WE LIVE BECAUSE THERE'S LOVE

movie music magic football

จงดู จงดู หนังสยองขวัญ จงอ่าน จงอ่านเอนทรี่นี้ (ตอนสอง)

with 23 comments


ย้อนอ่านตอนที่หนึ่ง >คลิกที่นี่< 

พักไปหลายวัน ยังไม่ได้จะเลิกเขียนไปดื้อ ๆ ครับ  

เอนทรี่หนก่อนมีหลายคนแอบไปกระซิบหลังไมค์ว่า ภาพประกอบน่ากลัวเกิน ไม่กล้าอ่าน มาหนนี้ผมเลยไม่ลงภาพประกอบชวนสยองแล้วครับ เดี๋ยวจะหนีหน้าหลบตาไม่ยอมอ่านกันซะก่อน  

มาต่อกันที่หนังสยองขวัญประเภทที่สองเลยครับ เป็นประเภทที่ผมจัดเองนะครับ ไม่ได้มีกฎเกณฑ์ตายตัวแต่อย่างใด 

2.แนวหนังผี  

หนังสยองขวัญแนวนี้น่าจะเป็นหนังสยองขวัญแนวหลักของโลก มีการผลิตออกมาเยอะมาก และที่น่าสนใจคือ หนังผีที่ดีจะมีแก่นแกนวัฒนธรรมของประเทศที่ใช้เป็นฉากหลังในหนังเสมอ ๆ แต่ประเด็นนี้ก็กลายเป็นดาบสองคมเช่นกัน เมื่อวัฒนธรรมของผู้ชมแตกต่างกับตัวหนังพอสมควร ส่งผลให้ผู้ชมเข้าไม่ถึง และหนังผีที่ว่าก็กลับกลายเป็นดูน่ารำคาญไปเสียฉิบ 

  

หนังผีมี “range” ในการจัดประเภทกว้างมาก เพราะด้วยการที่มันเป็นหนังสยองขวัญพื้นฐานที่ใคร ๆ ก็ทำได้ ทำให้ผู้สร้างหลายรายมองหากลเม็ดใหม่ ๆ ในการทำให้หนังของตนเองแหวกและแตกต่าง ผลคือหนังผีมีความหลากหลายวาไรตี้กว่าหนังสยองขวัญประเภทอื่นที่มักมีขนบชัดเจน (เช่นหนังแนวผู้ติดเชื้อ ก็จะต้องเป็นเรื่องราวการเอาชีวิตรอดของผู้ไม่ติดเชื้อ) 

ถ้าต้องแยกประเภทจริงตามทฤษฎีเกี่ยวกับผีที่ว่า ผีคือวิญญาณที่ยังมีห่วง และกลับมาเพื่อต้องการสื่อสารอะไรสักอย่าง ผมก็พอจะแบ่งประเภทหนังผีได้ประมาณนี้ครับ  

2.1 ผีทวงแค้น เป็นวิญญาณที่ตายไม่สงบ หรือโดนฆ่าแล้วคนร้ายลอยนวล (หรือแม้แต่คนร้ายก็ตายเป็นผีรุ่นน้องของตัวเองไปแล้วก็มี) ผีเลยกลับมาแก้แค้น แถมบางทีแก้แค้นไม่เลือกหน้าด้วย ใครสะเออะเข้ามาในที่ผีอยู่ ตายสถานเดียว (เช่นหนังผีไร้สาระเรื่อง จูออน) 

2.2 ผีมีห่วง อาจคล้ายกรณีแรก แต่ผีประเภทนี้ไม่ดุมาก มักออกมาหลอกหลอนเพื่อบอกข้อมูลคนมีชีวิตอยู่ เช่น ออกมาเพื่อบอกเบาะแสคนร้าย หรือบางครั้งก็แค่ออกมาเพราะต้องการเจอคนที่รักสมัยยังไม่เสียชีวิต (เคยได้ยินมั้ยครับว่า บางทีคนตายก็แค่อยากอยู่ใกล้คนที่เขารัก) 

2.3 ผีหวงถิ่นหรือผีหวงสมบัติ ชื่อก็บอกตรงเป๊ะละ คนเป็นไปยุ่งของคนตาย คนตายเขาไม่ให้ ก็เลยต้องมีเรื่องมีราวกันไป  

2.4 ปิศาจ ไม่ว่าจะจากมนต์หมอผี หรือจะเป็นปิศาจหลุดจากนรกมาหลอกหลอนผู้คน ส่วนมากมักจะเป็นปิศาจที่ต้องการการบูชายัญจากมนุษย์ เช่น ต้องการเลือดสาวบริสุทธิ์ 99 คน (หนังผีแนวนี้หลายหนปะปนไปกับหนังสยองขวัญแนวอื่นไปเลย) 

ที่จริงมีอีกหลายประเภทที่ก้ำกึ่งว่าจะอยู่หมวดไหนใน 4 ประเภทนี้ดี เพราะอย่างที่บอกตอนต้นครับว่าหนังผีมีเยอะล้นตลาดมาก จนยากจะแยกแยะได้ชัดเจน แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้หนังผีเรื่องหนึ่งเข้าขั้นเป็นหนังดีได้นั้น ควรมีองค์ประกอบประมาณนี้ครับ  

       มักดำเนินเรื่องโดยให้ตัวละครเอกตัวเดียวโดด ๆ นัยว่าเพื่อสร้างความรู้สึกโดดเดี่ยว ไร้ที่พึ่งพิง และแม้บางเรื่องจะเขียนบทให้มีตัวละครคู่หูขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นแฟน ลูก แม่ พ่อ หรือเพื่อนสนิท แต่พอถึงจุดหนึ่งของหนัง ตัวละครคู่หูดังกล่าวนั่นกลายสภาพเป็นบุคคลไร้สมรรถภาพ (ภาษาวัยรุ่นคือ “กาก” นั่นเอง) ไม่ว่าจะโดนผีหลอกจนประสาทหลอนคนเดียว กลายเป็นบ้า พูดจาไม่รู้ภาษามนุษย์ (กรณีนี้เยอะมาก) หรือแม้แต่หนัก ๆ เลยก็คือโดนผีสิงแล้วทำร้ายตัวละครหลักเสียเอง (เข้าข่ายศัตรูที่น่ากลัวสุดคือมิตรชิดใกล้) 

       แม้หนังผีจะเป็นหนังประเภทที่ไร้เหตุผลที่สุดประเภทหนึ่ง (เช่น จู่ ๆ หมาก็หอนพร้อมกันทั้งตำบล ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่ฤดูผสมพันธุ์) แต่การสร้างตัวผีที่จะมาหลอกหลอนคนให้มีเหตุมีผลนั้น เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง! ผู้สร้างต้องกำหนดตรรกะในการหลอกหลอนที่ชัดเจนของผีตนนั้น ๆ เช่น นางเอกเผลอไปกินมะม่วงสีผิงเข้า ผีมะม่วงหวงนรกจึงตามล้างตามเช็ดนางเอกตลอดเรื่อง (นี่มีเหตุผลแล้วใช่มั้ย!?!?) 

       หนังผีที่ดีต้องหักมุม หักมุม หักมุม  และหักมุม หักแม่งจนโลกนี้ไม่เหลือสักมุม ผมแทบไม่เคยเจอหนังผีดี ๆ เรื่องไหนไม่มีฉากหักมุมระดับที่ทำให้แทบกระเด็นตกเก้าอี้เลยนะครับ (คืออาจจะมี แต่ผมไม่เคยดู ถือเป็นความผิดของผมเอง) แต่อย่าลืมว่าหนังจะหักมุมได้มีประสิทธิภาพต่อเมื่อมีการวางเนื้อเรื่องที่แข็งแรงมาก่อน ฉะนั้นใครจะทำหนังผีแล้วไม่คำนึงถึงเรื่องการเขียนบท คุณไปทำขนมครกขายจะเจริญกว่าครับ  

       ผู้สร้างต้องรังสรรค์บรรยากาศของหนังให้ครอบงำคนดูอยู่หมัด และใส่ฉากชวนสะดุ้งเท่าที่จำเป็น หรือถ้าเป็นไปได้และเชื่อมั่นในฝีมือการทำหนังของตัวเองมาก หนังผีของคุณอาจไม่มีฉากชวนสะดุ้งเลยก็ได้ (หนังผีแบบนี้จะหายากมาก)  

*ตัวอย่างหนังผีที่ไม่ควรพลาด  

1.เปนชู้กับผี / 2549 (วิศิษฐ์ ศาสนเที่ยง)  

สุดยอดหนังผีไทยจากฝีมือผู้กำกับระดับชั้นนำของไทย (เจ้าของผลงานคุณภาพล้นจออย่าง ฟ้าทะลายโจร และ หมานคร) หนังเรื่องนี้สร้างขึ้นโดยอ้างอิงจากงานเขียนของครูเหม เวชกร ทำให้บรรยากาศของเรื่องอบอวลไปด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรมไทยพื้นบ้าน บวกกับความเชื่อเรื่องผีสางที่ว่า พวกเขาเหล่านั้นดำรงคงอยู่รายรอบตัวเราตลอดเวลา เพียงแต่เราอาจสัมผัสได้แค่เพียงบางครั้ง  

หนังยอดเยี่ยมมากในการดำเนินเรื่องตามบทที่เขียนมาอย่างพิถีพิถัน งานกำกับศิลป์ที่ประณีตสมบูรณ์แบบ รวมถึงการเล่าเรื่องที่ค่อย ๆ ขมวดปมไปสู่บทสรุปที่ทำให้คนดูอึ้งสุดจะบรรยาย นี่คือหนังที่จะถูกใช้สอนในโรงเรียนสอนทำหนังไปอีกนานแสนนาน ผลงานระดับ instant classic แห่งยุค ใครยังไม่เคยดู ผมไม่อยากให้พลาดเลยครับ 

 *ตัวอย่างหนังเวอร์ชั่นฉายไทย แนะนำว่าเปิดเสียงดัง ๆ หน่อยครับ เพราะคลิปนี้อัดเสียงมาค่อนข้างเบา 

         

2.ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ / 2547 (บรรจง ปิสัญธนะกูล และ ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ)  

ถ้ามีคนถามผมว่าหนังผีที่น่ากลัวที่สุดที่เคยดูมาตลอดชีวิตคือเรื่องไหน ชัตเตอร์ฯ จะเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่ผมเลือกมาตอบคำถามนั้นเสมอ เพราะนี่คือหนังผีที่ลงตัวในแทบทุกจุด เนื้อเรื่องที่คงความลึกลับและค่อย ๆ เผยข้อมูลให้คนดูรู้ทีละเล็กทีละน้อยเลียนแบบวิธีการเล่าเรื่องของหนังแนวสืบสวนสอบสวน บวกกับการเล่นกับวัฒนธรรมความเชื่อเรื่องวิญญาณในภาพถ่าย (ที่เป็นกระแสดังระดับโลกมานานหลายสิบปี แต่เพิ่งมีเรื่องนี้หยิบมาเป็นประเด็นเรื่องแรก แปลกมาก) เมื่อบวกกับการที่สองผู้กำกับคู่หูเป็นคอหนังสยองขวัญโดยตรง นั่นหมายความว่า ชัตเตอร์ฯ อุดมไปด้วยฉากสยองขวัญที่ได้แรงบันดาลใจจากหนังสยองขวัญระดับตำนานหลายเรื่อง แต่มิได้หยิบจับมาใช้แบบหน้าไม่อาย (หรือเรียกง่ายๆ ว่าก๊อปปี้) หากแต่สองหนุ่มเลือกที่จะนำเสนอหนังผีแบบไทย ๆ ด้วยลีลาคารวะต่อหนังต้นแบบหลากเรื่อง จนกลายมาเป็นหนังที่ลุ่มลึก กดดัน ช็อค และมีฉากหักมุมที่จะทำให้คุณนอนไม่หลับไปหลายคืน  

ใครมั่นใจว่าจิตแข็งกับหนังผีมามากแล้ว พิสูจน์ความสยองระดับ masterpiece เรื่องนี้ได้เลยครับ (อย่าเผลอไปหยิบเวอร์ชั่นฮอลลีวู้ดรีเม้กที่โคตรห่วยแตกมาดูนะครับ ผมเตือนแล้วนะ) 

 *ตัวอย่างหนังเวอร์ชั่นฉายเมืองนอก นี่เป็นหนังไทยที่ได้รับการยอมรับในวงกว้างมาก แสดงถึงความยอดเยี่ยมของทีมผู้สร้างได้เป็นอย่างดี คนไทยด้วยกันแท้ ๆ อย่าพลาดที่จะสนับสนุนครับ 

 

3.นางนาก / 2542 (นนทรีย์ นิมิบุตร)  

เราอาจลืมไปแล้วว่าหนังไทยเคยมีสภพาคางเหลือง อยู่ในอาการปางตายในยุคนึง ยุคที่เต็มไปด้วยหนังตลกวัยรุ่นปัญญาอ่อน เต็มไปด้วยหนังจงใจขายเซ็กส์ และหนังทุนต่ำที่เอาแต่โฆษณาหลอกล่อให้คนเข้าโรง จู่ ๆ วันนึง วงการหนังไทยก็ฟื้นจากนรกขุมนั้น ด้วยหนังไทยระดับโคตรคุณภาพที่หยิบจับเรื่องราวที่เราคุ้นเคยกันอย่างดีมาปัดฝุ่นเสียใหม่ กลายมาเป็นหนังผีกลิ่นอายไทย ๆ ดั้งเดิม ที่เข้าถึงคนทั้งประเทศ และกลายเป็นหลักไมล์สำคัญที่ต่อยอดลมหายใจหนังไทยให้กลับมามีชีวิตชีวาดังเช่นในปัจจุบัน 

หนังประวัติศาสตร์เรื่องนั้นคือ นางนาก ของคุณนนทรีย์ นิมิบุตร นี่เองครับ 

 *ตัวอย่างหนังเวอร์ชั่นฉายโรงที่ถือเป็นตัวอย่างหนังระดับปรากฏการณ์ของไทย (เพิ่มวอลลุ่มเสียงก่อนรับชมครับ) 

 

โอกาสหน้ามาต่อกันกับหนังสยองขวัญประเภทถัดไปนะครับ ขอบคุณครับ

Written by ljungdurst

กันยายน 5, 2010 ที่ 08:14

เขียนใน ความบันเทิง

23 Responses

Subscribe to comments with RSS.

  1. วัฒนธรรมมันส่งผลกับผู้ชมจริงน่ะแหละเออ อันนี้ต่างกับประเภทซอมบี้ยิ่งถ้า Horror แบบหนังผีญี่ปุ่นนี่พี่พยายามเลือกที่จะไม่ดูนะ (ถ้าไม่มีใครท้า)คือมันมีความใกล้ตัวมากกว่าล่ะมั้งอยากตอนที่ดู ริง จบใหม่ ๆ ก็ทำเอาไม่ดูวิดีโอเทปตอนกลางคืนไปเลย กลัวเจอซาดาโกะ

    「POP」

    กันยายน 6, 2010 at 17:54

  2. หนังผี ไม่ว่าเรื่องไหนๆ ทำให้รีดผ้าได้ไม่เบื่อ

    NuNing

    กันยายน 7, 2010 at 05:45

  3. ทำไมหนังผีถึงทำให้รีดผ้าได้ไม่เบื่อล่ะ ไม่เข้าใจ

    「POP」

    กันยายน 7, 2010 at 19:03

  4. ผมไม่ถนัดหนังแนวนี่ที่สุดเลย ยิ่งมองดูยิ่งหลอนแปลกๆ ><"

    Invisible

    กันยายน 9, 2010 at 16:10

  5. ยังแอบงงอยู่ว่าดูหนังผีตอนรีดผ้าด้วยหรือนี่กลัวฉากสะดุ้งที เผลอเอาเตารีดนาบมือตัวเอง

    Piyapong

    กันยายน 10, 2010 at 04:01

  6. เป็นชู้กับผีขอซูฮกเลยดูกี่รอบ กุก็ชอบทุกรอบ!!!!

    Pitcha

    กันยายน 10, 2010 at 06:16

  7. หนังโปรดกูเลย

    Piyapong

    กันยายน 10, 2010 at 06:16

  8. ปล.อีป้าในเรื่องกุกับไอ้ปาล์มเรียก"ป้าคอเคิร์ฟ"

    Pitcha

    กันยายน 10, 2010 at 06:18

  9. เหี้ย คอมเมนท์มึงสปอยล์คนยังไม่ได้ดู!!!!

    Piyapong

    กันยายน 10, 2010 at 06:19

  10. เห้ย ยังไม่ได้เม้นท์หรอเนี่ยปกติเราเป็นคนดูหนังผีแล้วไม่กลัวเลยล่ะไม่ว่าจะเรื่องอะไร หรือว่าดังมาจากไหน มันเฉยๆ อาจเป็นไปได้ว่าไม่ถูกจริตกับหนังพวกนี้แต่ว่าตั้งแต่เคยดูหนังผีมา มีเรื่อง ชัตเตอร์ที่เราว่ามันคงเป็นหนังผีเรื่องแรกเลยที่สร้างแล้วทำให้เรากลัวได้ชอบนะ มันดูสดดี ทั้งบทแล้วก็จังหวะของหนัง(หนังผีนี่เรื่องของจังหวะสำคัญนะ)อย่างเรื่องอื่นๆที่โจ้ยกมาก็ชอบ แต่ชอบชัตเตอร์มากๆ

    Le temps

    กันยายน 10, 2010 at 07:02

  11. ชัตเตอร์นี่โคตรลงตัวสุด ๆ เลยล่ะจุ๋มไม่รู้อีกนานแค่ไหนจะได้ดูหนังผีดี ๆ แบบนี้อีก

    Piyapong

    กันยายน 10, 2010 at 07:22

  12. คิดถึงแคสเปอร์ …ชอบแบบการ์ตูนด้วยอ่ะจำได้ว่ามีตอนนึง มันเอาถุงมือยางใส่นม แล้วเจาะตรงปลายนิ้ว เพื่อให้เด็กทารก 5 คนได้กินนมพร้อมกันน่ารักมวกกกส์… เคยเอาวิธีนี้ไปใช้กับการให้นมลูกหมาที่โรงเรียน มันเวิร์ค!!

    c e r e a l

    กันยายน 10, 2010 at 13:40

  13. เฮ้ย เท่อะชอบๆๆๆ

    Piyapong

    กันยายน 10, 2010 at 13:51

  14. ดู 5แพร่ง ก็ดี หนังผีรวมมิตร แนวนี้ก็ดีหลากรสดี แต่ละเรื่องไม่รู้จะมาแนวไหน ลุ้นดี

    กุ้งกะต่อม

    กันยายน 11, 2010 at 06:09

  15. 5 แพร่งยังสู้ 4 แพร่งไมได้เลยครับในแง่ความสดใหม่ ใน 5 แพร่งผมชอบแค่ตอนหลาวชะโอน นอกนั้นผมว่ายังธรรมดาเกินไปหน่อย

    Piyapong

    กันยายน 11, 2010 at 10:25

  16. สี่แพร่งไม่ได้ดู ฟังเพื่อนเล่าจนไม่ได้ดู ห้าแพร่งก็ชอบตอนหลาวชะโอนมากที่สุดเหมือนกันอย่างเมื่อก่อนก็มีเรื่องผีสามบาท อะไรพวกนี้ก็ชอบๆ เหมือนกัน

    กุ้งกะต่อม

    กันยายน 13, 2010 at 15:18

  17. ตอนนี้ดูตอกตราผีช่องเจ็ดไม่เคยได้ยินชื่อหนังเรื่องนี้มาก่อน -_-ดูแล้วคิดถึงเอนทรี่นี้เลย

    Puii

    กันยายน 15, 2010 at 16:53

  18. เอ่อ โจ้ เราอ่านแล้วอยากดูให้ครบทุกเรื่องนะ แต่ก็อยากดู trailer ก่อน โดยเฉพาะเป็นชู้กับผีแต่พอเราเปิดดูคนเดียวแล้วมันบีบหัวใจวุ้ย…ก็เลยกดปิด…55 อดดู รอให้หายป๊อดก่อน จะเปิดดูใหม่

    ริกะ

    กันยายน 19, 2010 at 03:06

  19. เอ่อ โจ้ เราอ่านแล้วอยากดูให้ครบทุกเรื่องนะ แต่ก็อยากดู trailer ก่อน โดยเฉพาะเป็นชู้กับผีแต่พอเราเปิดดูคนเดียวแล้วมันบีบหัวใจวุ้ย…ก็เลยกดปิด…55 อดดู รอให้หายป๊อดก่อน จะเปิดดูใหม่

    ริกะ

    กันยายน 19, 2010 at 03:06

  20. ไปหามาดูด่วน!

    Piyapong

    กันยายน 20, 2010 at 11:26

  21. […] ตอนที่ 2 >คลิกที่นี่< […]

  22. แจ่มๆทั้งนั้น

    Vanillaz~*

    ตุลาคม 3, 2010 at 19:49

  23. ไม่น่าเชื่อว่าดูมาละทุกเรื่อง

    sameoldjune

    ตุลาคม 16, 2010 at 14:04


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: