Ple

    พฤษภาคม 6, 2010 at 13:32

  20. อย่าช้า…………ถ้ายังไม่ได้บอกคนที่เรารัก ถึงแม้นว่าจะไม่ได้รักตอบ อย่ารอเวลา เพราะเวลาไม่เคยคอยใคร *-*

    Au

    พฤษภาคม 6, 2010 at 14:06

  21. นี่แค่เริ่มต้น.. ยังมีอะไรให้ฟันฝ่าอีกเยอะ ก็แล้วแต่ประสบการณ์ใครแหละ ..ฮ่า ๆ

    Who am i

    พฤษภาคม 6, 2010 at 14:16

  22. คุยไปอ่านไป ข้าวใหม่ปลามัน

    EDDY MEKING

    พฤษภาคม 6, 2010 at 20:26

  23. เง้ออออ

    Vanilla

    พฤษภาคม 7, 2010 at 01:13

  24. โอกาส ก้อตรง นับ 5 ไงจ๊ะ..ถ้าหลุดจากตรงนี้ ก้อแห้ววววววววววรับประทาน

    ATISA

    พฤษภาคม 7, 2010 at 07:57

  25. ชาย หญิง คิดต่างกัน การไม่คุยกันก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องดี หรือการคุยกันก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องดี ความคิดต่างฝ่ายก็แตกต่างกัน กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์….

    pixy_nook

    พฤษภาคม 7, 2010 at 17:25

  26. If you want to find somet…..บังเอิญเข้ากระแสไปกับเค้าด้วยเลย°¨¨°º©J-zurzAwA©º°¨¨°..บอกใครรึยังครับPle..เป็นอีกมุมที่คงไม่ค่อยมีใครอยากเจอ แต่ก็มักได้เจอSomething I see and write …..แปบ ๆ ก็ตายกันแล้ว อย่ารอเล้ยWho am i …..แค่เริ่มยังดูไม่เป็นสับปะรดแบบนี้ สงสัยต่อไปคงเหนื่อยหนักEDDY MEKING หัวใจสี่ห้อง..หมายความว่ายังไงครับVanilla Day Dream..ร้องไม่เป็นภาษากันเลยทีเดียวATISA ผู้เป็นที่หนึ่ง..ผมว่าในเรื่องนี้มันสมดุลตรง 6 กับ 4 น่ะครับpixy_nook _..ยังไงการคุยกันก็ดีกว่าแน่นอนครับ

    Piyapong

    พฤษภาคม 8, 2010 at 02:38

  27. ถ้าบอกแล้วใจสองดวงตรงกัน ใจสองดวงก็มีความสุขแต่ถ้าบอกแล้วใจดวงหนึ่งไม่เปิดรับ ใจดวงหนึ่งก็คงเศร้าแต่อย่างน้อยเราก็ได้บอกความในใจให้เขารับรู้ อ่านแล้วมีหลายอารมณ์ดีจัง

    Especially for you

    พฤษภาคม 8, 2010 at 03:24

  28. มันยากที่จะพูดคำว่ารักออกไป.. เพราะผู้หญิงมีคำว่า "ใช่คนนี้จริงๆหรือเปล่าสำหรับเรา"…แต่ถ้าเลย25ปีขึ้นไปมันจะไม่ยากต่อการตัดสินใจแล้ว5555+

    Own_

    พฤษภาคม 8, 2010 at 04:50

  29. เข้าใจผิด..ผิดที่ไม่รู้ ด้วย ..0 ของผู้ชายนี้น่ากลัว(กลัวเค้าเปลี่ยนใจแบบจำใจ) 10 ของผู้หญิงนี่น่าสงสาร (รอไปเถอะเขาไปแล้ว)อ่านเร็วกว่านี้ คงได้ขอโทษใครบางคนซักคำ ซึ้งดีนะ

    Diary on Line

    พฤษภาคม 8, 2010 at 06:02

  30. สวนทางกันซะงั้น

    Odalisque

    พฤษภาคม 8, 2010 at 19:59

  31. Especially for you ลุ่มแม่น…..ยังไงก็ต้องบอกครับOwn_ heart..แปลว่าถ้าจะจีบสาวควรรอให้คุณเธอย่าง 30 ก่อนDIRLy on Line ร้ายตัวแม่..ผมก็เชื่อนะครับว่า 0 ของของผู้ชายน่ากลัวมาก บทมันไปถึง 0 แล้ว มันก็คัมแบ็คมายากแล้วครับOdalisque S..คงไม่ใช่สวนทางกัน แต่ขนานกันไปตลอดทางเลย

    Piyapong

    พฤษภาคม 9, 2010 at 10:41

  32. ไม่ Happy ending แฮะ…แต่ก็ดี เพราะไม่งั้น ก็ คงได้อ่านภาคที่เป็น ตอน -1 ถึง -10 แน่ๆ

    Narong

    พฤษภาคม 9, 2010 at 10:56

  33. ผมก็เชื่อว่ามีติดลบแน่ ๆ

    Piyapong

    พฤษภาคม 9, 2010 at 12:16

  34. บอกไปแล้ว แต่ก็ยังยิ้มสู้ ได้แห้วไปโหลหนึ่งอะ

    Especially for you

    พฤษภาคม 9, 2010 at 12:39

  35. ชีวิตคนเรากินแห้วกันอิ่มเลยล่ะครับ

    Piyapong

    พฤษภาคม 9, 2010 at 16:26

  36. งั้นรีบชิงก่อนที่จะถึง 0 ^_^’

    Diary on Line

    พฤษภาคม 9, 2010 at 17:07

  37. ไม่ได้ดูถูกความรักพ่อแม่นะพี่ เรื่องแบบนี้มันนาๆจิตตัง นาแค่ไม่นับถือความรักว่ามันสวยหรูเหมือนเทพนิยาย ไม่รู้สิ ไม่เชื่อเลยมากกว่า มันเป็นเรื่องของความเจ็บปวดสำหรับนาไปแล้ว ><!

    Miss Sally

    พฤษภาคม 9, 2010 at 17:22

  38. พี่ว่าไม่มีใครในเอนทรี่นี้เชื่อว่ามันสวยหรูเหมือนเทพนิยายหรอกแต่จู่ ๆ การพูดว่า ความรักไม่มีจริงใลกมันดูเหมือนไม่เคารพความรักและการใช้ชีวิตคู่ของพ่อแม่ตัวเองเท่าไหร่เลยน่ะสิ

    Piyapong

    พฤษภาคม 9, 2010 at 17:44

  39. ไปกันไม่ได้ก็จบ แต่ที่ทำให้มันแย่ก็ตรงที่ไม่บอกไม่พูดกันให้มันรู้เรื่องนี่สิ

    Vanilla

    พฤษภาคม 9, 2010 at 19:47

  40. นั่นสินะทำไมไม่พูด รออะไร

    Piyapong

    พฤษภาคม 10, 2010 at 12:13

  41. อย่าคิดเอาเอง .. พูดกันมากขึ้น ฟังกันมากขึ้น

    ATISA

    พฤษภาคม 11, 2010 at 03:22

  42. อย่างงี้ทุกทีเลยยยยยยไม่รู้เดี๋ยวนี้มืดหม่นไปรึเปล่า แต่รู้สึกว่าเพลงรักหนังรักคำรักทุกอย่างมันประโลมโลกซะจริงๆ

    June

    พฤษภาคม 11, 2010 at 18:48

  43. sooooo coooooooooolllllllllllllI love it!

    ก้อน Masatha

    พฤษภาคม 11, 2010 at 22:22

  44. กระทบกระเทือนหัวใจหลายดวงเลยแฮะเอนทรี่นี้

    Piyapong

    พฤษภาคม 11, 2010 at 23:19

  45. เราไม่เคยที่จะรอเลยเราพร้อมทำทุกอย่างที่เราอยากทำเดี๋ยวนี้ ตอนนี้แต่ใครบางคนบอกให้เรารอ.. ซึ่งคำตอบก็คือเราไม่รู้ว่าจะรอไปถึงเมื่อไหร่เริ่มถอดใจทีละนิดแล้วล่ะโจ้

    Le temps

    พฤษภาคม 12, 2010 at 08:21

  46. ไม่ได้นับอ่ะ เพราะกะว่าจะหยุด – หยุด ชี วิต .. ละล่ะ ฮู่ววววว.ปล. ส่งทีสิสแล้ววว… คริคริ

    c e r e a l

    พฤษภาคม 12, 2010 at 12:04

  47. เรื่องสั้นน่าสนใจดีนะ เชื่อว่ามีหลายคู่เป็นแบบนี้พี่คิดว่าถ้าผู้หญิงชอบเค้าจริงๆ ก็น่าจะโทรไปหามั่งนะฝ่ายชายจะได้มีความหวังบ้างพี่ก็ไม่ชอบรอเท่าไหร่ เป็นคนใจร้อนคิดจะทำอะไรก็ต้องรีบทำว่าแต่ข้างล่างอะไร 30 อ่ะ เค้ากลัวนะเลขนั้น T^T

    Reeja

    พฤษภาคม 12, 2010 at 17:00

  48. คงไม่มีความจำเป็นอันใดที่ต้องรอเพียงเพราะเวลาเดินไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดนิ่งแม้วินาทีการรอเหมือนการหยุดนิ่ง ถึงแม้ไม่ถอยหลังแต่จะรอไปถึงเมื่อไหร่ เมื่อเวลา โอกาส ไม่เคยรอใครอาจไม่จำเป็นต้องนับ ตัวเลขกับใครอีกแร้วนับเองคนเดียวก็ดีเหมือนกัน 3 4 Go Go Go ^^

    แม่

    พฤษภาคม 15, 2010 at 08:52

  49. แฮะๆ แฝงปมเด่นในใจออกมาเต็มๆ เหอะๆๆ

    แม่

    พฤษภาคม 15, 2010 at 08:53

  50. ผมรออยู่ครับ แต่ตอนนี้ไม่อยากรอแล้ว..^^

    Siriwat

    พฤษภาคม 15, 2010 at 19:35

  51. จิรัชยา th..ถ้าอยู่คนเดียวก็ไม่รู้จะนับทำไมให้สะเทือนใจSi’wat W…นับถึงเลขไหนแล้วครับ

    Piyapong

    พฤษภาคม 15, 2010 at 21:45

  52. ถ้าเรานับไม่ครบสิบล่ะ

    hud

    พฤษภาคม 16, 2010 at 08:28

  53. จริง ๆ เราไม่ควรนับแต่แรกอยู่แล้วล่ะครับ

    Piyapong

    พฤษภาคม 16, 2010 at 12:13

  54. ตอนที่พูดถึงดอกไม้นี่โดนมาก … รู้สึกว่าผู้หญิงเป็นอะไรที่แบบนั้นจริงๆเล็กน้อย … แต่ความรู้สึกยิ่งใหญ่

    Pomme

    พฤษภาคม 16, 2010 at 13:53

  55. ผู้ชายก็เป็นนะ

    Piyapong

    พฤษภาคม 18, 2010 at 07:33

  56. อ่านเรื่องนี้แล้วนึกถึงเพลงเพลงนึง …. ถ้าหากรักนี้ …. ไม่บอกไม่พูดไม่กล่าว แล้วเค้าจะรู้ว่ารักรึเปล่า อาจจะไม่แน่ใจ…… เสียดายจัง!!!! ที่ต่างมัวแต่ติดอยู่ในกรงขังของความคิดของใครของมัน จนลืมพูดกัน ว่าอะไรเป็นอะไร!!!???!!!

    Nasa

    พฤษภาคม 18, 2010 at 17:42

  57. อืมไม่ใช่แนวแฮะแต่คอมเม้นเยอะจนน่ากลัว

    tean

    พฤษภาคม 18, 2010 at 18:53

  58. สงสัยเรื่องนี้กระทบใจใครหลายคน

    Piyapong

    พฤษภาคม 23, 2010 at 10:58

  59. ฮึ้ยยย ทำไมเป็นงี้

    eminy

    มิถุนายน 18, 2010 at 09:33

  60. เป็นงี้แหละ

    Piyapong

    มิถุนายน 18, 2010 at 10:33


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: