WE LIVE BECAUSE THERE'S LOVE

movie music magic football

ผู้หญิงนับ 0 ผู้ชายนับ 10: เรามีเวลารอกันทั้งชีวิตหรือ?

with 2 comments


>ผู้ชายนับ – 10. ผมเกือบเดินกลับเข้าออฟฟิศแล้วสิ ถ้าไม่เห็นเธอเดินเข้ามา
>นางฟ้าของผมวันนี้เธอใส่เสื้อสีขาว กระโปรงสีชมพู
>เธอดูน่ารักเหมือนตุ๊กตาญี่ปุ่นแก้มแดง ๆ
>ผมเดินเสไปเสมาหาอะไรกินอีกหน่อย ทั้งๆ ที่อิ่มจะแย่แล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อเฝ้ามองนางฟ้าเวลาพักเที่ยงของผม
>อยากรู้จักเธอจัง ทำไงดีหว่า
>
>
>ผู้หญิงนับ – 0. ฉันสังเกตเห็นเขาตั้งหลายวันแล้วละ
>คนอะไรก็ไม่รู้ กินเส้นเล็กน้ำเนื้อเปื่อยได้ทุกวัน ไม่รู้จักเบื่อมั่งเลย
>หน้าตาเขาตลกดีนะ นี่ถ้าเขาจะสร้างหนังโดราเอมอนเดอะมูฟวี่
>ฉันคงจะอีเมลไปบอกผู้กำกับให้มาเชิญพี่แกไปเล่นเป็นโนบิตะ
>
>
>ผู้ชายนับ – 9. วันนี้ผมตัดสินใจจะแอบตามเธอไปดูว่าเธอทำงานที่ไหน
>เพราะเธอไม่ใช่พนักงานบริษัทเดียวกับผม
>แต่ที่แน่ ๆกว่าเธอจะลงมากินข้าวก็เกือบบ่าย และกว่าจะกลับก็จวนบ่ายสอง
>แต่ที่ทำงานเธอคงอยู่แถวนี้แหละ
>
>
>ผู้หญิงนับ – 1. พี่กุ้งชี้หมอนั่นให้ฉันดูแล้วหัวเราะคิกคัก
>อีตาโนบิตะนั่นเอง! เขาทำเป็นเดินโทรศัพท์ตามพวกเรามาห่าง ๆ
>สงสัยพี่แกจะแอบชอบใครสักคนในกลุ่มเราแน่ ๆ เลย (สงสัยจะเป็นพี่กุ้งแฮะ ก็เธอสวยออกซะงั้น)
>เอ..เอาเข้าจริง ๆ อีตานี่มองจากมุมเฉียง ๆ ก็ดูดีเหมือนกันนะ
>
>
>ผู้ชายนับ – 8. เธอทำงานแถวนี้จริง ๆ ด้วย
>เธอทำงานอยู่ในสถานทูตแห่งหนึ่งในหลาย ๆ แห่งแถวนั้น
>แต่เป็นหน่วยงานย่อยเกี่ยวกับวัฒนธรรมและความร่วมมือ และเป็นโรงเรียนสอนภาษาไปในตัวด้วย
>โรงเรียนสอนภาษาเหรอ… เออเข้าท่า
>
>
>ผู้หญิงนับ – 2. อีตาโนบิตะถ้าจะเอาจริงแฮะ! วันนี้บุกมาถึงที่เลย
>มาหยิบโบรชัวร์อะไรให้วุ่นเลย อยากรู้เหมือนกันแฮะว่าแกจะมาจีบใคร
>
>
>ผู้ชายนับ – 7. พักเที่ยง ผมยังไม่ไปกินข้าว แต่เดินมานั่งกินกาแฟอยู่ที่ Cafe ของสถานทูต
>รอนางฟ้าเสด็จลงมาเสวยภักษาหาร
>หัวใจผมเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ… ที่นี่เขาใช้กาแฟพันธุ์อะไรมาชงเนี่ย
>เมื่อเธอลงมาคราวนี้ผมจะต้องชวนเธอคุยให้ได้
>
>
>ผู้หญิงนับ – 3. นี่ พี่กุ้ง อีตาโนบิตะมารอพี่แหนะ
>นั่งกินกาแฟอยู่ที่คาเฟ่ด้วย จริงง่ะ!?
>เขาสมัครเรียนอะไรหรือเปล่าอ่ะ..หนิง?
>ไม่หรอกพี่ เขามารอพี่อ่ะแหละ
>สงสัยวันนี้พี่กุ้งไม่ได้กินข้าวกะพวกหนูแล้วละ?
>บ้า เหลวไหล!!!?
>
>
>ผู้ชายนับ – 6. คุณครับ ทำงานที่นี่ใช่หรือเปล่าครับ? ผมเดินเข้าไปถามเธอ
>ผมสนใจจะเรียนภาษาฝรั่งเศสครับ
>แต่มีคอร์สไหนสำหรับคนที่ไม่รู้อะไรเลยอย่างผมมั่งไหมครับ?
>
>
>ผู้หญิงนับ – 4. อีตาโนบิตะเขาเข้ามาคุยกับฉัน เขาถามฉัน!!!
>เขามารอฉันหรอกเหรอเนี่ย แล้วอย่างงี้ ทุกวันที่เขามอง…ก้อ…. หวาย~
>
>
>ผู้ชายนับ – 5. วันนี้เธอน่ารักเป็นพิเศษขึ้นอีกหลายเท่า
>แก้มงี้แดงน่ารักเชียว เธอบอกให้เพื่อคนอื่นไปทานข้าวกันก่อน
>ส่วนเธอยอมเข้ามาคุยกับผมใน Cafe
>และแจกแจงรายละเอียดเกี่ยวกับการเรียนให้ฟัง
>
>
>ผู้หญิงนับ – 5. พี่กุ้งน่ะสิ ทำขยิบหูขยิบตาให้ฉันคุยกับเขา จะบ้าเหรอ
>แต่ก่อนที่ฉันจะทันตอบอะไรได้ พี่กุ้งก็ชิงบอกว่า อ๋อ ยินดีค่ะ
>มีอะไรก็ปรึกษาน้องหนิงได้นะคะ น้องเขาดูแลเรื่องนี้อยู่พอดีค่ะ
>ผู้ชาย – ผู้หญิง
>คุณ…เคยเรียนภาษาฝรั่งเศสมาบ้างหรือเปล่าคะ?
>ไม่เคยครับ เอ้อ…ผมชื่อเอกครับ…
>หนิงค่ะ
>หนิงทำงานที่นี่นานหรือยังครับ หนิงจบเอกภาษานี้มาเหรอครับ
>ค่ะ หนิงเพิ่งจบได้ปีเดียวเอง
>ขอผมเลี้ยงข้าวนะครับ หนิงอุตส่าห์คุยกับผมตั้งนาน อดไปกินข้าวกับเพื่อนเลย?
>อุ๊ย อย่าเลยค่ะ ในนี้แพงออก ไว้คราวหน้าดีกว่าค่ะ
>คราวหน้า!!! คราวหน้า ได้ยินกันไหมครับ ท่านผู้ฟัง เข้าทางผมเลย
>บ้า!!! ฉันพลาดไปได้ไงอ้ะ
>อ้อ…ก้อ เอ้อ มีค่ะ … 0 1 6 1 5…
>ให้เบอร์เค้าไปทำไมอ่า… แง้ๆๆๆๆ
>ฉันจิกกระดาษทิชชูในมือจนเละเป็นปุยเหมือนปลาดุกฟู
>
>
>ผู้ชายนับ – 4. ผมคุยกับน้องหนิง (เธออ่อนกว่าผมสี่ปี) สองสามคืนติดต่อกัน
>คืนละหลายๆ ชั่วโมง ตอนกลางวันก็ไปนั่งกินข้าวด้วยกัน
>แต่ก็ได้แค่นั้นเอง…
>พอจวนบ่ายสองก็แยกย้ายกันไปทำงานเคยลองชวนไปดูหนังเธอก็บอกไม่อยากดู
>ตอนเย็นก็ต้องรีบกลับบ้าน ไปนั่งที่ไหนต่อก็ไม่ได้
>สงสัยเดี๋ยวกลับบ้านช้าแม่จะดุละมั้ง
>
>
>ผู้หญิงนับ – 6. พี่ๆ ล้อว่าฉันเป็นแฟนอีตาโนบิตะ เอ้ย! พี่เอก
>ไม่ใช่ซะหน่อย ก็แค่เพื่อนคนนึง ทำงานอยู่ใกล้ ๆ กัน
>ตอนกลางวันต่างคนต่างก็ต้องกินข้าวอยู่แล้ว ให้เขากินด้วยอีกคนจะเป็นอะไรไป
>แต่พี่เอกเค้าคุยสนุกดีเหมือนกันนะ ฟังเขาคุยทีเพลินเลย
>บางทีนึกว่าคุยแป๊บเดียว ที่ไหนได้ ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืน
>
>
>ผู้ชายนับ – 3. น้องหนิงน่ารักจริง ๆ และเธอเป็นนางฟ้าจริง ๆ
>เธอช่างมองโลกในแง่ดี สวยงาม และใสสะอาด เสียจนผมละอาย…
>ผมเริ่มได้คิดว่า ผมเหมาะกับเธอหรือเปล่า ผมสามารถใช้ชีวิตแบบเธอได้ไหม
>การเลี้ยงดูของเรามันต่างกันเหลือเกิน
>เธอไม่เคยพบกับความยากลำบากและสิ่งอันชั่วร้ายอะไรในโลกเลย…
>
>ถ้าเธอเป็นนางฟ้าจริงๆ ส่วนผมน่ะเหรอ เรียกว่าคนเดินดินยังยากเลย
>เธอเรียนจบจากโรงเรียนสตรีชื่อดัง จบมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีชื่อเสียง
>และเข้าทำงานกับสถานทูต
>ส่วนผมน่ะเหรอ… อย่าให้เล่าเลยคุณ ยาว
>
>
>ผู้หญิงนับ – 7. พี่เอกนี่มีอะไรมากมายกว่าที่ฉันคิดแฮะ
>พี่เขาผ่านอะไรต่ออะไรในชีวิตมามากมายกว่าที่จะนึกถึง
>เขาไม่เหมือนใครที่ฉันรู้จักเลย เขาเริ่มต้นจากเด็กเกเรคนหนึ่ง
>ลองมาหมดแล้วอะไรแสบ ๆ ทั้งหลาย เหล้า ยา การพนัน เคยเข้าบ้านเมตตาก็เคย
>แต่แล้วเขาก็สามารถตั้งใจเรียนจนจบทั้งการศึกษานอกโรงเรียน
>และเรียนมหาวิทยาลัยเปิดจนจบด้วยตัวเองตลอด
>และทำงานในบริษัทใหญ่ขนาดนี้ได้ในตำแหน่งและเงินเดือนที่ไม่น้อยทีเดียว
>ฉันทึ่งในชีวิตของพี่เขาเหลือเกิน
>
>
>ผู้ชายนับ – 2. วันนี้ตอนเช้า ผมซื้อดอกไม้ให้เธอ…
>เพราะรู้ว่าเธอจะมีแจกันใบเล็กๆ ใส่ดอกกุหลาบน่ารักๆ เอาไว้บนโต๊ะทำงานเสมอ
>แต่เธอรับไปแล้วก็ไม่ว่าอะไรสักคำ… ตอนเที่ยง
>ผมไปหาเธอที่ห้องทำงานตามปกติ
>ดอกไม้บนโต๊ะทำงานเป็นดอกเดียวกับที่ผมเห็นเมื่อวาน….
>เธอไม่ได้เอาดอกไม้ที่ผมให้มาปักแจกันหรือนี่…
>สงสัยดอกไม้ถูก ๆ ช่อเล็ก ๆ ซื้อที่สถานีรถไฟฟ้าแบบนี้ มันคงจะไม่ถูกใจเธอละมั้ง
>
>
>ผู้หญิงนับ – 8. พี่เขาให้ช่อดอกไม้เล็ก ๆ กับฉันล่ะ…
>มันน่ารักจนฉนพูดอะไรไม่ออกเลย แม้แต่คำว่าขอบคุณ
>สงสัยฉันต้องรีบไปหาซื้อซิลิก้าเจลมาเก็บดอกไม้นี่เสียแล้วสิ…
>ไม่อยากให้มันเหี่ยวไปเลย
>
>
>ผู้ชายนับ – 1. ผมพยายามที่จะยอมรับความจริง
>ว่าผมกับเธอนั้นแตกต่างกันแค่ไหน…
>นางฟ้าก็มีไว้สำหรับคนบนฟ้า…ผมคิด ผมพยายามทำงานให้หนักขึ้น
>กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงเหมือนเดิม และคุยกับเธอให้น้อยลง
>(หรือถ้าให้ถูก เธอเองก็ไม่ค่อยโทรหาผมสักเท่าไรแล้วช่วงนี้)
>ผมจะจำเธอไว้ในฐานะความทรงจำที่สวยงามแล้วกัน
>
>
>ผู้หญิงนับ – 9. เพื่อนฉันที่ทำงานบริษัทเดียวกับพี่เอกบอกว่า
>ช่วงนี้พี่เขาทำงานหนักมาก…
>บางวันสี่ทุ่มก็ไม่ยอมกลับบ้าน มาถึงก็ก่อนแปดโมง
>ฉันก็เหงานะ แต่เราก็ชอบที่พี่เขาเป็นอย่างนั้นไม่ใช่เหรอ
>ผู้ชายที่มีพลังและความรับผิดชอบ ที่พุ่งไปข้างหน้าตลอดเวลา
>
>สิ่งที่ฉันทำได้
>ก็คือให้เขาทำสิ่งที่เขาตั้งใจนั้นอย่างเต็มที่โดยไม่ขัดขวางหรือแง่งอน…
>ถึงจะไม่ได้คุยกับพี่เขาบ้าง แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกนะ…
>ไว้ถ้าพี่เขาว่าง ๆ คราวนี้ถ้าจะชวนไปดูหนังหรือกินข้าวเย็นบ้าง ฉันจะไปละนะ
>
>
>ผู้ชายนับ – 0. ผมทำงานจนเกือบบ่ายสองแล้วนึกได้ว่าลืมกินข้าว
>พี่เอกคะ ทานข้าวมั่งป่ะเนี่ย? น้องออย เด็กฝึกงานมาถามผมด้วยความเป็นห่วง
>ออยไปซื้อให้ไหมคะ?
>ไม่เป็นไรหรอก พี่ไปกินเองก็ได้ แล้วออยล่ะกินหรือยัง?
>เธอสั่นหน้าแทนคำตอบ
>งั้นไปกินข้าวกับพี่ไหม… พี่เลี้ยงเอง
>น้องออยพยักหน้าตอบรับ… เออ วันนี้น้องออยแก้มสีชมพูเลย
>
>
>ผู้หญิงนับ -10. พี่กลับไปก่อนนะหนิง?
>ค่ะ เดี๋ยวหนูรอแถวนี้อีกแป๊บนึงแล้วกันนะ
>พี่เอกคงงานยุ่งจนไม่ได้ออกมาทานข้าว
>วันนี้แหละ ถ้าพี่เอกชวนฉันไปดูหนัง ฉันจะไปดูกับเขา
>
>มันสายเกินไปหรือเปล่านะ…

……..
….

..

อย่ารอที่จะบอก อย่ารอที่จะทำ อย่ารอจนสายเกินไป อย่ารอ รอ รอ….

*เครดิต: ขอบคุณเรื่องสั้นดี ๆ จาก joejamsai.com

Written by ljungdurst

พฤษภาคม 6, 2010 ที่ 17:12

2 Responses

Subscribe to comments with RSS.

  1. ถึงเธอ

    เราพร้อมให้โอกาสเธอเสมอ
    แต่เธอปฏิเสธมัน
    เธอไม่เพียงไม่ให้โอกาสเรา
    แต่เธอยังไม่ให้โอกาสตัวเธอเองด้วย

    แล้วใครจะช่วยเธอได้หรือ..

    ljungdurst

    พฤษภาคม 7, 2010 at 02:00

  2. จากความรู้สึกของผู้หญิงคนหนึ่ง
    อ่านแล้วโดนใจมากเลยค่ะ :D

    oumikaca

    พฤษภาคม 21, 2010 at 10:07


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: